จับตา แนวโน้มการเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ – อิหร่าน หลังจบ Trump-Xi summit

เผยแพร่ 18/05/2026 12:18

 

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนี PPI ของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาด กอปรกับ ความไม่แน่นอนของการเจราหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลว่า FED อาจขึ้นดอกเบี้ยได้ในปีนี้

  • จับตาแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก และผลประกอบการ Nvidia  

  • เงินดอลลาร์อาจพอได้แรงหนุนบ้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่เสี่ยงย่อตัวลงบ้าง หากแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงมีพัฒนาการที่ดีขึ้น รวมถึง ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อผลประกอบการของ Nvidia ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทยังเสี่ยงอ่อนค่าลงได้บ้าง หรืออย่างน้อยแกว่งตัว Sideways ในกรอบกว้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน นอกจากนี้ เงินบาทยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าบ้างจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ อนึ่ง เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way risk ไม่ต่างจากเงินดอลลาร์ โดยการเคลื่อนไหวของเงินบาทจะขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ทำให้กลยุทธ์ Options ยังมีความจำเป็นในการรับมือความผันผวนของตลาดการเงินที่สูงกว่าช่วงปกติ

  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    32.30-33.00 บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานการประชุม FOMC ล่าสุด (FOMC Meeting Minutes) และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง อีกทั้ง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด ได้สะท้อนถึงแนวโน้มเงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้น จนทำให้ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดได้ให้โอกาสราว 62% ที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ในส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคการบริการ (S&P Manufacturing & Services PMIs) เดือนพฤษภาคม พร้อมกับ รอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะ Nvidia ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกเหนือจากพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

  • ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของอังกฤษ อาทิ ข้อมูลตลาดแรงงาน อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต รวมถึงยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนเมษายน เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของอังกฤษและยูโรโซน ในเดือนพฤษภาคม เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจอังกฤษและยูโรโซน รวมถึงประกอบการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามสถานการณ์การเมืองอังกฤษ พร้อมกับ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ BOE และ ECB 

  • ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือน ทั้ง ยอดค้าปลีก ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) และยอดการลงทุนในสินทรัพย์ภาวร (Fixed Assets Investment) ในเดือนเมษายน รวมถึง แนวโน้มราคาบ้านในเดือนเมษายน นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่น ทั้ง อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2026 ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของญี่ปุ่น ในเดือนพฤษภาคม และอัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนเมษายน ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า BOJ มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง ในปีนี้ โดยมีโอกาสถึง 78% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 มิถุนายนนี้

  • ฝั่งไทย – บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวได้ราว +2.4%y/y ในไตรมาสแรกของปี 2026 เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจยังไม่รุนแรงมากนักในช่วงไตรมาสแรก ขณะเดียวกัน การส่งออกของไทยยังคงได้แรงหนุนจากเทรนด์การเติบโตของ AI (Data Center) ที่ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ Semiconductor โดยภาพดังกล่าวอาจยังคงสะท้อนผ่าน ยอดการส่งออกในเดือนเมษายนที่อาจขยายตัว +19%y/y อย่างไรก็ดี ยอดการนำเข้าจะพุ่งขึ้น +27%y/y ตามผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้ ดุลการค้าของไทยในเดือนเมษายนจะยังคง “ขาดดุล” ราว 5.6 พันล้านดอลลาร์ 

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย