สกุลเงินเอเชียอ่อนค่าจากความกังวลด้านพลังงานท่ามกลางความขัดแย้งอิหร่าน ดอลลาร์แข็งค่า
หากคุณเคยคิดจะลองลงทุนในบริษัท Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google คุณคงเคยสังเกตว่ามีการซื้อขายกันภายใต้สัญลักษณ์สองตัวคือ GOOG และ GOOGL แล้วตัวไหนจะน่าซื้อกว่ากัน สองตัวนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร และ Alphabet มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร
ประวัติโดยสังเขปของ Google
Google ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 โดยแลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน ซึ่งในขณะนั้นทั้งคู่เป็นนักศึกษาปริญญาเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เดิมเป็นเพียงธุรกิจเล็กๆ ที่ทำเกี่ยวกับเครื่องมือค้นหาออนไลน์ในโรงรถที่บ้านเพื่อนเท่านั้น จากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็สามารถระดมทุนได้ราว 1 ล้านเหรียญสหรัฐ แล้วจึงย้ายไปประจำสำนักงานใหญ่ที่เมนโลพาร์ค แคลิฟอร์เนีย
ธุรกิจนี้เติบโตอย่างรวดเร็วไปพร้อมๆ กับอินเทอร์เน็ต วันที่ 19 สิงหาคม 2004 Google เข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนโดยเปิด IPO ประมาณ 19.6 ล้านหุ้นๆ ละ $85 ทำให้มีทุนในตลาดถึง 23,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากนั้น 2 ปี ในปี 2006 จึงขยายไปยังธุรกิจวิดีโอด้วยการเข้าซื้อ YouTube เป็นของ Google ในมูลค่า 1,650 ล้านเหรียญสหรัฐ
ตั้งแต่นั้นมา Google ก็ยังคงเข้าร่วมในธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต นอกจากนั้น Google ยังมีกองทุนร่วมลงทุน มีห้องปฏิบัติการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต รวมถึงบริษัทรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติอีกด้วย
การก่อตั้ง Alphabet
ในปี 2015 มีการปรับโครงสร้างบริษัทโดยตั้งองค์กรทางกฎหมายที่ชื่อว่า Alphabet ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นบริษัทแม่ของ Google และบริษัทอื่นๆ ในเครือ
ปัจจุบัน Alphabet เป็นบริษัทใหญ่ติดอันดับโลกที่มีพนักงานจากหลายประเทศ ตั้งอยู่ที่เมาเทนวิว แคลิฟอร์เนีย มีผู้ถือครองหุ้นของบริษัทนับล้านๆ คนและ Alphabet ก็เป็นบริษัทชั้นนำที่ติดอันดับดัชนีผู้นำในตลาดหุ้นสหรัฐฯ S&P 500 ข้อมูลต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณควรทราบก่อนที่จะลงทุนกับ Google
ทำไม Google จึงมีสัญลักษณ์ 2 ตัว
เหตุผลหลักที่ต้องแยก GOOG กับ GOOGL ออกจากกันเกี่ยวข้องกับสิทธิ์ในการออกเสียง โดยทั่วไปผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิ์ออกเสียงในประเด็นสำคัญๆ ที่กรรมการบริษัทยกมาพิจารณาซึ่งอาจมีผลกับการดำเนินงานของบริษัท
เพื่อให้สิทธิ์การควบคุมยังคงอยู่ที่ผู้ก่อตั้งบริษัท Google จึงแยกหุ้นออกเป็นสองส่วนคือ หุ้นคลาส A เป็น GOOGL และหุ้นคลาส C เป็น GOOG โดยมีกลยุทธ์ที่เรียบง่ายคือผู้ถือหุ้น GOOGL จะมีสิทธิ์ออกเสียงได้ 1 สิทธิ์ต่อหุ้น ส่วนผู้ที่ถือ GOOG จะไม่มีสิทธิ์ในการออกเสียง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ้น GOOGL จึงมีราคาแพงกว่าหุ้น GOOG อยู่เล็กน้อย
มีหุ้นในคลาส B หรือไม่
ในความเป็นจริงยังมีหุ้นอีกคลาสหนึ่ง ซึ่งก็คือคลาส B แต่เป็นหุ้นที่ถือได้เฉพาะผู้ก่อตั้งเท่านั้น โดยผู้ถือหุ้นคลาสนี้จะมีสิทธิ์ออกเสียงได้ 10 สิทธิ์ต่อหุ้น ซึ่งทำให้ในทางพฤตินัย เพจและบรินยังคงเป็นผู้ตัดสินใจหลักอยู่ หากหุ้นในคลาส B ของ Alphabet เปิดให้ซื้อขายกันในตลาดทั่วไปได้ก็คงมีราคาที่แตกต่างจากหุ้นในคลาส A และคลาส C สูงมาก
