ทองคำใกล้แนวรับ $4,355 สัญญาณขาลงชัด: อัปเดตทุกชั่วโมง
-
สัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ล่าสุด ที่ยังไม่ได้ชะลอลงมากนัก ทำให้ ผู้เล่นในตลาดยังคงมั่นใจเกิน 100% ว่า FED มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้
-
จับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้น ผลการประชุม FED และ BOJ
-
การเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์จะขึ้นกับ Dot Plot ใหม่ของ FED ว่าจะสะท้อนแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตกี่ครั้ง แต่หาก FED คงดอกเบี้ย “เซอร์ไพรส์” ตลาด อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ได้พอควร พร้อมกันนั้น ควรจับตาเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่จะผันผวนตามผลการประชุม BOJ รวมถึง สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า แม้โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทจะมีกำลังมากขึ้น ทว่า เงินบาท อาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ก่อนที่จะผันผวนสูงขึ้น ในช่วงตลาดทยอยรับรู้ ผลการประชุม FED และ BOJ โดย มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED และ BOJ จะเป็นปัจจัยชี้ชะตาแนวโน้มเงินบาทในระยะข้างหน้า นอกจากนี้ ควรจับตา พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึง ทิศทางราคาทองคำ ส่วนฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจมีความชัดเจนมากขึ้น หลังตลาดรับรู้ผลการประชุม FOMC
-
มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
32.75-33.50 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
-
ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญ จะอยู่ที่ ผลการประชุม FOMC ของ FED ที่เราได้ปรับมุมมองใหม่ หลังรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ล่าสุด และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า FED อาจมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 5 เสียง “ขึ้นดอกเบี้ย” +25bps สู่ระดับ 3.75-4.00% ตามที่ตลาดกำลังคาดหวังอยู่ และเราประเมินว่า FED มีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ อีก 1 ครั้ง สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของประธาน FED Kevin Warsh ในช่วง Press Conference รวมถึง คาดการณ์แนวโน้มดอกเบี้ย FED หรือ Dot Plot ใหม่ ที่อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ FED และส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดให้โอกาส 100% ที่ FED จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ (เดือนกันยายน และธันวาคม) และประเมินว่า FED มีโอกาสราว 57% ที่จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ 2027 นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังสถานการณ์ได้ทวีความร้อนแรงขึ้น ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ของตลาดการเงินเอเชีย
-
ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของอังกฤษ ทั้ง อัตราเงินเฟ้อ CPI ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ข้อมูลตลาดแรงงาน และยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนสิงหาคม ที่จะส่งผลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า BOE มีโอกาสราว 78% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้
-
ฝั่งเอเชีย – ประเด็นสำคัญ คือ ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดย เรามองว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ย +25bps สู่ระดับ 1.25% หลังเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังได้แรงหนุนจาก AI Boom ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มสอดคล้องกับเป้าหมาย 2% ของ BOJ ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา การส่งสัญญาณต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตของ BOJ หลัง ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1 ครั้ง ช่วงปลายปี และยังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้ง ในปี 2027 ส่วนทาง ธนาคารกลางไต้หวัน (CBC) อาจคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.00% แต่โอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมยังคงอยู่ หลังเศรษฐกิจได้แรงส่งจาก AI Boom ซึ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI ยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือนของจีน เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจจีน
-
ฝั่งไทย – แม้จะไม่มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของไทย ทว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด รวมถึง ผลการประชุมธนาคารกลางหลัก ทั้ง FED และ BOJ ที่จะกระทบต่อเงินบาทได้







