OpenAI พิจารณาสัญญาใหม่กับ NATO หลังตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
Investment Ideas:
SET ฟื้นตัวเป็นช่วงสั้น ก่อนปรับลตลงจากความกังวลต่อการเร่งปรับตอกเบี้ยทั่วโลก - SET ปิตวานนี้ที่ ระดับ 1,561.10 จุด ลดลง 32.44 จุด (-2.04%) ด้วยปริมาณการซื้อขาย 97,738 ล้านบาท (สูงสุด 1,607.19 จุด และตําสุด 1,560.94 จุด) ตลาดหุ้นไทยกลับมาโดนแรงกดดันจากความกังวลต่อการดําเนิน นโยบายการเงินที่เข้มวงดมากขึ้นของทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่กําลังปรับเพิ่มในอัตราเร่ง ประกอบกับประเด็นข่าวการขอความร่วมมือกลุ่มโรงกลั่นน้ํามันให้นําส่งกําไรค่าการกลั่นน้ํามันดีเซล และ น้ํามันเบนซิน คาดว่าจะจัดเก็บได้ประมาณ 6-7 พันล้านบาทต่อเดือน เข้าสู่กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง รวม ไปถึงมติเห็นชอบขยายเวลามาตรการช่วยเหลือประชาชนบางส่วนที่จะหมดอายุ เดือนมิ.ย. ออกไปอีก 3 เดือน จนถึง ก.ย.65 ได้แก่ มาตรการส่วนลด NGV สําหรับกลุ่มแท็กซี และส่วนลด LPG สําหรับผู้ถือบัตร สวัสดิการแห่งรัฐฯ กระทบ Sentiment การลงทุนหุ้นในกลุ่มธุรกิจการกลัน โดย PTT (BK:PTT) และหุ้นในกลุ่มโรง กลัน (BCP ESSO IRPC TOP SPRC และ PTTGC) ที่ปรับลดลงกดดัน SET ประมาณ 3.9 จุด ภาพรวมการลงทุนวันนี้: คาด SET ปรับลดลงต่อ Sentiment เชิงลบจากหุ้นกลุ่มพลังงาน และการเร่งขึ้น ดอกเบี้ยทั่วโลก - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,545-1,580 จุด (แนวรับ 1,550-1,545 จุด แนวต้าน 1,575-1,580 จุด) คาด SET ยังมีโอกาสปรับลดลงต่อเนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องจากความกังวล ต่อการดําเนินนโยบายการเงินที่เข้มวงดมากขึ้นของทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่กําลังปรับเพิ่มใน อัตราเร่ง ขณะที่ประเด็นมาตรการบรรเทาทุกข์ของภาครัฐฯ ในการขอความร่วมมือจาก PTT กับกลุ่มโรงกลั่น ในการลดกําไรบางส่วน จะเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน ติดตามการประชุม ศปก.ศบค. โดย ทาง กระทรวงสาธารณสุข จะเสนอให้ปรับพื้นที่เป็นสีเขียว เรายังมองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มเปิดเมืองเปิด ประเทศ กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 40% เน้นหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว และโรงไฟฟ้า - กลยุทธ์การลงทุน เราให้น้ําหนัก การลงทุนในหุ้น 40% ของพอร์ต เราปรับพอร์ตหุ้นมาสู่หุ้นที่ Defensive มากขึ้น ได้แก่ หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่ราคาหุ้นยัง Laggard เราเลือก RATCH EGC0gULFGPSC และ BGRIM และหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล เรา เลือก BH และ BDMS และได้ประโยชน์จากดอกเบียขาขึ้น เราเลือก BLA THREL และ TIPH หุ้นใน Theme เปิดเมืองเปิดประเทศ เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS BEM PTG และ SUSCO กลุ่มอาหาร เราเลือก TU CPF GFPT TFG และ ASIAN ติดตามประชุม BOJ พร้อมรายงานเงินเฟ้อยูโรโซน - วันนี้ติดตามการประชุม BOI (คาดคงอัตราดอกเบี้ย นโยบาย) และรายงาน CPI ยูโรโซน เดือน พ.ค. (คาดเพิ่มขึ้น 8.1%YoY) รวมไปถึงถ้อยแถลงของประธานเฟด ในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ติดตามรายงานดัชนีภาคการผลิตของจีน เดือน พ.ค. และ รายงานดัชนียอดขายปลีกสหรัฐฯ เดือน พ.ค. วันที่ 15 พ.ค.
• ภาครัฐฯ เก็บเงินจากโรงกลั่นและโรงแยกก๊าซฯ คาดกระทบกําไร 66-10% เรามองเป็น Sentiment เชิงลบต่อ PTT และกลุ่มโรงกลั่นวันนี้ - ประเด็นการบรรเทาผลกระทบประชาชนเรื่องราคาน้ํามันรัฐบาล ได้มีการ เจรจากับโรงกลั่นน้ํามัน และโรงแยกก๊าซฯ ทั้งหมดที่มีกําไรเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาน้ํามันปรับเพิ่มขึ้น เป็น ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ ก.ค. ถึง ก.ย. 2565 โดยการเก็บเงินจากธุรกิจโรงกลั่นและโรงแยกก๊าซจากกําไร การกลั่นน้ํามัน และการแยกก๊าซฯ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
(1) กําไรจากการกลั่นน้ํามันดีเซล เดือนละ ประมาณ 5 - 6 พันล้านบาท โดยเงินส่วนนี้จะส่งเข้าสู่กองทุนน้ํามันฯ และ
(2) กําไรจากการกลั่นน้ํามัน เบนซิน จะเก็บจากโรงกลั่นเดือนละ 1 พันล้านบาท โดยลดราคาน้ํามันเบนซินให้กับผู้ใช้เบนซิน 1 บาทต่อ ลิตร และ
(3) เก็บจากกําไรของโรงแยกก๊าซฯ เดือนละประมาณ 1,500 ล้านบาท เบื้องต้นเราประเมินว่าหาก เป็นไปตามประเด็นข่าวดังกล่าว จะกระทบกําไรของ PTT ประมาณ 5.9% ของกําไรสุทธิปี 2565 ที่เรา ประเมินไว้ ขณะที่ผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น 6 แห่ง กระทบประมาณ 8.4% - 9.6% ของกําไรสุทธิรวม อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามการเจรจาระหว่างภาครัฐฯ กลับกลุ่มโรงกลุ่ม และ PTT อีกครั้ง เราเชื่อว่า ประเด็นดังกล่าวจะเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้น PTT และกลุ่มโรงกลั่นวันนี้ BOE ปรับเพิ่มดอกเบี้ย 25bps ตามคาด แต่ตลาดตอบรับเชิงลบ เชื่อขึ้นแค่นี้ไม่พอสกัดเงินเฟ้อ - ธนาคาร กลางอังกฤษ (BoE) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 25bps ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เสียง (เสียงส่วนน้อยให้ปรับเพิ่ม 50bps เป็น 1.5%) ตามที่เราคาด สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี แต่ ตลาดแสดงออกถึงความกังวลว่าเฟดจะไม่สามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ สะท้อนจากค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงอยู่ ที่ 1.2 ปอนด์ต่อเหรียญสหรัฐฯ ตลาดหุ้นอังกฤษและยุโรปปรับลดลง ถือว่าสร้างความผิดหวังให้กับตลาดทุน โดยการปรับสร้างความผิดหวังต่อตลาดที่คาดว่า BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่านี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยรายงานเงินเฟ้ออังกฤษ ล่าสุดเดือน เม.ย. อยู่ที่ 9% สูงสุดในรอบ 40 ปี จากราคาอาหารและพลังงานที่ เพิ่มขึ้น และยังมีโอกาสปรับเพิ่มในการรายงานรอบต่อไป
ปัจจัยทางเทคนิค - หุ้นแนะนํา ได้แก่ ERW (แนวต้าน 3.84-3.97/ แนวรับ 3.72-3.64 / Stop loss 3.48) TVO (แนวต้าน 33.0-34.0 / แนวรับ 31.25-30.75/Stop loss 29.00) # SPC (แนวต้าน 70.0-71.0 / แนวรับ 68.25-66.75/Stop loss 63.50)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities
