เปิดแอป

ความกังวลเงินเฟ้อ วนกลับมากดดันตลาด

เผยแพร่ 01/06/2022 10:11

SET อาจชะลอการปรับขึ้นบ้าง จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อวนกลับมากดดันตลาด หุ้นโลกอีกครั้ง หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อยุโรป เดือน พ.ค. พุ่งสูงสุดเป็น ประวัติการณ์ 8.1%yoy (ตลาดคาดเติบโตเพียง 7.5%yoy) รวมถึงปธน. สหรัฐ และประธาน Fed มีการหารือกันเพื่อรับมือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อ ประเด็นนี้กดดันให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และ Bond Yield 10 ปี สหรัฐขยับขึ้น ซึ่งความกังวลจากประเด็นนี้จะวนเวียนอยู่ในช่วงเวลาที่นักลงทุนรอตัวเลขเงินเฟ้อ ประเทศอื่นที่จะทยอยประกาศออกมา อย่างไรก็ตามยังพอมีประเด็นหนุนตลาด คือ การทยอยเปิดประเทศจีน โดยจีนมีสัดส่วนการค้ากับไทย และจำนวนนักท่องเที่ยว ในไทยสูงถึง 1 ใน 4 ของทั้งหมด ช่วยสร้างความหวังของการฟื้นของเศรษฐกิจ ระยะถัดไป แนะนำหุ้นเปิดเมืองราคา Laggard ช่วงก่อนจีน Lockdown KBANK (BK:KBANK) SCC PTTGC รวมถึงหุ้นกำไรโตเด่นกว่าช่วงก่อนเกิด Covid และราคายังขยับขึ้น น้อย BEM PLANB OSP HMPRO

คาด SET มีแนวต้าน 1665 จุด แนวรับ 1650 จุด พอร์ตจำลองวันนี้ไม่มีการ ปรับเปลี่ยน โดยให้ถือครองเงินสดสำรอง 10% ของพอร์ตการลงทุน หุ้น Top Pick เลือก BEM, PLANB และ BLA

ความกังวลเงินเฟ้อกลับมาทำตลาดผันผวน

ช่วงก่อนหน้า ความคาดหวังว่าเงินเฟ้อมีโอกาสผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว หนุนตลาดหุ้น สหรัฐ อาทิ NASDAQ ฟื้นขึ้นมาได้เร็ว 3 วันบวก 7.7% แต่วานนี้ดัชนีเริ่มชะลอการปรับขึ้น ในช่วงสั้น -0.4%

นอกจากนี้ยังมีประเด็นกดดันในระยะสั้น คือ นักลงทุนกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง หลังจากวานนี้มีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อยุโรป เดือน พ.ค. 65 ขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็น ประวัติการณ์ที่ 8.1%yoy (สูงกว่าคาดที่ 7.8%yoy) และต้องรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ ประเทศอื่นๆ วันที่ 6 มิ.ย. มีการรายงานเงินเฟ้อไทยเดือน พ.ค. โดยฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่า มีโอกาสเร่งตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 4.65%yoy จากมาตรการพยุงราคาพลังงาน ต่างๆ ที่ทยอยหมดลง โดยฝ่ายวิจัยฯ ใช้สมมุติฐานราคาสินค้าและบริการเพิ่ม 1%-2% จะ ทำให้เงินเฟ้อเดือน พ.ค. +6.6%YoY และ +7.7%YoY ตามลำดับ ต่อเนื่องวันที่ 10 มิ.ย. มี การรายงานเงินเฟ้อสหรัฐเดือน พ.ค. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 8.2%yoy และ 0.7%mom รวมถึงปธน. สหรัฐยังหารือกับประธาน Fed เป็นครั้งแรกหลังจากเข้ารับตำแหน่งเป็นสมัย ที่ 2 เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ และการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น กดดันให้ Bond Yield 10 ปี สหรัฐเร่งตัวขึ้น 12 bps. มาอยู่ที่ 2.87%

ดังนั้นทั้งดัชนีตลาดหุ้นที่ขึ้นมาเร็วจน RSI เข้าเขต Overbought พร้อมกับมีความ กังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนและย่อตัวในช่วงสั้นได้ประเมิน กรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index วันนี้ 1650 – 1665 จุด แต่ยังพอมีหุ้นที่ได้ Sentiment เชิงบวกจากประเด็นนี้คือ หุ้นประกันแนะ BLA (ได้ประโยชน์จาก Bond Yield ขยับขึ้น) หุ้นธ.พ. แนะ BBL, SCB, KBANK มีเกราะป้องกันดอกเบี้ยขาขึ้น

จีนคลายล็อกดาวน์หนุนเศรษฐกิจไทย

ในช่วง 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา จีนมีมาตรการ Lockdown เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด ช่วยให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงจากระดับ 3 หมื่นราย/วัน ลงมาเหลือ 2 พันกว่าราย/วัน ทำให้ วันนี้เป็นวันแรกที่ทางการจีนเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในเมืองเซี่ยงไฮ้ พร้อมกับหลายธุรกิจเริ่มกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง

แน่นอนว่านอกจากจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจีนแล้ว คาดส่งผลทางอ้อมมาถึงไทย เพราะจีน ถือเป็นประเทศคู่ค้าหลักของไทย โดยมีมูลค่าการค้ารวม 9.7 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 2019 คิดเป็นสัดส่วน 24% ของทั้งหมด ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวปี 2019 เป็นนักท่องเที่ยวจีน มากสุดราว 11 ล้านคนต่อปี โดยมีสัดส่วนสูงถึง 28% (ราว 10 ล้านคนต่อปี)

ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ จึงทำการค้นหากลุ่มหุ้นที่ปรับลงมานับจากจีนเริ่ม Lockdown ช่วงปลาย เดือน มี.ค.(28 มีค 65) ถึง ปัจจุบัน มีกลุ่มที่ปรับตัวลงมาลึก อาทิ STEEL BANK ETRON ICT MEDIA AUTO COMM CONMAT เป็นต้น โดยหุ้นที่น่าสนใจ คือ หุ้นที่ปรับตัวลงมา ลึกนับจากจีนเริ่ม Lockdown และคาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีในระยะถัดไป ดังตารางด้านขวา

สรุปการคลาย Lockdown ของจีนคาดทำให้เศรษฐกิจจีนและประเทศที่เกี่ยวข้องอย่าง ไทยฟื้นตัว และคาดเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ SET Index โดยเฉพาะหุ้นเปิดเมือง ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ แนะนำหุ้นที่ปรับตัวลงมาลึกจากจีนเริ่ม Lockdown ช่วงปลายเดือน มี.ค.-ปัจจุบัน อย่าง KBANK SCC PTTGC HMPRO SAT ฯลฯ

เริ่มต้องกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยการเมืองในประเทศ

ภาพรวมสถานการณ์ทางการเมืองกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งหนึ่ง โดยมี 2 ปัจจัย หลักที่อยู่ในความสนใจ กล่าวคือ

• การพิจารณางบประมาณปี 2566 : โดยปัจจุบัน (31 พ.ค.-2 มิ.ย.) จะเป็นการ พิจารณาในวาระที่ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร์ ซึ่งประเมินจากคะแนนเสียงสนับสนุนของ ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว มีโอกาสที่จะผ่านความเห็นชอบ หลังจากนั้นจะมีการตั้ง กรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา และ แปรญัตติ แล้วนำกลับเข้ามาพิจารณา ในวาระที่ 2 และ 3 ของสภาผู้แทนราษฎร์ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน ส.ค.65 (อาจเป็นช่วง 17 – 18 ส.ค.) เมื่อผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร์ แล้ว จะเข้าสู่การพิจารณาของ วุฒิสภา อีกราว 10 วันหลังจากนั้น ซึ่งน่าจะเป็นช่วงปลายเดือน ส.ค.65 และนำขึ้น ทูลเกล้าฯช่วงต้นเดือน ก.ย.65 อย่างไรก็ตาม หากมีขั้นตอนใดที่ทำให้กระบวนการในการ พิจารณาสะดุดลง เช่น สภาผู้แทนราษฎร์ มีมติไม่เห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมาก ใน วาระใดวาระหนึ่ง ก็จะทำให้กฎหมายตกไป และเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลอันจะนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ • การอภิปรายไม่ไว้วางใจ: ซึ่งประเมินว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน น่าจะยื่นญัตติเพื่อ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้เมื่อยื่นญัตติและถูกบรรจุไว้ใน วาระการประชุมแล้ว นายกรัฐมนตรีจะไม่สามารถใช้อำนาจยุบสภาฯ ได้ จนกว่าจะผ่าน พ้นการลงมติไว้วางใจไปแล้ว ซึ่งถือเป็นอีกรอยต่อทางการเมืองที่น่าติดตาม เนื่องจาก ปัจจุบันมีการแยกกลุ่มย่อย ส.ส. เป็นจำนวนมาก ทำให้เสียงสนับสนุนสำหรับการ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเฉพาะอย่างยิ่ง นายกรัฐมนตรีคาดการณ์ได้ยาก ทั้งนี้หาก รัฐบาลได้รับคะแนนสนับสนุนไม่มากพอ ก็จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง

จากประเด็นดังกล่าวมาข้างต้น ทำให้เห็นว่า จากนี้ไป ปัจจัยการเมือง จะถูกจับตาใน ฐานะปัจจัยที่จะทำให้เกิดความผันผวนต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว แต่หุ้นไทยบางตัวยัง Laggard

เริ่มต้นเดือน มิ.ย. 65 สธ.เริ่มมีผ่อนคลายมาตการควบคุมโควิดจากระดับ 3 ลงสู่ระดับ 2 โดยเริ่มมีการเปิดสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ได้ ในพื้นที่สีฟ้าและสีเขียว (31 จังหวัด) คาดประเด็นการทยอยผ่อนคลายเพิ่มเติม หนุนให้ผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตมากขึ้น สังเกตได้จาก Google (NASDAQ:GOOGL) Mobility Trend ล่าสุด เส้นสีส้ม (ค้าปลีกทั่วไป CPN MAJOR) และสีน้ำเงิน (ค้าปลีกอุปโภค CPALL (BK:CPALL) OSP BJC) บริโภคกลับมาสู่ช่วง Pre-Covid แล้ว

นอกจากนี้ททท. เริ่มโรดโชว์ไปยุโรปครั้งแรกในรอบ 2 ปี ประกอบด้วยภาคเอกชน 13 ราย เจรจากับบริษัทนำเที่ยว 171 ราย

ประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดคาดเป็นแรงหนุนต่อหุ้นกลุ่ม Re Opening ต่างๆ ทั้ง ท่องเที่ยว โรงแรม ค้าปลีกและอื่นๆ โดยฝ่ายวิจัยฯ แนะนำหุ้นที่ EPS ฟื้นตัวกลับมาสู่ ระดับ Pre-COVID แต่ราคาหุ้นยัง Laggard ช่วง Pre-COVID อยู่มาก อาทิ OSP HMPRO PLANB BEM เป็นต้น

ส่วน Toppicks วันนี้ เลือก BEM PLANB (จากกลุ่มที่ราคายังไม่ฟื้นแต่กำไรฟื้นตัว จากช่วง Pre-Covid) และ BLA (หุ้นได้ประโยชน์ยามดอกเบี้ยขาขึ้น)

บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย