Goldman Sachs แชร์อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับโครงการ Optimus ของ Tesla
การปรับขึ้นของ SET Index วานนี้ มองว่าเป็น Technical Rebound เนื่องจากแรงกดดันจากปัจจัยแวดล้อม ยังคงอยู่ โดยสถานการณ์ รัสเซียยูเครน ยังยืดเยื้อ ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และการใช้นโยบายการเงินตึงตัวเชิง รุก ก็ยังคงอยู่ โดยสัปดาห์นี้รอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือน เม.ย.65 ของสหรัฐฯ ว่าจะสูงกว่า 8.1% หรือไม่ ซึ่งจะเป็น Indicator สำหรับแนวนโยบายการเงิน ของ Fed ส่วนในบ้านเรามีรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. พบว่าอยู่ที่ 40.7 จุด ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และเป้นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 8 เดือน มองว่าเป็นอุปสรรคประการหนึ่งในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ความหวังการฟื้นตัวจากนี้จะมีภาคการท่องเที่ยวเป็นความหวังหลัก
คาด SET Index ผันผวนอยู่ในกรอบ 1600 – 1633 จุด พอร์ตจำลองวันนี้ ให้ นำเงินสด 10% เข้าลงทุน BBL ทำให้สถานะการถือเงินสดอยู่ที่ 30% หุ้น Top Pick เลือก AOT (BK:AOT), BBL และ VNG
ตลาดหุ้นยังผันผวน จากสงครามรัสเซียยืดเยื้อ รอตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐวันนี้
วานนี้ในช่วงเปิดตลาด Dow Jones มีการรีบาวน์กลับตามสัญญาณทางเทคนิคมาเกือบ 500 จุด (หลังจากลงมาแรงเกือบ 2000 จุด ในช่วง 3 วันก่อน) แต่ในระยะเวลาสั้นๆ ค่อยๆ ลดระดับลง จนพลิกกลับมาปิด -85 จุด หลังจากผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรอง แห่งชาติของสหรัฐฯ บอกกับสมาชิกคณะกรรมาธิการกองทัพของวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่า วลาดิเมียร์ ปูติน จะไม่ยุติสงครามยูเครน และมีแผนยึดพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากดอน บาส กดดันให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังผันผวน นอกจากนี้ยังมีประเด็นความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอจากการควบคุมโควิด กดดันความ ต้องการใช้น้ำมันที่ลดน้อยลง ซึ่งจีนเป็นผู้บริโภคน้ำมันมากสุดในโลก ส่งผลให้ราคา น้ำมันดิบทยอยปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมัน WTI 2 วันทำการ ลดลง -10% จาก 109$/ บาร์เรล เหลือ 99$/บาร์เรล กดดันหุ้นรายได้อิงกับราคา Commodity ซึ่งมีสัดส่วนราวๆ 1 ใน 3 ของตลาดหุ้นไทย
อีกทั้งวันนี้ยังเป็นวันที่นักลงทุนรอดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ เดือน เม.ย. 65 ที่จะประกาศ ออกมาในคืนนี้ (ตลาดคาดว่าเพิ่มขึ้น 8.1%yoy) ถ้าออกมาสูงกว่าคาดอาจส่งผลต่อการ ประเมินว่า Fed มีโอกาสเร่งขึ้นดอกเบี้ยได้
ปัจจัยภายนอกดังกล่าว ยังเป็นตัวกดดันให้ตลาดหุ้นผันผวนต่อได้ประเมินกรอบการ เคลื่อนไหวของ SET Index วันนี้1600 -1633 จุด
CCI ต่ำสุดรอบ 8 เดือน แต่หวังแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวหลังเปิดประเทศ
หอการค้าเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน เม.ย. 65 อยู่ที่ระดับ 40.7 ลดลงจาก เดือน มี.ค.65 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 42.0 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน สาเหตุมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์โอ มิครอนในประเทศ และปัญหาเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ผลักดันค่าครองชีพสูงขึ้นตาม โดยหากทั้ง 2 ปัญหายังยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศ(Consumption) ซึ่งเป็น องค์ประกอบให้GDP โตต่ำกว่าคาดโดยระดับเดิมคาดไว้2.5%-4%
ขณะที่หลังรัฐบาลยกเลิกระบบ Test & Go ผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดิน ทางเข้าท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ง่ายขี้น พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เดินทางเข้ามา ประเทศไทยแล้วมากกว่า 3 แสนคนนันจากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ 1 พ.ค.65 โดยคาดการณ์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2565 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอย เดินทางเข้าประเทศต่อเนื่องเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าเดือนละ 3 แสนคน ขณะที่ปลายปีเป็น ช่วง High Season ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า ประเทศไทยประมาณไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ล้านคน โดยรวมทั้งปีแล้วคาดใกล้เคียงกับ คาดการณ์ของทาง ธปท. ที่ประเมินไว้ทั้งปี 5 ล้านคน ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวได้ดีมากขึ้น ปัจจัยดังกล่าวถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว CENTEL MINT ERW หุ้นกลุ่มขนส่ง AOT BA BEM BTS หุ้นสถานที่ท่องเที่ยว CRC CPN MAJOR เป็นต้น
ครม. ไฟเขียว มาตรการภาษี-ค่าธรรมเนียม REIT buy-back
ที่ประชุม ครม. วานนี้ มีมติเห็นชอบมาตรการทางภาษีและค่าธรรมเนียม สำหรับทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีข้อกำหนดในการซื้อทรัพย์สินคืน (REIT buy-back) โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ รวมถึงลดค่าธรรมเนียมการโอนฯ จากเดิม 2% เหลือ 0.01% ให้แก่บริษัทสำหรับการ ขายทรัพย์สินเข้ากอง และทรัสตีของกอง REIT buy-back สำหรับการขายคืนทรัพย์สิน ให้กับเจ้าของเดิม
โดยกอง REIT buy-back เป็นกอง REIT รูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อ ม.ค. 2564 ที่ให้สิทธิ เจ้าของที่ขายทรัพย์สินให้กับ REIT สามารถซื้อคืนทรัพย์สินในราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า หรือราคาตามตลาดภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมที่มีคุณสมบัติต่าง จาก REIT ทั่วไป มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทางเลือกให้เจ้าของธุรกิจต่าง ๆ ที่กำลังประสบ ปัญหาขาดสภาพคล่อง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ศูนย์การค้า หรืออาคารสำนักงาน นำ ทรัพย์สินที่มีอยู่ในมือ ขายเข้ากอง REIT เพื่อสร้างสภาพคล่อง นำเงินไปชำระคืนเงินกู้ หรือประกอบธุรกิจต่อไป ขณะเดียวกันไม่ต้องขายขาดทรัพย์สิน แต่ยังมีโอกาสได้ทรัพย์สินกลับคืนมา ตามระยะเวลาและราคาซื้อขายที่ตกลงกันกับผู้ขายไว้ล่วงหน้าใน สัญญา
ปัจจุบันมีกอง REIT buy-back ประเภทนี้อยู่ในตลาดเพียงกองเดียวที่เสนอขายเมื่อปีที่ ผ่านมา คือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด ฮอสพิทาลิตี้ ที่ มีข้อตกลงในการซื้อคืน (GROREIT) โดยมีหลักทรัพย์หลัก คือ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของ โครงการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตันโฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส
นอกจากนี้มีอีก 1 กองที่ ก.ล.ต. อนุมัติ Filing เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา คือ ทรัสต์เพื่อ การลงทุนในอสังหาฯ เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า ดีทีพี ฮอสพิทอลลิตี้ ที่มี ข้อตกลงในการซื้อคืน (DTPHREIT) มูลค่าราว 4 พันล้านบาท โดยทรัพย์สินที่เสนอขาย คือ สิทธิการเช่าช่วงอสังหาฯ และสิทธิการเช่าโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ และเซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ MRB รวมถึงกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯ และสังหาฯ ในโครงการยู เขาใหญ่
ทั้งนี้คาดแรงจูงใจจากการยกเว้นมาตรการภาษีข้างต้น จะดึงดูดให้ผู้ประกอบการ ซึ่ง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโรงแรม มีความสนใจจัดตั้งกอง REIT ประเภทนี้มากขึ้น เนื่องจากสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปเสริมสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจ และยังรักษาความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินดังกล่าวไว้ได้ ขณะที่ฝั่งนักลงทุน ได้ ประโยชน์จากการมีแหล่งทางเลือกลงทุนใหม่ที่ให้ผลตอบแทนรูปแบบเงินปันผลคาด เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5-6% ต่อปี
ค้นหาหุ้นมีโอกาสดีดตัวกลับ และอาจได้แรงหนุนจากการ Cover Short
วานนี้ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวลดลงต่อไปจนถึง 1592.64 จุด จนสัญญาณ RSI เข้า เขต oversold และมีแรงรีบาวน์กลับขึ้นมาจนทำให้ตลาดหุ้นปิดบวก 1622.78 จุด (+18.29 จุด)
หลังจากตลาดหุ้นไทยปรับฐานลงมาตลอด 1 เดือนกว่าๆ -4.7% นับตั้งแต่ 4 เม.ย. 65 แต่ยังมีหุ้นอีกหลายบริษัทที่ลงแรงกว่า SET มาก ดังนั้นในวันนี้ ฝ่ายวิจัยฯ จึงทำการ ค้นหาหุ้น Laggard ที่มีโอกาสรีบาวน์กลับ และอาจได้แรงหนุนจากการ Cover Shortเพิ่มเติม น่าจะเป็นหุ้นที่มีโอกาสรีบาวน์กลับชนะตลาดในระยะถัดไปได้ โดยผ่านเงื่อนไข ต่างๆ ดังนี้
1) หุ้นที่ราคาหุ้นปรับลงแรงมากกว่า SET (ตั้งแต่ 4 เม.ย.65 , SET Index ปรับลง 4.7%)
2) % มูลค่า Short Sales มากกว่าระดับ 10%
3) หุ้นที่ฝ่ายวิจัยฯ Recommend Buy
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะนำหุ้นได้แรงบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นและ อาจมีแรง Cover Short หนุน อย่าง BBL, หุ้นได้ประโยชน์บาทอ่อนค่า VNG และ หุ้นตอบรับกระแสการเปิดประเทศที่ดีขึ้น AOT เป็น Toppick
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities
