ตลาดหุ้นยุโรปยังคงไม่ฟื้น ถึงแม้ว่าเงินเฟ้ออังกฤษจะออกมาชะลอตัวลง

เผยแพร่ 14/09/2022 19:01

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดในแดนลบ โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปรับตัวลงเมื่อวันอังคาร (13 ก.ย.) หลังข้อมูลเงินเฟ้อสูงกว่าที่คาดของสหรัฐได้ตอกย้ำมุมมองนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งใหญ่ในสัปดาห์หน้า แต่การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มค้าปลีก ซึ่งนำโดยหุ้นอินดิเท็กซ์ของสเปนช่วยจำกัดแรงลบในตลาด

ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 420.65 จุด ลดลง 0.48 จุด หรือ -0.11%

ส่วนดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ระดับ 6,210.77 จุด ลดลง 34.92 จุด หรือ -0.56% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ระดับ 13,131.34 จุด ลดลง 57.61 จุด หรือ -0.44%

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค เพิ่มขึ้น 8.3% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.1%

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าลดลง 0.1%

หุ้นกลุ่มค้าปลีกปรับตัวขึ้น 2.3% หลังหุ้นอินดิเท็กซ์ เจ้าของแบรนด์ซาร่าพุ่ง 5% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นสเปนดีดตัวขึ้น 0.3% ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ดัชนีในยุโรปที่ปรับตัวขึ้น

บริษัทอินดิเท็กซ์รายงานยอดขาย 6 เดือนเพิ่มขึ้น 24.5% และรายงานกำไรสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

บริษัท อินดิเท็กซ์ (Inditex) เจ้าของซาร่า (Zara) แบรนด์เสื้อผ้าแฟชันเปิดเผยวันนี้ (14 ก.ย.) ว่า ผลกำไรในช่วง 6 เดือนจนถึงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา พุ่งขึ้น 41% และยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ใน 4 ส่งผลให้บริษัทอยู่ในสถานะที่มั่นคงก่อนเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งมีแนวโน้มว่าอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

ทั้งนี้ อินดิเท็กซ์ระบุว่า รายได้รวมในช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.484 หมื่นล้านยูโร (1.482 หมื่นล้านดอลลาร์) จาก 1.19 หมื่นล้านยูโรเมื่อปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.79 พันล้านยูโร จาก 1.27 พันล้านยูโรเมื่อปีที่แล้ว

นายออสการ์ การ์เซีย มาเซราส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินดิเท็กซ์กล่าวว่า แม้ยอดขายจะพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่อัตราการเติบโตรายปีกลับชะลอตัวลงเล็กน้อยสู่ระดับ 11% นับตั้งแต่สิ้นสุดช่วงครึ่งปีแรก

นอกจากนี้ ทางอินดิเท็กซ์ระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งปีแรกแตะที่ 57.9% นับว่าสูงที่สุดในรอบ 7 ปี โดยทางบริษัทได้เร่งเพิ่มปริมาณสต็อกสินค้าเป็นการชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ ณ วันที่ 11 ก.ย. ระดับสินค้าคงคลังสูงกว่าปีก่อนถึง 33%

นายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสเปิดเผยว่า รัฐบาลฝรั่งเศสปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจปี 2566 แต่รัฐบาลยังคงเป้าหมายการลดยอดขาดดุลงบประมาณ

ทั้งนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสคาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 1% ในปี 2566 จากระดับของปี 2565 ซึ่งประมาณการไว้ที่ 2.5% โดยตัวเลขคาดการณ์ล่าสุดนี้ ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 1.4%

"เรายังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อเศรษฐกิจ แต่เราได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจในปีหน้าลงเล็กน้อยเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัวลง, วิกฤตพลังงาน และอุปสรรคต่าง ๆ ที่ประเทศคู่ค้าของเรากำลังเผชิญอยู่" นายเลอ แมร์กล่าว

แม้ว่ารัฐบาลฝรั่งเศสปรับลดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลยังคงเป้าหมายการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณลงสู่ระดับต่ำกว่า 3% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2570 จากปี 2565 ที่ประมาณการไว้ที่ 5%

ส่วนในปี 2566 รัฐบาลยังคงเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณที่ระดับ 5% ของตัวเลข GDP ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าจะรัฐบาลจะมีรายได้จากภาษีนิติบุคคลที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ นายเลอ แมร์ คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อของฝรั่งเศสจะยังคงอยู่ในระดับสูงจนถึงเดือนก.พ.ปีหน้า

นายบรูโน เลอแมร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝรั่งเศสระบุในวันนี้ (14 ก.ย.) ว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสจะไม่ประสบกับภาวะถดถอย แม้รัฐบาลได้ปรับลดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจสำหรับปี 2566

ทั้งนี้ นายเลอแมร์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีนิวส์ว่า รัฐบาลฝรั่งเศสได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2565 เป็น 2.7% จากเดิมที่ 2.5%

"ฝรั่งเศสจะไม่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากเศรษฐกิจปี 2565 อยู่ในเกณฑ์ดี โดยเราได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้สู่ 2.7% จาก 2.5%" นายเลอแมร์กล่าว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฝรั่งเศสได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปี 2566 ในวันอังคาร (13 ก.ย.) สู่ระดับ 1% จากการประมาณการก่อนหน้านี้ที่ 1.4%

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลวางแผนที่จะปล่อยให้ราคาก๊าซและไฟฟ้าสำหรับภาคครัวเรือนปรับตัวสูงขึ้นในปี 2566 ท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นหรือไม่ นายเลอแมร์เน้นย้ำว่า เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ภาคครัวเรือนต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง

อย่างไรก็ดี นายเลอแมร์ไม่ได้ยืนยันว่า ราคาก๊าซอาจจะปรับตัวขึ้นสูงถึง 15% ตามที่มีการคาดการณ์ในสื่อต่าง ๆ

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวลงสู่ระดับ 9.9% ในเดือนส.ค. ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 10.2% หลังจากราคาเชื้อเพลิงลดลง แม้ว่าราคาอาหารจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนยังคงเผชิญวิกฤตค่าครองชีพ

ทั้งนี้ ดัชนี CPI เดือนส.ค.ของอังกฤษปรับตัวลงจากระดับ 10.1% ในเดือนก.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.5% ต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่รวมพลังงาน อาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบซึ่งมีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายเดือน และปรับตัวขึ้น 6.3% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับคาดการณ์

รายงานจาก ONS ระบุว่า "ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลงส่งผลให้ตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวลงครั้งใหญ่ที่สุดระหว่างเดือนก.ค.-ส.ค. 2565 อย่างไรก็ตาม ราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ"

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า อังกฤษกำลังเผชิญวิกฤติค่าครองชีพครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ หลังราคาอาหารและพลังงานพุ่งทะยานขึ้น

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยในวันนี้ (14 ก.ย.) ว่า ราคาบ้านในอังกฤษพุ่งทะยานขึ้น 15.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2546 สะท้อนให้เห็นว่าราคาบ้านในช่วงเดือนเดียวกันกับปีที่แล้วได้รับผลกระทบอย่างไรจากการยกเลิกนโยบายลดหย่อนภาษีให้กับผู้ซื้อบ้าน

ราคาบ้านที่ปรับตัวขึ้นในเดือนก.ค.แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมากจากที่เพิ่ม 7.8% ในเดือนมิ.ย. แม้ตัวเลขเดือนมิ.ย.นั้นชะลอตัวลงจากเดือนพ.ค.

นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อเดือนที่แล้วคาดการณ์ว่า การพุ่งขึ้นของราคาบ้านอังกฤษนั้นจะสิ้นสุดลงในปีหน้า เนื่องจากวิกฤติค่าครองชีพและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ตลาดหยุดชะงัก

ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ออกแถลงการณ์ระบุว่า BoE จะเลื่อนการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือนก.ย. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 15 ก.ย. ออกไปเป็นวันที่ 22 ก.ย. เพื่อไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

"เนื่องจากสหราชอาณาจักรกำลังอยู่ในช่วงการไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 การประชุมนโยบายการเงินประจำเดือนกันยายนจึงถูกเลื่อนออกไปเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินจะแถลงผลการประชุมในช่วงเที่ยงของวันที่ 22 กันยายน" แถลงการณ์ระบุ

ก่อนหน้านี้ BoE มีมติ 8-1 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 1.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 4 ส.ค. โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 27 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2538 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6 นับตั้งแต่เดือนธ.ค.2564 ส่งผลให้ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BoE แตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2551

กองทัพยูเครนตั้งเป้าหมายที่จะยึดคืนดินแดนทั้งหมดที่เคยถูกรัสเซียยึดไปในช่วงก่อนหน้านี้ หลังจากที่กองทัพยูเครนสามารถโจมตีกองทัพรัสเซียจนถอยร่นในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนเปิดเผยในวันอังคาร (13 ก.ย.) ว่า นับจนถึงเดือนนี้ กองทัพยูเครนสามารถยึดคืนพื้นที่ประมาณ 8,000 ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่ทั้งหมดนั้นอยู่ในเมืองคาร์คิฟทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐเปิดเผยว่า กองทัพยูเครนมีความคืบหน้าอย่างมาก หลังจากสามารถโจมตีกองทัพรัสเซียจนถอยร่นไปได้ แต่ปธน.ไบเดนกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า สงครามในยูเครนได้มาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ยูเครนได้มาถึงจุดเปลี่ยนในการทำสงครามกับรัสเซียแล้วหรือไม่ ปธน.ไบเดนกล่าวว่า "นี่เป็นคำถามที่ยังไม่สามารถตอบได้ มันยากที่จะพูดเช่นนั้น แม้ขณะนี้กองทัพยูเครนสามารถสร้างความคืบหน้าในการทำสงคราม แต่การจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมดนั้น อาจต้องใช้เวลาอีกนาน"

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า กองทัพรัสเซียเผชิญกับความพ่ายแพ้ครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ถูกขับไล่ออกจากเขตชานเมืองของกรุงเคียฟเมื่อเดือนมี.ค. โดยทหารรัสเซียหลายพันนายได้ทิ้งกระสุนปืนและยุทโธปกรณ์จำนวนมากขณะหลบหนีออกจากเมืองอิซยุม ซึ่งรัสเซียเคยใช้เป็นศูนย์กลางการส่งกำลังบำรุง

ด้านนายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐระบุว่า รัสเซียอาจสั่งซื้อกระสุนจำนวนหลายล้านนัดจากเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า การคว่ำบาตรของชาติตะวันตกเริ่มส่งผลกระทบต่อกองทัพและเศรษฐกิจของรัสเซีย

นอกจากนี้ การสั่งซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือยังถือเป็นการละเมิดข้อตกลงคว่ำบาตรการค้าอาวุธของสหประชาชาติ (UN) ซึ่งรัสเซียได้ลงมติสนับสนุนในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

สหภาพยุโรป (EU) เตรียมเปิดแผนการหักกำไรส่วนเกินของบริษัทพลังงานและออกมาตรการลดการใช้ไฟฟ้าทั่ว EU ในวันนี้ (14 ก.ย.) ภายใต้ชุดมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องประชาชนและธุรกิจจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลต่าง ๆ ของยุโรปได้ทุ่มเม็ดเงินหลายแสนล้านยูโรไปกับการการลดภาษี การแจกจ่าย และการอุดหนุนภาคส่วนต่าง ๆ ในขณะที่พยายามบรรเทาวิกฤตพลังงานที่ถูกกระตุ้นจากเงินเฟ้อที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งกดดันให้อุตสาหกรรมมากมายต้องระงับการผลิตและประชาชนต้องเผชิญค่าสาธารณูปโภคที่แพงขึ้นก่อนถึงฤดูหนาว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในวันนี้ (14 ก.ย.) คณะกรรมการธิการยุโรป (EC) จะหักรายได้ส่วนเกินจากโรงงานพลังงานที่ไม่ใช่ก๊าซเชื้อเพลิงของยุโรป เพื่อระดมเงินสดให้รัฐบาลใช้จ่ายช่วยเหลือธุรกิจและประชาชนในด้านค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค

ฟาร์มพลังงานลมและแสงอาทิตย์ รวมถึงโรงงานนิวเคลียร์จะเผชิญเพดานรายได้ในการจ่ายไฟฟ้าที่ 180 ยูโร (180 ดอลลาร์) ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) โดยรัฐบาลจะนำเงินรายได้ส่วนเกินไปใช้สนับสนุนผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุป โดยสามารถเปลี่ยนแปลงได้

กรณีดังกล่าวจะลดรายได้ของผู้ให้บริการจ่ายไฟฟ้าที่ราคาต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของราคาตลาดในปัจจุบัน โดยราคาไฟฟ้าของเยอรมนีแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 1,000 ยูโรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมงในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา และเคลื่อนไหวเหนือระดับ 400 ยูโรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมงในวันอังคาร (13 ก.ย.)

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้วันนี้ (14 ก.ย.) ว่า รัฐบาลเยอรมนีอาจเข้าถือหุ้นบริษัทผู้นำเข้าก๊าซอย่างยูนิเปอร์ เพิ่มขึ้นเกิน 50%

รายงานระบุว่า ยูนิเปอร์ยังคงต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทางบริษัทได้รับเงินสนับสนุนซึ่งอาจมีจำนวนมากถึง 2 หมื่นล้านยูโรอยู่ก่อนแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทั้งบริษัทยูนิเปอร์และกระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนี ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนกำลังนำเข้าพลังงานปริมาณมากขึ้นในราคาถูกลงจากรัสเซียในปีนี้ เนื่องจากวิกฤตยูเครนทำให้รัสเซียต้องมองหาตลาดอื่นทดแทน

จีนซึ่งอยู่ในช่วงที่ต้องการพลังงานมากที่สุดได้รับประโยชน์จากการที่รัสเซียต้องมองหาตลาดใหม่ทดแทนจากการสูญเสียตลาดสหภาพยุโรป (EU) และประเทศพันธมิตรอื่น ๆ ที่ได้ปรับลดการซื้อพลังงานรัสเซีย เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรจากการที่รัสเซียรุกรานยูเครน

นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นยังได้รับการส่งเสริมจากการใช้สกุลเงินหยวนและรูเบิลในการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ ลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ

จีนซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบ, ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และถ่านหินอันดับหนึ่งของโลก นำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียเพิ่มขึ้น 17% ในระหว่างเดือนเม.ย.-ก.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

นอกจากนี้ จีนยังซื้อ LNG เพิ่มขึ้นกว่า 50% และถ่านหินเพิ่มขึ้น 6% จากรัสเซียในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ขณะที่การนำเข้าไฟฟ้าจากรัสเซียผ่านทางสายส่งข้ามพรมแดนที่เชื่อมต่อทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเข้ากับตะวันออกไกลของรัสเซียก็พุ่งทะยานขึ้น 39%

นับตั้งแต่ต้นปี จีนซื้อน้ำมัน, ก๊าซ, ถ่านหิน และไฟฟ้าจากรัสเซียแล้ว 4.368 หมื่นล้านดอลลาร์

สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) เปิดเผยว่า รัสเซียกลายเป็นซัพพลายเออร์น้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของจีนในระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ค. คิดเป็น 19% ของการนำเข้าของจีน เพิ่มขึ้นจาก 15% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย