OpenAI Ads จะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งอย่าง Google และ Meta อย่างไร?
GDP GROWTH งวด 3Q67 ของบ้านเราออกมาอยู่ที่ 3% YOY สูงกว่า คาด(2.4%) โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเบิกจ่ายงบประมาณของ รัฐบาลที่เร่งตัวทำให้ การลงทุนภาครัฐเพิ่ม 25.9% YOY และการใช้จ่าย ภาครัฐเพิ่ม 6.3% อย่างไรก็ตามพบว่าการบริโภคภาคครัวเรือนโตลดลง เหลือ 3.4% ส่วนทิศทางในงวด 4Q67 คาดโตต่อเนื่องด้วยแรงขับเคลื่อน ของการเบิกจากงบประมาณ + การออกมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินผ่าน โครงการ DIGITAL WALLETเดิม โดยหาก 4Q67โต 3.6% YOY ก็จะทำ ให้เป้าหมายทั้งปีที่ 2.6% บรรลุผล ส่วนประเด็นต่างประเทศต้องจับตา สถานการณ์ รัสเซีย-ยูเครน ซึ่งร้อนแรงขึ้นหลังสหรัฐฯ เห็นชอบให้ยูเครน ใช้อาวุธิที่ได้รับจากสหรัฐ โจมตีเข้าไปในดินแดนของรัสเซีย ซึ่งต้องดู ปฎิกริยาของพันธมิตร NATO และ รัสเซีย แต่ถือเป็นความเสี่ยง SET INDEX ปรับขึ้นมาจากแรงหนุนของ GDP 3Q67 ที่ดีกว่าคาด แต่ มูลค่าการซื้อขายที่บางทำให้ ยังไม่พ้นช่วงปรับฐาน วันนี้คาดกรอบ 1440 –1459 จุด TOP PICK เลือก BCP, PLANB และ SCGP
น้ำมันดิบดีดตัวแรง TRADING น้ำมัน-โรงกลั่นที่ LAGGARD วานนี้ราคาน้ำมันดิบ BRENT/ WTI ปรับตัวลงแรง 2.9% และ 3.2% ตามลำดับ ปิดที่ ระดับ 73.1 เหรียญฯ/บาร์เรล และ 69.2 เหรียญฯ/บาร์เรล ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก บริษัทพลังงานของนอร์เวย์ ประกาศระงับการผลิตที่บ่อน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบ่อ น้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก เนื่องจากปัญหาไฟฟ้าดับ ซึ่งล่าสุดยังไม่มีทีท่าว่า จะสามารถกลับมาผลิตได้เมื่อไหร่ ส่วนอีกสาเหตุหนึ่ง คือ สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลัง รัสเซียได้ทำการโจมตีทางอากาศต่อยูเครน โดยเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้าน พลังงานของยูเครน ซึ่งทางสหรัฐฯ ได้ตอบโต้ผ่านการอนุมัติให้ยูเครนสามารถใช้ ขีปนาวุธของสหรัฐโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซียได้ ซึ่งต้องติดตามว่าความ ร้อนแรงดังกล่าว จะมีพัฒนาการไปทางไหน อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ประเด็น กดดันให้ อุปทานน้ำมันในตลาดโลกตึงตัวขึ้น และมักจะดันราคาน้ำมันดิบ BRENT / WTI ผัน ผวน และปรับตัวขึ้นในช่วงสั้นได้ซึ่งอาจหนุนให้ราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ และหนุนให้อัตราเงินเฟ้อของหลายประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะตามมาด้วย การใช้นโยบายทางการเงินเชิงรุกที่มากขึ้นของ FED ECB BOE รวมถึง BOJ ก็เป็นได้ ซึ่งอาจหนุนให้ DOLLAR INDEX แข็งค่าขึ้น ซึ่งกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าตามกลไก
โดยวันนี้คาด SET INDEX จะถูกกดดันจาก SENTIMENT เชิงลบดังกล่าว แต่คาดมีหุ้น กลุ่มพลังงาน-โรงกลั่นที่มีสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 3 ของน้ำหนักทั้งหมดเป็นตัวพยุง ส่วนหุ้น ที่ได้ประโยชน์ในยามราคาน้ำมันดิบขาขึ้น ได้แก่กลุ่มผู้ประกอบการผลิตและสำรวจ น้ำมันที่มีรายได้อิงกับราคาขายน้ำมัน คือ PTTEP, BCP ส่วนของธุรกิจโรงกลั่น คือ TOP, IRPC, BCP, BSRC, SPRC ซึ่งผลตอบแทนตั้งแต่ต้นเดือน(MTD) LAGGARD ผลตอบแทนราคาราคาน้ำมันดิบ BRENT
GDP 3Q67 ไทย +3%YOY โตสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส วานนี้ สศช. เผย GDP GROWTH ไทยใน 3Q67 +3.0%YOY (สูงกว่าตลาดคาดที่ 2.4%YOY) และ +1.2%QOQ (สูงกว่าตลาดคาดที่ 0.8%QOQ) โดยมี แรงหนุนเด่นๆ มาจากการลงทุนภาครัฐ (+25.9%YOY), การใช้จ่ายภาครัฐ (+6.3%YOY), การ ส่งออก (+10.5%YOY), การบริโภค (+3.4%YOY) ขณะที่การลงทุนเอกชนหดตัว น้อยลง (-2.5%YOY) ทำให้ล่าสุดเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นมายืนเหนือช่วงโควิดมา 7 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว
สศช. ปรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2567 ลดลงเหลือ 2.6% (เดิม 2.3 –2.8%) โดย GDP 4Q67 ต้องเติบโตอย่างน้อย +3.6%YOY ขณะที่ ปี 2568 คาดเศรษฐกิจไทย เติบโตราว 2.3 –3.3%
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วง 4Q67 คาดมีแนวโน้มดีขึ้น จากความต่อเนื่องของ การใช้จ่ายภาครัฐเร่งตัวขึ้น (G) โดยนับตั้งแต่ 1 ต.ค. –15 พ.ย. 67 ของปีงบฯ 2568 รัฐบาลมีการเบิกจ่ายงบลงทุนไปแล้วราว 9.7% ของทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกัน ของงบฯ ปี 2567 ชัดเจน ซึ่งน่าจะช่วยหนุนให้การลงทุนภาคเอกชนค่อยๆ ดีขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ยังคาดว่าภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวช่วง HIGH SEASON และน่าจะเห็นรัฐบาล เร่งกระตุ้นภาคการบริโภคช่วงปลายปี (C) โดยในช่วงบ่ายวันนี้ (19 พ.ย. 67) รอ ติดตามการประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจนัดแรก โดย สศช. จะเสนอกระตุ้นเศรษฐกิจ รูปแบบการลงทุน เพื่อลดความผันผวนและผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาค การผลิต (สินค้าทุน, สินค้าคงทน) และคาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอแพคเกจ กระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อาทิ
• มาตรการของขวัญปีใหม่ช่วงสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า
• มาตรการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 2 ให้กับกลุ่มกลุ่มผู้สูงอายุ ช่วง อายุ 50 ปี หรือ 60 ปีขึ้นไป
• มาตรการแก้หนี้ภาคประชาชน
สรุป เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวแบบขั้นบันได และคาดเห็นแรงกระตุ้นภาคการ บริโภคช่วงปลายปี ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว บวกกับการเบิกจ่ายการลงทุนของภาครัฐ งบฯ ปี 2568 มีสัญญาณเร่งตัวขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยหนุนให้การลงทุนภาคเอกชนค่อยๆ ดี ขึ้นด้วย แนะนำหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ อาทิ BJC CPALL (BK:CPALL) CPAXT, SCC SCCC CK TASCO, WHA AMATA, CENTEL MINT, KBANK (BK:KBANK) KTB BBL TISCO SCB
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities
