ราคา Bitcoin วันนี้: พุ่งขึ้นเหนือ $78k หลังการเทขายในช่วงสุดสัปดาห์; ความกังวลเกี่ยวกับ Fed ยังคงอยู่
ดูความสนใจวันนี้คงอยู่ที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะมีแนวทางและกรอบเวลาใน การพิจารณา เรื่อง นายกฯเศรษฐา และ พรรคก้าวไกลอย่างไร ส่วนการ วินิจฉัย พรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เป็นเรื่องเดียวที่จะมีข้อยุติในวันนี้ อีก เรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญคือ การเปิดสภาฯสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่าง พรบ. งบประมาณฯ ปี 2568 ในวันที่ 19 – 21 มิ.ย.67 ซึ่งหากผ่านการ พิจารณาวาระที่ 1 ได้ในกรอบเวลาดังกล่าว ก็น่าจะทำให้งบประมาณปี 2568 สามารถบังคับใช้ได้ทันตามกรอบเวลาปกติคือ 1 ต.ค.67 ซึ่งเป็น ผลดีต่อทิศทางเศรษฐกิจ สำหรับมาตรการ เรื่อง UPTICK RULE มีการ ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ 1 ก.ค.2567 โดยเรามองว่าน่าจะเป็นกลไกที่ ลดแรงกดดันของราคาหุ้นได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ 18 วันทำการที่ผ่านมาพบว่า มูลค่า SHORT SELL อยู่ที่เฉลี่ย 6.1 พันล้านบาท/วัน
วันนี้น่าจะเห็นพัฒนาการของข่าวในหลายส่วน แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่ยุติ ทำให้ แรงกดดันต่อ SET INDEX ยังมีอยู่ วันนี้คาดกรอบ 1288 – 1302 จุด หุ้น TOP PICK วันนี้เลือก BCH, CPN และTIDLOR
ับตาการเมืองไทยคืบหน้า ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้มีหลายประเด็นทางการเมืองที่น่าติดตาม เริ่มจากวันนี้ (18 มิ.ย. 67) มีความคืบหน้าของกระบวนการการพิจารณา/วินิจฉัย 4 คดี โดยมี รายละเอียด ดังนี
1. ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณา “คดี 40 ส.ว.ยื่นถอดถอน นายกฯ เศรษฐา" สั่งยื่นบัญชีพยานเพิ่ม
2. ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณา "คดียุบก้าวไกล” สั่งยื่นบัญชีพยานเพิ่ม
3. ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด คำร้องพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ขัด รัฐธรรมนูญหรือไม่ (คาดว่าจะทราบผลการตัดสินในช่วงเวลา 12.00 น.)
4. อัยการนัดนำตัว อดีตนายกฯ ทักษิณ” ส่งฟ้องศาล คดี ม.112 (อสส. นัด หมายเวลา 9.00 น.)
ทั้งนี้ คดีที่ได้ข้อสรุปเห็นจะมีเพียงปมเลือก สว. ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่? ส่วนอีก 3 คดีที่เหลือ เชื่อว่าจะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดในวันนี้ ทำให้ยังมีน้ำหนักกดดันตลาด การเงินต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือน ก.ค.67 สำหรับในวันที่ 19 -21 มิ.ย. 67 ทาง สภาผู้แทนราษฎร์จะเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณพ.ศ. 2568 วาระที่ 1วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ซึ่ง มีการตั้งงบประมาณไว้ให้กับโครงการ DIGITAL WALLET 1.53 แสนล้านบาท ทั้งนี้ การเดินหน้าโครงการ DIGITAL WALLET ล่าสุด อยู่ในขั้นตอนทบทวนสินค้าที่ไม่ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ (NEGATIVE LIST) อาทิ สมาร์ทโฟน, ยา, เครื่องใช้ไฟฟ้า , สินค้านำเข้าต่างๆ หลังนายกฯ แสดงความเป็นห่วงว่า จะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ในประเทศได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยรัฐบาลน่าจะมีข้อสรุปมานำเสนอในช่วง สัปดาห์หน้า
ขณะที่ความคืบหน้าการใช้งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เห็นการ เบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 2Q67 โดยข้อมูลล่าสุด (7 มิ.ย. 67) เพิ่มขึ้นเป็น 38.6% ของงบประมาณ ซึ่งค่อยๆ ขยับขึ้นใกล้สัดส่วนของปี 2566
สรุป วันนี้ (18 มิ.ย. 67) มีความคืบหน้าของกระบวนการการพิจารณา/วินิจฉัย 4 คดี สำหรับในวันที่ 19 -21 มิ.ย. 67 ทาง สส. จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วาระที่ 1 ทั้งนี้หากการพิจารณาฯ เป็นไปตามกรอบเวลาที่ กำหนด เชื่อว่าจะทำให้การใช้จ่ายงบภาครัฐ (G) ไม่เกิดการชะงักเหมือนกับปี 2567
ต่างชาติขายหุ้นไทย 18 วันติด ลุ้นต่อวันที่ 18 มิ.ย. แรงกดดันทางการเมือง เดินหน้าเร็วกว่า ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการเสริม ประสิทธิภาพให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ สะท้อนได้จากคดีสำคัญๆ ทางการเมือง เริ่มตั้น ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. 67 ทยอยสะสมมาเรื่อยๆ 4 คดี โดยมากระจุกให้เห็นความ เปลี่ยนแปลงตัวพร้อมกันในวันที่ 18 มิ.ย. 67 นี้
กดดัน FUND FLOW ต่างชาติไหลออกทุกวัน ทุกช่องทาง เกือบ 1 เดือนเต็ม หรือ 18 วันทำการที่ผ่านมา ทั้งขายหุ้น ขายผ่าน PROGRAM TRADING และยัง SHORT SELL หนัก กดดัน SET INDEX ตกหนักอีก โดยรายละเอียดแรงกดดันที่มากกว่า ปกติมีดังนี
▪ ตลอด 18 วันทำการ SET INDEX ปรับตัวลงหนักเกิน -6%
▪ ตลอด 18 วันทำการ ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยทุกวัน ด้วยมูลค่ารวมสูงถึง - 3.5 หมื่นล้านบาท
▪ ตลอด 18 วันทำการ PROGRAM TRADING ขายสุทธิหุ้นไทยทุกวัน ด้วย มูลค่ารวมสูงถึง -3.0 หมื่นล้านบาท
▪ ตลอด 18 วันทำการ ยังมีมูลค่าการ SHORT SELL หนาแน่นถึง 1.09 แสน ล้านบาท (เฉลี่ย SHORT สุทธิ 6.1 พันล้านบาท/วัน) และมีสัดส่วนสูงถึง 13.48% ของมูลค่าซื้อขายทั้งหมดในตลาดฯ
อีกทั้งต่างชาติยังขายสะสมสุทธิในปีนี้ ไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท (YTD) สรุป ทั้งหมด ทั้งมวลที่กล่าวมา SET INDEX ที่อยู่ในระดับใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี พร้อมกับความ เชื่อมั่นของนักลงทุนลดลงไปมาก ทั้งในมุมเศรษฐกิจและเสถียรภาพตลาดฯ ซึ่งมี ความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน !!!
SET INDEX เตรียมรับปัจจัยหนุน หลังผ่านพ้นมรสุมทาง การเมืองอย่างหนักหน่วง
ประเทศไทยมีความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา กดดันดัชนี SET INDEX ให้ปรับตัวลงมา 6.2% ตั้งแต่ 21 พ.ค.67–18 มิ.ย.67ซึ่งหากเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน จะเห็นได้ว่ามีตลาดหุ้นฝรั่งเศสที่ปรับตัวลง 7.3% ซึ่งมาจาก ประเด็นการเมืองเช่นกัน ส่วนประเทศอื่นๆ ปรับตัวลงน้อยกว่า หรือ ปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น อาทิ สหรัฐฯ (NASDAQ) +7.0% อินเดีย +4.2% เกาหลีใต้ +0.7% เวียดนาม +0.1% ญี่ปุ่น -1.8% เยอรมนี -3.4% ฟิลิปปินส์ -3.6% จีน -4.4% เป็นต้น
ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าหลังจากนี้จะมีหลายปัจจัยบวกที่หนุนให้ SET INDEX ทรงตัวใน ระดับเดิม หรือ ปรับตัวขึ้นได้ จาก 3 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้
1. ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นได้ดี โดย 1 สัปดาห์เศษๆ ราคาน้ำมัน BRENT ปรับ ขึ้น +5% และระยะถัดไปมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ จากการคาดการณ์ของ GOLDMAN SACH ที่คาดการณ์ DEMAND น้ำมันดิบในช่วง Q3 จะมีแนวโน้มสูงขึ้น จากการเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลขับขี่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อ SET ที่ มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มโรงกลั่น-พลังงานกว่า 1 ใน 3 ของสัดส่วนทั้งหมด ขณะที่หุ้น ในกลุ่มดังกล่าว ยัง LAGGARD ราคาน้ำมันดิบอยู่มาก ทั้ง PTT (BK:PTT) PTTEP PTTGC BCP และ SPRC
2. วานนี้มีประกาศรายชื่อหุ้นถูกคัดเข้า/ออก SET50-100 โดยหุ้นเข้า SET50 คือ BCP BJC ITC TIDLOR และ หุ้นเข้า SET100 คือ BA BJC CKP JAS MBK PRM QH SKY TIPH ซึ่งหุ้นดังกล่าว มีโอกาสที่ FLOW จะไหลเข้าใน ช่วงเวลานี้จากกองทุน ACTIVE FUND และหลังวัน EFFECTIVE จาก กองทุน PASSIVE FUND ซึ่งจากสถิติในอดีตหุ้นที่ถูกคัดเข้าดัชนี SET50- 100 มักจะปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนวัน EFFECTIVE กว่า 2-5% และ 1-3% ตามลำดับ
3. วานนี้ SET ประกาศการใช้กฎ UPTICK RULE ทุกบริษัทตามกำหนดการ เดิม โดยจะเริ่มใช้ 1 ก.ค.67 ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าจะเป็นตัวพยุง SET INDEX ได้เป็นอย่างดี และลดการทำธุรกรรม SHORT SELL ได้อย่างมีนัยฯ โดย เปรียบเทียบกับช่วงโควิดปี 2563 หลังมีการใช้กฏ UPTICK มูลค่า SHORT SELL ลดลงจาก 3,992 ล้านบาทต่อวัน(สัดส่วน 5.97% ของมูลค่าซื้อขาย ต่อวัน) เหลือเพียง 850 ล้านบาทต่อวัน(สัดส่วน 1.23% ของมูลค่าซื้อขายต่อ วัน) หรือลดลงไปกว่า 79% ขณะที่มูลค่าซื้อขายรายวันไม่ได้ลดลงตาม ดังรูป ด้านล่าง แนะนำหุ้นพื้นฐาน ได้แรงหนุนจากการ COVER SHORT อย่าง IVL, AWC, SCGP, GPSC, PTT, BEM, TIDLOR, CENTEL, SCC
สรุป SET INDEX เตรียมรับปัจจัยหนุน 3 ปัจจัย คือ 1. ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นได้ดี 2. การประกาศรายชื่อหุ้นถูกคัดเข้า/ออก SET50-100 และ 3. SET ประกาศการใช้กฎ UPTICK RULE ทุกบริษัทตามกำหนดการเดิม คาดวันนี้ SET จะสามารถปรับตัวขึ้น ได้หลังปรับตัวลงมาแรงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยคาดกรอบการ เคลื่อนไหว SET วันนี้ 1288-1302 จุด
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities
