ราคา Bitcoin วันนี้: ลดลงที่ $76k หลังจากแตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือนจากการเทขายครั้งใหญ่
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้น ตามโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ จังหวะอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทยที่ลดลง
- จับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น ที่อาจกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ECB และ BOJ พร้อมรอลุ้นรายงาน GDP ไตรมาสที่ 2 และผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย
- ทิศทางเงินดอลลาร์จะขึ้นกับ 1) มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด 2) บรรยากาศในตลาดการเงิน ซึ่งต้องจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และ 3) ทิศทางบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะ เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อาจแข็งค่าขึ้นได้ หากผู้เล่นในตลาดเชื่อว่า BOJ จะสามารถขึ้นดอกเบี้ยต่อได้ ในส่วนของค่าเงินบาท เรามองว่า โมเมนตัมการแข็งค่ายังมีอยู่ แต่อาจชะลอลงบ้าง ทำให้เงินบาทมีโอกาสผันผวนอ่อนค่าได้ หากการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่มีแนวโน้มล่าช้า กดดันฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง หรือราคาทองคำเริ่มกลับมาย่อตัวลง ซึ่งอาจเกิดขึ้นพร้อมจังหวะที่ทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยผันผวนสูงขึ้น
- มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
34.35-35.15 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
- ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ โดย S&P Global (Manufacturing and Services PMIs) เดือนสิงหาคม รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลการจ้างงานเบื้องต้น (Preliminary Annual Payrolls Benchmark Revision) ซึ่งจะสะท้อนภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้ชัดเจนขึ้น พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดและรายงานการประชุม FOMC ล่าสุด (FOMC Meeting Minutes) เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด
- ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านรายงาน ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการเดือนสิงหาคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนสิงหาคม และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อยูโรโซน (Inflation Expectations) ซึ่งสำรวจโดย ECB นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามประเด็นการเมืองฝรั่งเศส ทั้งการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี หลังมหกรรมกีฬาโอลิมปิกได้เสร็จสิ้นลง โดยเราประเมินว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส อาจเป็นปัจจัยที่กดดันภาพตลาดทุนฝรั่งเศส และส่งผลให้เงินยูโร (EUR) เสี่ยงผันผวนอ่อนค่าในช่วงนี้
- ฝั่งเอเชีย – เรามองว่า ควรระวังความผันผวนในตลาดจากการปรับสถานะ JPY Carry Trade หรือ Short JPY เพิ่มเติมของผู้เล่นในตลาด ซึ่งจะขึ้นกับมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายของเฟดและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยในส่วนของ BOJ นั้น ผู้เล่นในตลาดอาจมองว่า BOJ ยังมีโอกาสทยอยขึ้นดอกเบี้ยต่อได้ในปีนี้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจทั้ง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการเดือนสิงหาคม ยอดการส่งออกและนำเข้าเดือนกรกฎาคม รวมถึง อัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนกรกฎาคม ยังคงสะท้อนภาพเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ดีอยู่ ในส่วนของผลการประชุมบรรดาธนาคารกลางฝั่งเอเชียนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) และธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) จะมีการทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงตามธนาคารกลางอื่นๆ ในโซนเอเชีย เช่น ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) และธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) หรือไม่
- ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนและการเบิกจ่ายของภาครัฐ ว่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าหรือไม่ ซึ่งภาพเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ก็อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินของบรรดาคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ โดยในส่วนของการประชุม กนง. นั้น เราประเมินว่า กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.50% และอาจยังไม่ได้มีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มการทยอยปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย หากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดีและมีแนวโน้มเป็นไปตามคาดการณ์ของ กนง. ส่วนประเด็นการเมืองนั้น เรามองว่า ควรติดตามการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ เพื่อประเมินว่า ภาพดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเบิกจ่ายและการลงทุนของภาครัฐ รวมถึงนโยบายสำคัญของรัฐบาล อย่าง Digital Wallet หรือไม่

