ราคา Bitcoin วันนี้: ลดลงที่ $76k หลังจากแตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือนจากการเทขายครั้งใหญ่
BoJ / Fed / Thai ESG
• Strategy: แนะนํานักลงทุนอยู่ในโหมด Wait & See ต่อไป เพื่อรอดูความ ชัดเจนของปัจจัยด้านนโยบายการเงินซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันนี้ มองปัจจัย ดังกล่าวมีโอกาสนําามาสู่ความผันผวนระยะสั้นในตลาด FX รวมถึงราคา สินทรัพย์ต่างๆได้ ยังคงประเมิน SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1290-1330 จุด สัปดาห์นี้ แนะเพียงถือครองหุ้นในส่วนเดิมต่อไป
• Factors: สําหรับปัจจัยวันนี้แนะนําติดตาม
1) ผลการประชุม Bo) ซึ่งไม่ว่าที่ประชุมจะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ จะเกิด Surprise ขึ้นในตลาดอย่างแน่นอน หากอิงจากคาดการณ์ใน ตลาด ณ ปัจจุบันที่ไม่เป็นเอกฉันท์ โดยนักเศรษฐศาสตร์เพียงราว 1 ใน 3 คาดว่า Bol จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ได้ แต่ผู้เล่นใน ตลาดเงินส่วนใหญ่กลับมองว่า Bol จะมีมติเช่นนั้น สะท้อนจาก Swap rate ที่ Pricing ในตลาดล่าสุด
2) ผลการประชุม FOMC ซึ่งแน่นอนแล้วว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ย นโยบายที่ระดับ 5.25-5.50% ต่อไป จึงทําให้ไฮไลท์ในการประชุมครั้ง นี้จะไปอยู่ที่ Statement ที่ออกมา รวมถึงค่าพูดของนาย Jerome Powell หลังการประชุม เราแนะนําจับสัญญาณที่สําคัญ เช่น การส่ง สัญญาณถึงการลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปเดือนก.ย., ความเห็นของกรรมการ Fed ต่อตลาดแรงงานที่ตัวเลขย่อลงในช่วง หลัง และการให้ความเชื่อมั่นของนาย Jerome Powell ต่อทิศทาง แนวโน้มเงินเฟ้อ ทั้งนี้ เรายังคงคาดการณ์เช่นเดิมว่า Fed จะมีการปรับ ลดดอกเบี้ยครั้งแรกของ Cycle ได้ในการประชุมครั้งหน้าเดือนก.ย. ซึ่งถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว แต่คาดว่าจะเป็น จุดเริ่มต้นที่ดีของการปรับตัวดีขึ้นของสภาพคล่องทั่วโลก
3) รายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยประจําเดือนมิถุนายนที่สําคัญ เช่น ปริมาณ เงินอย่างกว้าง การบริโภคภาคเอกชน และดุลบัญชีเดินสะพัด
• ThaiESG: ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ กองทุน ThaiESG โดยเพิ่มวงเงินยกเว้นภาษีเป็น 3 แสนบาทต่อปี และลด ระยะเวลาการถือครองเหลือ 5 ปี นอกจากนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนผู้จัดท่า ESG Ratings จากตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็น FTSE Russell
• Our take: คาดว่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมสภาพคล่องในตลาดทุนไทยได้ บ้างในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แต่เรามองว่าในแง่ของมูลค่าเม็ดเงินที่จะ ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยคงไม่ได้มีนัยสําคัญมากนัก โดยประเมินกรณีดี สุดอยู่เพียงแค่ราว 2 หมื่นล้านบาท (อิงจากตัวเลขพฤติกรรมการซื้อในปี ก่อน) ที่สาคัญ เราคิดว่าพฤติกรรมของนักลงทุนในปีนี้อาจมีการกระจายการ ลงทุนไปยังกองทุน ThaiESG กลุ่มตราสารหนี้มากยิ่งขึ้น เพื่อจํากัดความ เสี่ยงของตัวเอง และเป็นการเปิด Upside จากทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลกที่ กําลังจะเป็นขาลง เราคาดว่าจากนี้ไป จะเริ่มเห็นบลจ.หลายแห่งทยอยออก กองทุน Thai ESG ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้สู่ตลาดมากขึ้น เพื่อตอบรับดี มานด์ในส่วนดังกล่าวนี้
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
