ทองคําทรงตัวต่ํากว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์; รอข้อมูล CPI สหรัฐฯ
ปัจจัยหลักที่สำคัญในตอนนี้ของสกุลเงินออสเตรเลียที่มีการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากในส่วนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้มีการส่งสัญญาณที่เกี่ยวเนื่องกับการเจรจาสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้มั่นใจว่าจะได้ข้อตกลงกับจีนซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดหุ้นอาจจะมีการปรับตัวขึ้นถึง 15%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เผยการเจรจาการค้ากับจีนซึ่งมีความคืบหน้าและจะได้มีการทำข้อตกลงในขั้นสุดท้ายพร้อมระบุในส่วนของการเรียกร้องของสหรัฐอเมริกาที่ยังคงเก็บภาษีสินค้าจากจีนอย่างต่อเนื่องไม่ใช่หมายความว่าเป็น การเจรจากับจีนอย่างมีปัญหาซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ายังคงมีการเจรจาที่ออกมาในทิศทางที่ดี
จึงทำให้สกุลเงินออสเตรเลียมีการแข็งค่าขึ้นประกอบกับสกุลเงินหยวนก็อย่างนี้การแข็งค่าขึ้นในระยะสั้นเช่นเดียวกัน โดยที่นักลงทุนตลาดเงินต่างจับตามองในการเจรจาและทำสัญญาในครั้งนี้ซึ่งถ้าเกิดออกมาทิศทางที่ดีตลาดหุ้นทุกตลาดอาจตอบรับกับเหตุการณ์ในครั้งนี้
โดยที่ตลาดหุ้นฟิวเจอร์ทุกตลาดมีการปรับตัวสูงขึ้นในสองวันที่ผ่านมาโดยตลาดหุ้น Nikkei ฟิวเจอร์มีการกดดันสกุลเงินเยน ของประเทศญี่ปุ่นให้มีการอ่อนค่าลงเช่นเดียวกันตราบใดถ้าเกิดยังมีการส่งสัญญาณในการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนออกมาในทิศทางที่ดีจึงอาจจะมีมุมมองที่ดีทั้งตลาดหุ้นและทุกตลาด
ในสกุลเงินหยวนยังมีมุมมองทิศทางที่จะต้องคอยติดตามธนาคารกลางของจีนที่ยังคงคอยควบคุมเรื่องเงินหยวนในระยะสั้นถึงแม้ว่าอาจจะยังมีมุมมองทิศทางที่ติดตามในส่วนของสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันจึงอาจจะสร้างความผันผวนในระยะสั้นเท่านั้น
เงินปอนด์สเตอร์ลิง ในช่วงนี้ต้องติดตามกระบวนการ Brexit ที่นักลงทุนตลาดเงินต่างรอความชัดเจนเนื่องจากว่าในการโหวตในรัฐสภาในแต่ละหัวข้อมักจะมีความผันผวนและมีการ surprise ของตลาดเสมอดังนั้นในช่วงนี้จะมีความผันผวนอย่างมากไปจนถึงวันที่ 29 มีนาคมนี้ถึงแม้ว่า นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้เสียการควบคุมกระบวนการ Brexit ให้กับรัฐสภาอังกฤษไปเรียบร้อยแล้วหลังจากยอมรับว่าเธอไม่ได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะให้รัฐสภาอังกฤษอนุมัติข้อตกลง Brexit ที่เธอทำไว้กับสหภาพยุโรปซึ่งรัฐสภาอังกฤษ ได้เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีอังกฤษหาทางเลือกอื่นๆ ซึ่งอาจจะรวมไปถึงการลงประชามติครั้งที่สองเพื่อให้อังกฤษยังอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไปหรือแม้กระทั่งยกเลิกกระบวนการ Brexit ทั้งหมด
โดยกระบวนการในครั้งนี้นักลงทุนตลาดเงินต่างเฝ้าจับตามองในการ เคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีอังกฤษว่าจะออกมาในทิศทางไหนและจะมีมุมมองอย่างไรโดยเฉพาะทางเลือกที่จะต้องให้มีการจัดการก่อนวันที่ 29 มีนาคมที่จะถึงนี้ โดยสหภาพยุโรปเตรียมรองรับสถานการณ์ No Deal Brexit ที่อาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นในวันที่ 12 เมษายน 2019 ซึ่งสหภาพยุโรปรองรับถ้าหากสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษไม่สามารถหาข้อสรุปและมีมติเห็นชอบร่างข้อตกลง Brexit ภายใต้วันที่ 29 มีนาคมนี้ซึ่งถ้าเกิดขึ้นในวันที่ 12 เมษายน 2019 สหภาพยุโรปอาจจะพิจารณาขยายกำหนดการ Brexit ดังกล่าวออกไปถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2019 เพื่อจะให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมตัวในส่วนกระบวนการของ NO Deal Brexit
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงอาจจะมีการปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่องโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอาจจะมีการเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการประท้วงที่ก่อให้เกิดความผันผวนกับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงรวมทั้งมุมมองทิศทางของนักเก็งกำไร และนักลงทุนตลาดเงินทั่วโลกกับความกังวลที่จะเกิดขึ้น
จึงควรติดตามอย่างใกล้ชิดใน วันนี้เป็นต้นไป
สามารถติดตามข่าวสารแบบรวดเร็วได้ตามทวิตเตอร์นี้ @kun_purich
