ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคํายังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยขยับหลุดจุดตํ่าสุดเดิมช่วงวันศุกร์ที่บริเวณ 4,035 เหรียญ ลงมาทํา จุดตํ่าสุดใหม่ที่ 4,007 เหรียญ ในช่วงดึกที่ผ่านมา ทําให้แนวโน้มระยะสั้นกลับมาอยู่ในทิศทางขาลง หลังจากราคาถูกกดดัน จากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปรับตัวแข็งค่าขึ้นขึ้นจาก 99.2 จุดมาอยู่ที่ 99.55 จุด จากการเปิดเผยตัวเลข เศรษฐกิจสหรัฐที่ชี้ถึงแนวโน้มการฟื้ นตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้ทองคําได้รับแรงกดดัน ขณะเดียวกันค่าเงินบาทมี แนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อย ปรับมาอยู่ที่ 32.44 บาทต่อดอลลาร์ จาก 32.38 บาทในช่วงก่อนหน้า ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงมีความไม่ชัดเจนของตัวเลขเศรษฐกิจ ทําให้ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อการลดอัตราดอกเบี้ยยังคงไม่แน่นอน โดยเสียงของประธานเฟดยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ล่าสุดประธานเฟด วอลเลอร์ ยังคงสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม แม้ว่าประธานเฟดหลายๆท่าน ก่อนหน้านี้จะมีเสียงคัดค้าน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ได้รับผลกระทบจากช่วงการชัตดาวน์ นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ในคืนวันนี้ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสําคัญของสหรัฐ ได้แก่ Nonfarm Payroll เดือน ก.ย. รวมถึงตัวเลขการว่างงาน ซึ่งเฟดจะใช้ประกอบการประเมินทิศทางตลาดแรงงานร่วม กับตัวเลขเงินเฟ้อ เพื่อพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุด FedWatch Tool บ่งชี้ว่านักลงทุนให้นํ้าหนักเพียง 41% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม ลดลงจากกว่า 60% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และลด ลงจากระดับ 90% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ด้านกองทุนทองคํา SPDR ขายทองออก 2.57 ตันในวันก่อนหน้า ทําให้ปัจจุบันถือครองอยู่ที่ 1,041.43 ตัน สําหรับ ภาพรวมเดือนพฤศจิกายน กองทุนซื้อทองสุทธิ 1.08 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันถือว่าซื้อทองสุทธิรวม 168.05 ตัน
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ราคาทองคําในเชิงเทคนิคกลับเข้าสู่แนวโน้มขาลงระยะสั้น (Sideway Down) หลังจากที่ราคาปรับตัว ลงตํ่ากว่าระดับเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น-กลาง และสร้างจุดตํ่าสุดใหม่จากจุดตํ่าสุดใรช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผล ให้ราคาทองคําอาจต้องฟอร์มฐาน เพื่อสร้างฐานราคาใหม่อีกครั้ง ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 4,010-3,990 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,060 -4,090 เหรียญ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 61,400 บาท และ แนวต้านที่ 62,200 บาท
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
