สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นหลังวอลล์สตรีทฟื้นตัวจากความกังวลเรื่องอิหร่าน Broadcom พุ่ง
Investment Ideas: ภาพรวมการลงทุน: คาด SET ยังคง Sideway ติดตามสถานการณ์ไต้หวัน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหว ในกรอบ 1,575-1,600 จุด เราคาดว่า SET ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway จากความกังวลต่อภาพรวม เศรษฐกิจ หลังสหรัฐฯ รายงานอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ของสหรัฐฯ ที่แย่กว่าคาด ขณะที่ราคา น้ํามันดิบที่ปรับเพิ่ม เรามองเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้น จากการคาดหมายว่ากลุ่ม OPEC+ จะไม่มีแผนเพิ่มกําลังผลิต สําหรับแผนการผลิตเดือน ก.ย. ด้านสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในประเด็นไต้หวัน เป็น ปัจจัยที่ต้องติดตาม การเยือนไต้หวันของสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงต่อการทําให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน เราประเมินว่าผลกระทบระยะสั้นไม่มาก หากยังไม่มีการยกระดับทางทหารระหว่างจีน และสหรัฐฯ ปัจจัยใน ประเทศ ยังคงต้องติดตามรายงานเงินเฟ้อของไทย (5 ก.ค.) ที่คาดว่าจะยังมีโอกาสทรงตัวในระดับสูง ซึ่งจะมีผลต่อ การตัดสินใจในการดําเนินนโยบายการเงินของ กนง. ซึ่งมีกําหนดการประชุม 10 ส.ค. เราคาดว่า กันง. จะปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยไม่น้อยกว่า 25bps กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 5096 เรายังชอบหุ้น Defensive stock เน้นโรงไฟฟ้า - กลยุทธ์การลงทุน เราให้น้ําหนัก การจทุนในหุ้น 50% ของพอร์ต เรายังคงให้น้ําหนักหุ้นในกลุ่ม Defensive Stock เราเลือก EGCO RATCH GULF BDMS BH INTUCH AOT (BK:AOT) ADVANC หุ้นในกลุ่มอาหารต้นน้ําที่ได้ประโยชน์จากภาวะขาดแคลนอาหาร เราเลือก GFPT TU TFG ASIAN CFRESH CPE หุ้นในกลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภค เราเลือก CRC CPN MBK MAKROGLOBAL HMPRO หุ้นในกลุ่ม Anti-Commodityอย่าง BGRIM GPSC PTG SUSCO EPG และหุ้นใน Theme เปิดเมือง AOT BAFS SHR MINT MAJOR BEM AMATA สัปดาห์นี้ติดตาม ติดตามการประชุม OPEC+ ตุลการค้าสหรัฐฯ และเงินเฟ้อของไทย - 3 ก.ค. - จีน: ดัชนี PMI ภาค การบริการของจีนจากสถาบัน Caixin เดือน ก.ค. / ยูโรโซน: ดัชนี PMI รวมจาก S&P Global เดือน ก.ค. (คาด 49.4 จุต) และดัชนียอดขายปลีก เดือน มิ.ย. (เพิ่มขึ้น 0.1% MoM) / สหรัฐฯ: ถ้อยแถลงของ Bullard คณะกรรม FOMC การประชุม OPEC+ รายงานปริมารณสํารองน้ํามันดิบสหรัฐฯ จาก AP และ EIA รวมไปถึงปริมาณสํารองน้ํามันดิบ ณ เมือง.Cushing ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการจาก เSM เดือน ก.ค. ยอดคําสั่งซื้อสินค้าจากโรงงาน เดือน มิ.ย. (เพิ่มขึ้น 1.296MoM) // 4 ก.ค. - สหรัฐฯ: ตัวเลขการส่งออก นําเข้า และดุลการค้า (คาดขาดดุล 8 หมื่นล้านเหรียญ) / จํานวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (คาด 2.55 แสนตําแหน่ง) Y5 ก.ค. – ไทย: ดัชนีราคาผู้บริโภคของ ไทย เดือน ก.ค. (คาด 7.5%YoY ลดลงจากเดือน มิ.ย. 7.66%YoY) / สหรัฐฯ: รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง เดือน ก.ค. (เพิ่มขึ้น 0.39% MoM และเพิ่มขึ้น 4.99%YoY) อัตราการว่างงาน เดือน ก.ค. (คาด 3.66 ทรงตัว MoM) และอัตราการ ว่างงานนอกภาคการเกษตร เดือน ก.ค. (คาด 2.5 แสนตําแหน่ง)
• ประเด็นความสัมพันธ์ที่เปราะบางของสหรัฐฯ และจีน กระทบภาพรวมการลงทุนของไทยและภูมิภาค - กระทรวงต่างประเทศจีน ออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ ทันทีที่นางเพโลซีเดินทางถึงไต้หวันในช่วงค่ําวานนี้ โดยมองว่าการที่ สหรัฐฯ ละเมิดหลักการจีนเดียว จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนและสหรัฐฯ รวมทั้งละเมิด อธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของจีน อีกทั้งยังทําลายเสถียรภาพและสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน ท่าทีของจีน คัดค้าน และไม่สามารถยอมรับการเดินทางเยือนไต้หวันของสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ รวมถึงการเดินทางของนางเพโลซี ซึ่งเป็นประธานสภาคองเกรส โดยจีนจะใช้มาตรการทุกอย่างที่จําเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดน เพื่อตอบโต้การเดินทางเยือนไต้หวันของนางเพโลซี และสหรัฐฯ จะต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งยุติการ แทรกแซงกิจการภายในของจีน ล่าสุดจีนเริ่มตอบโต้กรณีดังกล่าว ด้วยการประกาศซ้อมรบ และการระงับนําเข้าอาหาร จากบริษัทส่งออกของไต้หวัน โดยเรายังคงต้องติดตามว่าจีนจะมีการระงับการนําเข้าสินค้าเพิ่มหรือไม่ โดยจีนมีการ นําเข้าสินค้าในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร พลาสติก และเคมีภัณฑ์ ขณะที่การค้าระหว่างประเทศของจีน และไต้หวันในปี 2564 มีมูลค่าสูงถึง 1.9 แสนล้านเหรียญ ราคาน้ํามันดิบฟื้นตัวระยะสั้น กลยุทธ์การลงทุนเราแนะนําเพียงเก็งกําไร PTTEP - สัญญาน้ํามันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ย. ปิดที่ 94.42 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 53 เซนต์ (+0.69%) ก่อนการประชุม OPEC+ วันนี้ (ทราบผลเช้าวันที่ 4 ส.ค.) โดยเราคาดว่ามีความเป็นไปได้ที่ OPEC+ จะไม่เพิ่มกําลังผลิต ในแผนการผลิตเดือน ก.ย. หลังจากมีมติเพิ่มกําลัง ผลิต 648,000 บาร์เรลต่อวัน ในการประชุมรอบก่อน สําหรับแผนการผลิตเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของแผนการ ปรับเพิ่มกําลังผลิต โดยเราคาดว่าปัจจัยหลักในการพิจารณายังคงอยู่ที่ ความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดถอย และอาจจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ํามัน การฟื้นตัวของราคาน้ํามันดิบ เรามองเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น กล ยุทธ์การลงทุน เราแนะนําเพียงเก็งกําไร PTTEP ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - สํานักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานผลสํารวจการเปิดรับสมัครงาน และอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ระบุตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ในเดือน มิ.ย. ลดลง 605,000 ตําแหน่ง สู่ระดับ 10.7 ล้านตําแหน่ง เป็นระดับต่ําสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564 และตํา กว่า Market Consensus คาดไว้ที่ระดับ 11.14 ล้านตําแหน่ง ตัวเลขการจ้างงานลดลง 2% สู่ระดับ 6.37 ล้าน ตําแหน่ง ขณะที่ตัวเลขการลาออกจากงานโดยสมัครใจอยู่ที่ระดับ 4.2 ล้านราย ส่วนตัวเลขปลดออกจากงานอยู่ที่ระดับ 1.3 ล้านราย ตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัว ในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ยของเฟต ปัจจัยทางเทคนิค - หุ้นแนะนําทางเทคนิค ได้แก่ @ CRC (แนวต้าน 38.50-39.25 / แนวรับ 37.25-36.75/Stop loss 35.00) 6 CPN (แนวต้าน 67.00-68.25 / แนวรับ 65.50-65.00 / Stop loss 63.50) g PTG (แนวต้าน 15.70-1590 / แนวรับ 15.00-14.80 /Stop loss 14.30) SET วานนี้ (2 ก.ค.) ปิดลดลง ตอบรับเชิงลบต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ - SET วานนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ระดับ 1,589.16 จุด ลดลง 4.08 จุด (-0.2696) มูลค่าการซื้อขายุราว 59,464.45 ล้านบาท (สูงสุด 1,598.54 จุด และตําสุดที่ 1,585.71 จิต) ตลาดหุ้นไทย พักฐานหลังการปรับขึ้นต่อเนื่อง 2 วันทําการที่ผ่านมา โดยการซื้อขายวานนี้ เป็นไปอย่างผันผวนตาม ที่ศทางตลาดโลก ความไปถึงความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่ถอถอย หลังรายงานตัวเลข PMI ในกลุ่มประเทศ เศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง ยุโรป จีน และสหรัฐฯ ปรับลดลง รวมไปถึงความเสี่ยงต่อความไม่สงบในภูมิภาคเอเซียเหนือ
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities
