ราคา Bitcoin วันนี้: พุ่งขึ้นเหนือ $78k หลังการเทขายในช่วงสุดสัปดาห์; ความกังวลเกี่ยวกับ Fed ยังคงอยู่
Shipping / Residential / ThaiESG
• SET: คาด SET Index แกว่งตัวสัปดาห์นี้ในกรอบ 1280-1320 จุด โดยดัชนีน่าจะยังมีการเคลื่อนไหวในกรอบแคบต่อไปจากความไม่ชัดเจน ทางปัจจัยการเมือง ส่วนทางด้าน Fund flow เรากําลังจับตาดูว่าการเปลี่ยน ผ่าน Series ในตราสาร Index futures ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ นักลงทุนกลุ่มนี้จะมีท่าทีล็อคกําไรสถานะ Short ที่เคยเปิดไว้ หรือจะมีการ Rollover สถานะต่อ
• USD: อีกหนึ่งปัจจัยที่น่าจับตาได้แก่ การแข็งค่าของเงิน USD อย่าง รวดเร็วจนล่าสุดดัชนี Dollar index ปรับตัวท้าจุดสูงสุดใหม่ของรอบ ซึ่งเรา คาดว่าเหตุผลหลักยังคงเป็นเรื่องเดิมได้แก่การไหลเข้าของเม็ดเงินขนาน ใหญ่เข้าสู่กองทุนประเภท Money market ในสหรัฐฯ เพื่อรอรับอัตรา ผลตอบแทนเงินฝากที่อยู่ในระดับสูง จากการที่ Fed มีแนวโน้มจะคง ดอกเบี้ยนโยบายในระดับสูงนานออกไป
• Strategy: ในเชิงกลยุทธ์ ยังคงไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นใดใหม่สําหรับตลาด หุ้นไทยในระยะสั้น นอกเหนือจากปัจจัย Valuation ที่อยู่ในระดับต่ํา ซึ่งจะ เป็นตัวช่วยประคับประคองดัชนีในด้าน Downside แต่ไม่ได้เป็นตัวผลักดัน Upside แต่อย่างใด ยังคงแนะนําานักลงทุน Wait & See และเลือกถือครอง หุ่นในส่วนเติมไปก่อนเท่านั้น
• Shipping: สําหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะเห็นโมเมนตัมของการเก็งกําไรต่อ เนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้ว ได้แก่กลุ่ม Shipping ทั้งเรือกเทกอง (PSL, TTA) และเรือคอนเทนเนอร์ (RCL) ร่วมไปถึงกลุ่ม Freight forwarder (LEO, SINO, SONIC, WICE) จากการที่ดัชนีค่าระวางเรือ ทั้ง 2 กลุ่มปรับตัวสูงขึ้นต่อเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
• Residential: ส่วนกลุ่มที่อยู่อาศัย อาจมีปัจจัยเก็งกําไรในระยะสั้น โดยเฉพาะบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายของคอนโดอยู่สูง เช่น AP , ORI, SIRI, ANAN และ NOBLE จากการที่รัฐบาลมีแผนจะประกาศ มาตรการเพิ่มเติม ได้แก่ การเปิดทางให้ชาวต่างชาติเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปี โดยที่ไม่ได้มีสิทธิ์ซื้อขาด และการเปิดทางให้ต่างชาติถือครอง คอนโดๆได้ไม่เกินสัดส่วน 75% จากเดิม 49% โดยส่วนเกิน 26% จากเดิมนั้น ไม่สามารถมีสิทธิ์ออกเสียงโหวต อย่างไรก็ดี เรามองเป็นเพียง ปัจจัยด้าน Sentiment เท่านั้น เนื่องจากโครงการคอนโดส่วนมากที่อยู่ ระหว่างการขาย ณ ขณะนี้ มีเพียงไม่กี่โครงการที่มียอดขายจากกลุ่ม
• Trade data: ไฮไลท์ตัวเลขส่งออก-นําเข้าของไทยประจําเดือนพ.ค. ที่ออกมาเมื่อวันศุกร์มีดังนี้ ต่างชาติถึง 49% แล้ว
1) การส่งออกขยายด้ว 7.2% แม้จะดัดทองค่าออกไปแล้ว ก็ยังขยายตัว ได้ราว 5.9% ดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 2.0% พอสมควร ทั้งนี้ การขยายตัวเกิดขึ้นทั้งในกลุ่มสินค้าเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เกิดจากการเลื่อนการส่งออกกลุ่มผลไม้เช่นทุเรียนมาจากช่วงที่ผ่านมา ที่น่าสนใจคือการส่งออกไปจีนขยายตัวได้ถึง 31% โดยหลักคาดว่า
2) สินค้า มียอดส่งออก ในเดือนพ.ค. ได้แก่ ยางแท่ง (+62% YoY), อาหารสัตว์เลี้ยง (+39%), ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ (+31%), น้ามะพร้าว (+24%) มองเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องอย่าง STA, NER, TEGH, AAI, ITC, CCET, COCOCO, MALEE, PLUS ซึ่งหุ้น 3 ตัว หลังยังคงเป็น Top picks ของเราประจําเดือนนี้ต่อไป
3) การนําเข้าหดตัว 1.7% แต่หากติดทองค่าออกไปจะหดตัว 2.2% ถือ ว่าใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
