Nvidia, Microsoft, Amazon เจรจาลงทุน 60 พันล้านดอลลาร์ใน OpenAI - The Information
- ในตลาดที่ผันผวน หุ้นกลุ่มการเงินที่เติบโตพร้อมจ่ายปันผลถือเป็นแหล่งรายได้และความมั่นคงที่น่าจับตา
-
หุ้นที่โดดเด่นในกลุ่มนี้ ได้แก่ Blackstone T. Rowe Price และ American Financial Group
-
แต่ละบริษัทมีเหตุผลที่น่าสนใจในการถือครองระยะยาว
-
หากคุณกำลังมองหาไอเดียการเทรดที่นำไปใช้ได้จริงเพื่อลุยตลาดที่ผันผวนในตอนนี้ สมัครเลยที่นี่เพื่อเข้าถึงหุ้นเด่นที่คัดเลือกโดย AI ของ InvestingPro
การลงทุนในหุ้นการเงินที่เติบโตและจ่ายปันผล เป็นทางเลือกที่ผสานทั้งรายได้และการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทุนได้อย่างลงตัว
สามบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ Blackstone (NYSE:BX) T. Rowe Price Group (NASDAQ:TROW) และ American Financial Group (NYSE:AFG) ซึ่งโดดเด่นด้วยโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง ประวัติการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ และแนวโน้มที่น่าจับตาในช่วงที่เหลือของปี 2025
ทั้งสามบริษัทนี้เป็นแชมป์ด้านเงินปันผลที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่มองหาทั้งรายได้และการเติบโตของมูลค่าทุนในสภาพตลาดปัจจุบัน
1. Blackstone: ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนทางเลือก
-
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล: 3.99%
-
มูลค่าตลาด: 176.5 พันล้านดอลลาร์
-
มูลค่ายุติธรรม Upside: +16.9%
Blackstone เป็นหนึ่งในผู้จัดการสินทรัพย์ทางเลือกที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ ครอบคลุมทั้งอสังหาริมทรัพย์ หุ้นนอกตลาด การลงทุนด้านเครดิต และเฮดจ์ฟันด์ แนวทางการลงทุนที่หลากหลายช่วยให้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสต่าง ๆ ได้ในทุกช่วงวัฏจักรของตลาด ขณะที่โมเดลรายได้ที่อิงค่าธรรมเนียมยังช่วยเสริมความมั่นคงแม้ในช่วงที่ตลาดผันผวน

ที่มา: Investing.com
ราคาหุ้น BX ปิดที่ 144.50 ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้บริษัทจัดการลงทุนซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์กมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 176.5 พันล้านดอลลาร์ หุ้นปรับตัวขึ้น 13.6% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
มองต่อไปข้างหน้าในช่วงที่เหลือของปี 2025 Blackstone อยู่ในจุดที่เหมาะสมที่จะได้รับประโยชน์จากการที่นักลงทุนสถาบันเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกมากขึ้น ขณะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัว พอร์ตอสังหาริมทรัพย์และเครดิตของบริษัทน่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
คะแนนสุขภาพทางการเงินของ Blackstone จาก InvestingPro อยู่ในระดับ “ดี” สะท้อนถึงงบดุลที่แข็งแกร่งและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน นักวิเคราะห์คาดว่าราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นประมาณ 25% จากระดับปัจจุบัน ขณะที่การประเมินมูลค่ายุติธรรมจาก InvestingPro ชี้ให้เห็นโอกาสการเติบโตที่ประมาณ 16.9%

ที่มา: Investing.com
แม้นโยบายการจ่ายปันผลของบริษัทจะผันแปรตามรายได้ที่สามารถแจกจ่ายได้ แต่ Blackstone ก็แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาวในการคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นทั้งในรูปของเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในปัจจุบันอยู่ที่ 3.99% ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งหลายรายในภาคการเงิน
2. T. Rowe Price: หุ้นสายปันผลตัวแกร่งในธุรกิจจัดการสินทรัพย์
-
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล: 5.36%
-
มูลค่าตลาด: 21.1 พันล้านดอลลาร์
-
มูลค่ายุติธรรม Upside: +34.6%
T. Rowe Price สร้างชื่อเสียงในฐานะบริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับแนวหน้าที่เน้นกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกในหุ้น ตราสารหนี้ และการลงทุนแบบผสม ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ บริษัทให้บริการนักลงทุนทั้งรายบุคคลและสถาบันทั่วโลกผ่านแนวทางที่มีวินัยและขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย

ที่มา: Investing.com
หุ้น TROW ปิดการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ราคา 94.70 ดอลลาร์ ทำให้บริษัทจัดการลงทุนซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในบัลติมอร์มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 21.2 พันล้านดอลลาร์ โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลง 20% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2025 T. Rowe Price คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากความเชื่อมั่นในตลาดที่ฟื้นตัวและโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่งและผลการลงทุนระยะยาวที่มั่นคง บริษัทน่าจะสามารถดึงดูดเงินลงทุนใหม่ได้เพิ่มขึ้น
ด้วยคะแนนสุขภาพทางการเงินระดับ “ดี” จาก InvestingPro บริษัทไม่มีหนี้สินในงบดุล ซึ่งหาได้ยากในหมู่บริษัทการเงินขนาดใหญ่อย่าง T. Rowe Price นักวิเคราะห์ประเมินว่าราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นประมาณ 17% ขณะที่การประเมินมูลค่ายุติธรรมชี้ให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตสูงถึง 34.6% จากระดับปัจจุบัน

