ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
ราคาน้ำมัน กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยขณะนี้ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI ยืนอยู่ที่เหนือระดับ $60 ต่อบาร์เรลได้อย่างปลอดภัยแล้ว และ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเบรนท์ ได้ทะลุระดับ $70 ต่อบาร์เรลไปเรียบร้อยแล้ว แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะเคยแสดงออกว่าไม่พอใจที่ราคาน้ำมันขึ้น แต่นโยบายของเขาถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันขึ้นเลยต่างหาก ทั้งการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านและเวเนซูเอลา ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำมันที่ส่งออกมาจากประเทศเหล่านี้ลดลงในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม
นอกจากนี้การลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจจากซาอุดิอาระเบีย และโดยไม่สมัครใจจากคาซัคสถาน ก็มีอิทธิพลสำคัญต่อปริมาณน้ำมันที่ลดลงในตลาดช่วงเดือนมีนาคมทั้งสิ้น และจะยังลดลงต่อไปในเดือนเมษายนนี้ สงครามกลางเมืองของลิเบียเองก็เป็นแรงหนุนให้แก่ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้เช่นกัน แม้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นยังไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อการส่งออกน้ำมันในขณะนี้ก็ตาม

ราคาน้ำมันจะเคลื่อนที่ไปยังทิศทางใดในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 คำตอบของคำถามดังกล่าวขึ้นอยู่กับโอเปกและคณะรัฐฯ ของทรัมป์
ปัจจุบันคณะรัฐฯ ของทรัมป์ยังไม่ได้ต่ออายุการอนุญาตให้ละเว้นมาตรการคว่ำบาตรแก่บางประเทศเลย ซึ่งการละเว้นเหล่านั้นอนุญาตให้ประเทศจำนวนหนึ่งสามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้โดยไม่ถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ถ้ามีการต่ออายุการอนุญาตออกไปอีก 6 เดือน ปริมาณน้ำมันจากอิหร่านที่มีอย่างน้อยราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (อย่างมากสุดไม่เกิน 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ก็จะสามารถดำรงอยู่ในตลาดน้ำมันได้โดยที่ยังถือเป็นการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตร
และขณะนี้คณะรัฐฯ ของทรัมป์ก็กำลังกดดันให้อินเดียเลิกนำเข้าน้ำมันจากเวเนซูเอลา แต่เวเนซูเอลาจะสามารถนำน้ำมันเข้าสู่ตลาดได้ในปริมาณเท่าใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพของแหล่งผลิตน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าในประเทศด้วย
โอเปกและประเทศกลุ่มพันธมิตรที่ไม่ได้อยู่ในเครือ ตัดสินใจรอดูท่าทีของทรัมป์ก่อนว่าเขาจะดำเนินการอย่างไรกับมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน แล้วจึงค่อยพิจารณานโยบายการผลิตน้ำมันอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี โดยโอเปกที่ประกอบไปด้วยประเทศผู้ผลิตน้ำมัน 14 ประเทศและนำกลุ่มโดยซาอุดิอาระเบีย ได้ยกเลิกกำหนดการประชุมในเดือนเมษายนไปแล้ว และจะรอจนถึงเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นกำหนดการประชุมโดยปกติแต่เดิม ฉะนั้นโอเปกจึงสามารถรอดูความเคลื่อนไหวของทรัมป์ก่อนได้ในระหว่างนั้น
ด้วยปัจจุบันนี้ที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์ได้ทะลุ $70 ต่อบาร์เรลไปแล้ว และคณะรัฐฯ ของทรัมป์เองก็ยังไม่ชี้ชัดว่าจะยืดเวลาให้แก่การอนุญาตให้ละเว้นมาตรการคว่ำบาตรออกไปนานกว่าวันที่ 4 พฤษภาคมหรือไม่ แต่ขณะนี้โอเปกและรัสเซียก็เริ่มมีมุมมองที่ต่างกันแล้ว เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายอัลฟาลีห์กล่าวว่า ยังคงเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจว่าควรยืดเวลาการใช้ข้อตกลงเพื่อลดกำลังการผลิตหรือไม่ "ผมคิดว่าเดือนพฤษภาคมจะเป็นเดือนที่มีสัญญาณมากขึ้น" เขากล่าวเพื่อบ่งบอกโดยนัยว่า การตัดสินใจของทรัมป์ต่อมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพิจารณาลดกำลังการผลิตของโอเปก
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้รัสเซียไม่อยากมีส่วนร่วมกับการลดกำลังการผลิตอีกแล้ว โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยอื่นร่วมด้วยที่ทำให้ราคาสัญญาเบรนท์เท่ากับหรือราว ๆ $70 ต่อบาร์เรล ซึ่งนายคิริลล์ ดมิทริเยฟ หัวหน้ากองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย และผู้สนับสนุนข้อตกลงลดกำลังการผลิตของโอเปกและประเทศอื่น ๆ ในเครือ ล่าสุดเขาได้กล่าวว่าสภาวะของสถานการณ์ในขณะนี้อาจไม่เอื้ออำนวยต่อการลดกำลังการผลิตต่อไป และนายวลาดิมีร์ ปูตินก็มีความเห็นว่า เขาไม่อยากให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจนสูงเกินไปเนื่องจากมันอาจส่งผลเสียต่อการพัฒนาทางอุตสาหกรรมของรัสเซียได้ ปูตินกล่าวว่าเขาพอใจกับราคาน้ำมัน ณ ตอนนี้มากกว่า
แต่อย่าลืมว่ารัสเซียแทบจะไม่ได้ลดกำลังการผลิตน้ำมันเลยนับตั้งแต่ต้นปี 2019 รัสเซียไม่สามารถทำตามเป้าหมายการลดกำลังการผลิตได้เลยทั้งในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกอย่างรัสเซียควรมีความสามารถในการที่จะสนับสนุนการลดกำลังการผลิต แต่กลับทำได้ไม่ถึงโควตาที่กำหนดไว้ด้วยซ้ำ ฉะนั้นจึงอาจมองว่าเป็นการฉวยโอกาสจากการลดกำลังการผลิตจากซาอุฯ และประเทศอื่น ๆ
สุดท้ายแล้วคงต้องขึ้นอยู่กับซาอุดิอาระเบียว่าจะออกมาโต้แย้งกับรัสเซียหรือไม่ ตอนนี้คงเร็วเกินไปที่จะทราบอย่างแน่ชัดว่าซาอุฯ ต้องการให้สถานการณ์เป็นไปในทิศทางดังกล่าวหรือไม่ แต่ขณะนี้ก็เริ่มมีทีท่าว่านายอัลฟาลีห์ได้เปิดรับการพิจารณาเพื่อยุติข้อตกลงลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปก และประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเครือแล้ว
