Bitcoin ร่วงต่ํากว่า 80,000 ดอลลาร์ เดิมพัน Fed ขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ํามันพุ่งกดดัน
-
สัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) สหรัฐฯ ล่าสุด ที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ ผู้เล่นในตลาดยังคงมั่นใจเกิน 100% ว่า FED มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
-
จับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI รวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต PPI สหรัฐฯ และ ผลการประชุม ECB
-
เงินดอลลาร์อาจเคลื่อนไหว Sideways ก่อนที่จะเสี่ยงผันผวนสูงและเผชิญ Two-way risk เมื่อรับรู้รายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ทั้งนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ร้อนแรงอาจช่วยหนุนเงินดอลลาร์ และต้องระวังความผันผวนจากการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาท อาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ไม่ต่างกับเงินดอลลาร์ บนความเสี่ยงผันผวนสูงแบบ Two-way risk ขึ้นกับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED โดยต้องติดตามทั้ง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึง ทิศทางราคาทองคำ ส่วนฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจยังไม่ชัดเจน จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะมั่นใจต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของ FED มากขึ้น
-
มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
32.50-33.30 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
-
ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญ จะอยู่ที่ รายงาน อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนสิงหาคม รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ในเดือนกันยายน ซึ่งผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation Expectations) เราประเมินว่า รายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าวที่จะช่วยสะท้อนถึงแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ FED ได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังล่าสุด บรรดาเจ้าหน้าที่ FED ต่างให้ความสำคัญกับแนวโน้มเงินเฟ้อ และส่วนใหญ่ได้ส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อให้สำเร็จ ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดให้โอกาส FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ ราว 40% โดยให้โอกาสถึง 62% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังสถานการณ์ได้ทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 7 กันยายน ของตลาดการเงินเอเชีย
-
ฝั่งยุโรป – ไฮไลท์สำคัญ คือ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเรามองว่า ECB อาจเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Deposit Facility Rate) อีก 1 ครั้ง +25bps สู่ระดับ 2.50% สอดคล้องกับการส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา คาดการณ์เศรษฐกิจใหม่จากทาง ECB และการส่งสัญญาณต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB ในระยะข้างหน้า ในช่วง Press Conference โดยประธาน ECB Christine Lagarde ทั้งนี้ ล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 89% ที่ ECB อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ โดยให้โอกาสถึง 99.5% ที่ ECB อาจขึ้นดอกเบี้ยได้ในการประชุมเดือนกันยายนนี้ ส่วนในฝั่งอังกฤษ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจรายเดือน (Monthly GDP) รวมถึง รายงานยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ในเดือนกรกฎาคม
-
ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงาน ยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) เดือนสิงหาคม รวมถึง รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนสิงหาคม ส่วนในฝั่งญี่ปุ่น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงาน อัตราการเติบโตของค่าจ้าง ในเดือนกรกฎาคม และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนสิงหาคม เพื่อประกอบการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า BOJ มีโอกาส 79% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้อีก 2 ครั้ง ในปีนี้ และมีโอกาสราว 114% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ สะท้อนว่า ผู้เล่นในตลาดได้ประเมินว่า BOJ มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยถึง +50bps ราว 14% ในการประชุมเดือนกันยายนนี้ สอดคล้องกับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ BOJ ในช่วงสัปดาห์ก่อน ที่ระบุถึง ความเป็นไปได้ที่ BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ย +50bps
-
ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนสิงหาคม ที่บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า อาจสูงขึ้นสู่ระดับ 2.4% (+0.5%m/m) ตามผลของราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI อาจสูงขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 1.4% นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนสิงหาคม






