ทองคําร่วงลงต่ํากว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เนื่องจากความแข็งแกร่งของดอลลาร์
ภาพรวมตลาดฟอเร็กซ์ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2019
โดย Kathy Lien กรรมการผู้จัดการกลยุทธ์ฟอเร็กซ์จาก BK Asset Management
หลังจากเกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในตลาดฟอเร็กซ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อวานถือว่าเป็นวันที่สกุลเงินค่อนข้างเงียบเหงา เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ยังคงปรับลงต่อไป มีอัตราที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินยกเว้น เงินปอนด์สเตอร์ลิง Brexit ยังคงเป็นที่น่าจับตา และโชคร้ายที่ขณะนี้มีคำถามเกิดขึ้นมากกว่าคำตอบเรื่องการถอนตัวสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งสหภาพยุโรปได้ยื่นคำขาดแล้วว่าจะไม่รับพิจารณาข้อตกลงใหม่ ฉะนั้นสหราชอาณาจักรจะต้องยอมรับข้อตกลงปัจจุบันให้ได้ภายในวันที่ 12 เมษายน หรือเลือกระหว่างการขอยืดเวลาออกไปนานกว่าเดิมอีกกับการถอนตัวอย่างไม่มีข้อตกลงใด ๆ โดยเมื่อวานนายกรัฐมนตรีเมย์ออกมายอมรับว่าเมย์ไม่มีคะแนนเสียงพอที่จะเปิดการลงคะแนนเสียงได้ และผนวกกับข่าวลือที่อาจเกิดการปฏิวัติในพรรคของเมย์เองด้วย ฉะนั้นเมย์จึงอาจสละตำแหน่งก่อนสิ้นสัปดาห์นี้เสียด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาเงินปอนด์สเตอร์ลิงตอบสนองต่อทุกข่าวที่ออกมา และแม้ว่าขณะนี้เงินปอนด์ยังสามารถคงตัวที่ใกล้ระดับสูงสุดในปีนี้ได้ แต่ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงอย่างมหันต์ที่จะดิ่งลงไปอีก อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้ผู้ลงทุนต่างพากันเดินหน้าด้วยสมมติฐานที่ว่านายกเมย์จะลาออกจากตำแหน่ง หรือไม่ก็รัฐสภาจะเป็นผู้เข้าควบคุมดูแลกระบวนการ Brexit แทน และกลับไปพบสหภาพยุโรปเพื่อขอยืดเวลาไปอีกนาน ซึ่งจะทำให้เงินปอนด์มีโอกาสฟื้นตัวอีกครั้ง
สำหรับ เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ผู้อ่านทุกท่านคงไม่แปลกใจที่เห็นการเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เมื่อเราได้เน้นย้ำความสำคัญที่เฟดตัดสินใจลดจำนวนการปรับอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียงแค่ศูนย์ครั้งในปีนี้ แต่เนื่องจากเมื่อวานไม่มีการประกาศข้อมูลใด ๆ จากสหรัฐฯ จึงทำให้บรรดาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หยุดชะงัก อีกทั้งการเกิดรูปแบบส่วนต่างผลตอบแทนที่ลาดลงยิ่งทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ดิ่งลงไปอีก พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แบบสิบปี ดิ่งลงต่ำกว่า 2.4% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2017 ด้วยอัตราผลตอบแทนระยะยาวที่กลับต่ำกว่า อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะ 3 เดือน ที่เป็นระยะสั้น เมื่อเกิดการสลับกันเช่นนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจกำลังคืบคลานเข้ามาในไม่ช้า ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นคือปี 2007 อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากลุ่มสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงอย่าง ยูโร และ เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย จะเด้งกลับขึ้นมาได้เมื่อวาน แต่ถ้าตลาดหุ้นยังดิ่งลงอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้สกุลเงินเหล่านั้นคงอยู่ในแดนบวกได้ยาก
เหตุผลหลักที่ทำให้ เงินยูโร เปิดสัปดาห์ได้เหนือกว่า 1.13 เพราะว่าถึงแม้ ตัวเลขภาคการผลิต ของเยอรมนีจะลดลงอย่างรุนแรง แต่ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ของเยอรมนีในเดือนมีนาคมกลับเพิ่มขึ้น เป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนที่บรรดาธุรกิจในเยอรมนีมองภาพรวมของเศรษฐกิจยูโรโซนในแง่ดีมากขึ้น แม้ว่าธนาคารกลางยุโรปจะเห็นต่าง แต่สถานการณ์ขณะนี้เริ่มมีความหวังที่สนับหนุนให้ให้ผู้ลงทุนคู่สกุลเงิน EUR/USD เริ่มกลับมาซื้อสัญญาอีกครั้ง ขณะนี้อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะประกาศชัยชนะ โดยเฉพาะก่อนหน้าการให้คำกล่าวของนายดรากีประธานธนาคารกลางยุโรปในวันพุธนี้ ถึงแม้ว่าเมื่อวานได้มีคณะผู้ร่างนโยบายสองท่านให้คำกล่าวไว้อย่างไม่แสดงออกถึงแง่ดีเท่าไรนัก นายฮานส์สันสมาชิกธนาคารกลางยุโรปได้ชี้ว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจในฝั่งยุโรปอาจดำเนินต่อไปในระยะกลาง และอาจมีการบังคับใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น และนายเคอร์ผู้เป็นสมาชิกธนาคารกลางยุโรปอีกท่านได้กล่าวว่า ธนาคารกลางยุโรป "สิ่งที่ธนาคารกลางสามารถทำได้นั้นไม่มีขีดจำกัด"
เงินดอลลาร์ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกับที่ ราคาทอง ก็เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวจากจีนอีกว่าอาจมีการสรุปข้อตกลงทางการค้าได้ภายในสัปดาห์ที่สามหรือสี่ของเดือนพฤษภาคมอีกด้วย สัปดาห์นี้ถือว่าเป็นสัปดาห์ที่สำคัญของเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ แต่ก่อนที่ธนาคารกลางนิวซีแลนด์จะประกาศนโยบายทางการเงิน หากเราพิจารณาตัวเลขการซื้อขายภายในประเทศแล้ว จะเห็นได้ว่าเมื่อเดือนที่แล้วนิวซีแลนด์ได้รายงานการขาดดุลการค้าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 12 ปี ฉะนั้นจึงมีความคาดหวังเดือนนี้การขาดดุลจะลดลง แม้ว่าดัชนี PMI จะบ่งชี้ถึงความอ่อนแอในภาคการผลิตอย่างต่อเนื่องก็ตาม