ที่มา: Investing.com
สิ่งที่ทำให้ T. Rowe Price โดดเด่น คือสถิติการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องยาวนานถึง 40 ปี ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายบริหารเงินทุนที่ให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง ปัจจุบันบริษัทจ่ายเงินปันผลประจำปีอยู่ที่ 5.08 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 5.4% ซึ่งสูงกว่าตลาดโดยรวมอย่างมาก
3. American Financial Group: ยักษ์ใหญ่แห่งวงการประกันภัย
-
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล: 7.20%
-
มูลค่าตลาด: 10.7 พันล้านดอลลาร์
-
มูลค่ายุติธรรม Upside: +24.9%
American Financial Group เป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านประกันภัยเฉพาะทางที่เน้นผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยสำหรับภาคธุรกิจ บริษัทมีความเชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะทาง เช่น ประกันทางบกและทางทะเล การเกษตร อากาศยาน และประกันความรับผิดเฉพาะทาง ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถรักษาวินัยด้านราคาและความชำนาญในการรับประกันภัยได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา: Investing.com
หุ้น AFG ปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ราคา 127.77 ดอลลาร์ ทำให้บริษัทประกันภัยซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 10.7 พันล้านดอลลาร์ ราคาหุ้นแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
เมื่อมองไปยังช่วงที่เหลือของปี 2025 American Financial Group อยู่ในสถานะที่ดีที่จะได้รับประโยชน์จากตลาดประกันที่กำลังแข็งแกร่งขึ้น และรายได้จากการลงทุนที่ดีขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัว กลยุทธ์การรับประกันภัยอย่างมีวินัยและการเน้นในตลาดเฉพาะกลุ่มของบริษัทน่าจะยังช่วยสร้างอัตรากำไรจากการดำเนินงานและผลประกอบการด้านการรับประกันที่แข็งแกร่งต่อไป
AFG มีคะแนนสุขภาพทางการเงินระดับ “ดี” สะท้อนถึงสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งและความสามารถในการทำกำไรที่สม่ำเสมอ นักวิเคราะห์คาดว่าราคาหุ้นอาจปรับขึ้นได้ประมาณ 7% ขณะที่โมเดลประเมินมูลค่ายุติธรรมชี้ถึงโอกาสเติบโตได้มากถึง 24.9%

ที่มา: Investing.com
AFG มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องนานถึง 40 ปี นับตั้งแต่ปี 1985 โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในปัจจุบันอยู่ที่ 7.2% ที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้นคือ บริษัทมักประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษในช่วงที่ผลประกอบการแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นได้มากกว่าระดับปันผลปกติอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป
โดยสรุปแล้ว Blackstone T. Rowe Price และ American Financial Group คือ 3 หุ้นการเงินสายปันผลเติบโตที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปี 2025 แต่ละบริษัทมีจุดเด่นและแนวโน้มเฉพาะตัว พร้อมมอบทั้งโอกาสในการเติบโตของมูลค่าทุน และความมั่นคงจากการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างพอร์ตการลงทุนที่สามารถรับมือกับความผันผวนของตลาด พร้อมให้รายได้ที่มั่นคง หุ้นทั้งสามตัวนี้ถือเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับกลยุทธ์ซื้อและถือระยะยาว
ลองใช้ InvestingPro เพื่อติดตามแนวโน้มตลาดและเข้าใจว่ามันส่งผลต่อการลงทุนของคุณอย่างไร ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือเทรดเดอร์มากประสบการณ์ การใช้ InvestingPro จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนมากมาย พร้อมลดความเสี่ยงในสภาวะตลาดที่ท้าทาย
สมัครตอนนี้เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์ชั้นนำมากมายที่เหนือกว่าตลาดทันที เช่น:
-
ProPicks AI: หุ้นเด่นที่คัดเลือกโดย AI พร้อมสถิติผลตอบแทนย้อนหลังที่พิสูจน์แล้ว
-
InvestingPro Fair Value: รู้ได้ทันทีว่าหุ้นตัวไหนถูกหรือแพงเกินไป
-
Advanced Stock Screener: ค้นหาหุ้นที่ดีที่สุดจากตัวกรองและเกณฑ์กว่า 100 รายการ
-
Top Ideas: ดูว่ามหาเศรษฐีนักลงทุนอย่าง Warren Buffett, Michael Burry และ George Soros กำลังซื้อหุ้นตัวไหนอยู่
คำชี้แจง: ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ ผู้เขียนมีสถานะ “ถือยาว” (Long) ในดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ผ่านกองทุน SPDR® S&P 500 ETF (SPY) และ Invesco QQQ Trust ETF (QQQ) นอกจากนี้ยังถือกองทุน Invesco Top QQQ ETF (QBIG) กับ Invesco S&P 500 Equal Weight ETF (RSP) และ VanEck Vectors Semiconductor ETF (SMH)
ผู้เขียนมีการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนในหุ้นรายตัวและ ETF อย่างสม่ำเสมอ โดยพิจารณาจากการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านสภาพเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยพื้นฐานทางการเงินของบริษัท
ความคิดเห็นที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน
ติดตาม Jesse Cohen ได้ทาง X/Twitter @JesseCohenInv เพื่อรับข้อมูลวิเคราะห์ตลาดหุ้นและมุมมองเชิงลึกเพิ่มเติม