Google สร้างรายได้อย่างไร
บริษัท Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ทำรายได้จากการโฆษณา การขายแอปพลิเคชัน การขายภายในแอป และผลิตภัณฑ์ที่ทำเนื้อหาดิจิทัลผ่าน Google Play Store รวมทั้งฮาร์ดแวร์อย่างเช่นโทรศัพท์ Pixel นอกจากนี้ บริษัทยังคิดค่าลิขสิทธิ์และค่าธรรมเนียมบริการต่างๆ อย่างเช่น Google Drive และการเสนอบริการ Google Cloud
อย่างไรก็ตาม รายได้หลักของ Alphabet มาจากการโฆษณาบนแพลตฟอร์มของตนเอง เนื่องจากมีการขายแบนเนอร์และโฆษณาในเว็บไซต์หลายแห่งในผลการค้นหาของ Google เอง Google จึงเป็นผู้เล่นสำคัญในธุรกิจโฆษณาออนไลน์ในปัจจุบันที่มีรายได้รวมในปี 2018 เกิน 136,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
Alphabet เป็นเจ้าของบริษัทใดบ้าง
Alphabet ยังเป็นบริษัทแม่ของบริษัทอื่นๆ อีกมากมายนอกเหนือจาก Google อาทิ
-
Calico - บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่มุ่งเน้นด้านการชะลอวัยและโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
-
GV (ก่อนหน้านี้เรียกว่า Google Ventures) - เป็นองค์กรร่วมทุนของ Alphabet
-
CapitalG - กองทุนหุ้นที่มุ่งเน้นการเติบโตที่ลงทุนในบริษัทขนาดเล็กทั่วโลก
-
Verily - องค์กรวิจัยที่มุ่งเน้นการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต
-
Waymo - บริษัทพัฒนารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองโดยอัตโนมัติ
-
Nest Labs - บริษัทอุปกรณ์เครื่องใช้อัตโนมัติภายในบ้าน
-
X - แผนกวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
-
Sidewalk Labs - บริษัทผู้สร้างนวัตกรรมสำหรับชุมชนอัจริยะยุคใหม่
-
Google Fiber - ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและ IPTV กับลูกค้ากลุ่มเล็กๆ ที่กำลังขยายเพิ่มมากขึ้น
ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Alphabet เป็นใคร
แน่นอนว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ในปัจจุบันของ Alphabet จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน ทั้งสองคนมีหุ้นในคลาส B อยู่ประมาณ 20 ล้านหุ้น และมีคลาส C อีก 20 ล้านหุ้น รวมมูลค่าที่แต่ละคนถืออยู่มากกว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายเอริก ชมิดท์ ประธานกรรมการบริหารของ Google ตั้งแต่ปี 2001 จนถึง 2017 ถือครองหุ้นจำนวน 8 ล้านหุ้น แบ่งเป็นคลาส B และคลาส C อย่างละ 4 ล้านหุ้น สำหรับนักลงทุนสถาบันนั้น กลุ่ม Vanguard ถือครองหุ้นของ Alphabet มากที่สุดจำนวน 40 ล้านหุ้น โดยมีทั้งคลาส A และคลาส C ตามมาด้วยบริษัท Fidelity Management และกองทุนของ BlackRock ซึ่งมีหุ้นอยู่ 26.9 และ 25.1 ล้านหุ้นตามลำดับ
ซื้อหุ้นของ Alphabet ตัวไหนดี
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการสิทธิ์การออกเสียงด้วยหรือไม่ เพราะหุ้นทั้งสองตัวเป็นไปในทิศทางเดียวกันเสมอ ดังนั้นในระยะยาว ผลตอบแทนที่จะได้รับก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคลาสของหุ้นที่คุณซื้อไว้แต่อย่างใด หากคุณต้องการเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อร่วมตัดสินใจกับการบริหารงานของบริษัท คุณก็ควรซื้อหุ้นคลาส A
แต่หากต้องการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น และไม่ได้ต้องการออกเสียงใดๆ ก็ให้เลือกหุ้นคลาส C
