หุ้นน่าสนใจประจำสัปดาห์จาก Investing.com
ฉากหลังของตลาดการเงินยังถูกปกคลุมด้วยความกลัว 2 เรื่องคือ เงินเฟ้อที่อยู่ ระดับสูง และยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ถัดมาเป็นเรี่องของการเดินโย บายการเงินตึงตัวของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ว่าจะอยู่ในเชิงรุกมากน้อย เพียงใด หากมีกระแสว่าจะเห็นการ ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือ ลดขนาดงบ ดุลที่รุนแรง ก็จะสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังเช่นที่เห็น ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งจะส่ง Sentiment เชิงลบมาสู่ตลาด หุ้นบ้านเราในวันนี้ด้วย สำหรับปัจจัยในบ้านเรามีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ ทั่วไปเดือน เม.ย.65 อยู่ที่ 4.65% YoY ซึ่งเราประเมินว่าจะเห็นตัวเลขปรับขึ้น อย่างมีนัยสำคัญเดือน พ.ค.65 เห็นได้ว่ามีหลายปัจจัยที่กดดดัน SET Index คาด SET Index ปรับฐานลงแนวรับอยู่ที่ 1633 จุด แนวต้าน 1650 จุด พอร์ต จำลองวานนี้Cut Loss หุ้น KBANK (BK:KBANK) น้ำหนัก 10% วันนี้ให้ขายหุ้น MCS 5% ทำกำไร ถือเงินสดเพิ่มเป็น 25% Top Pick เลือก AOT (BK:AOT), BLA และ STEC
เงินเฟ้อไทยสูงต่อเนื่อง หลายประเทศทยอยขึ้นดอกเบี้ย กดดันสินทรัพย์เสี่ยงผันผวน
หลังจาก Fed มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.50% สู่ระดับ 0.75-1.00% (ปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 22 ปี) หลังจากนั้นเพียงวันเดียว BOE มีการประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% มาอยู่ที่ 1% สูงสุดในรอบ 13 ปี การเร่งขึ้นดอกเบี้ยกดดันให้ Bond Yield 10 ปี สหรัฐยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 3.03% สูงสุดในรอบ 3 ปี 6 เดือน ขณะที่ล่าสุดดัชนีความผันผวน CBOE หรือ CBOE Volatility Index (VIX) พุ่งขึ้นแตะ ระดับ 31.20 จุด เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการ ประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 พ.ค.) อาจไม่มากพอที่จะสกัดเงินเฟ้อ และมีแนวโน้มที่เฟด จะปรับขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงถึง 0.75% ในการประชุมวันที่ 14-15 มิ.ย.นี้ จึงทำให้วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐปรับลงยกแผง 3%-5%
ส่วนเงินเฟ้อเดือน เม.ย. 65 ของไทยขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.65%yoy ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน ขยับขึ้นเช่นกันมาอยู่ที่ 2.0% เนื่องจากราคาพลังงาน และอาหารสำเร็จรูปยังสูง ส่วน แนวโน้มเงินเฟ้อเดือน พ.ค. 65 มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาน้ำมันที่ ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่มาตการตึงราคาพลังงานของภาครัฐทั้ง น้ำมันดีเซล LPG และ ค่าไฟฟ้า หมดอายุลง นอกจากนี้ยังมีผลกระทบจากภาวะ Supply shortage อันเนื่องมาจาก รัสเซีย-ยูเครน และ Covid-19 ในจีน
ประเด็นดังกล่าวถือเป็นความเสี่ยงที่อาจกดดันให้ กนง. ขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีได้ ซึ่งหาก กนง. ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จะกดดันให้ SET ซื้อขายบน PER ที่ลดน้อยลง 0.99 เท่า หรือกดดันดัชนีเป้าหมายลดลง 88 จุด ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กดดันให้ตลาด หุ้นไทยผันผวนเพิ่มขึ้นได้
ประชุม OPEC+ คงกำลังการผลิตตามเดิม หนุนราคาน้ำมันยืนระดับสูง
วานนี้การประชุมโอเปกพลัสเสร็จสิ้นลง และยังคงเพิ่มกำลังการผลิต 432,000 บาร์เรล/ วันในเดือนมิ.ย. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือน พ.ค. แม้ว่าสหรัฐและหลายชาติเรียกร้องให้ โอเปกพลัสเพิ่มการผลิตให้มากขึ้น หลังราคาน้ำมันพุ่งแรง หลังจากที่รัสเซียส่งกำลัง ทหารบุกโจมตียูเครน แต่โอเปกพลัสอ้างว่าทางกลุ่มไม่ควรรับผิดชอบต่อปัญหาที่ชาติ ตะวันตกก่อขึ้นเองในการคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งหากซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอ มิเรตส์เห็นพ้องกับชาติตะวันตกในการเพิ่มกำลังการผลิต อาจสร้างความขัดแย้งกับ รัสเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกโอเปกพลัสเช่นกัน และอาจนำไปสู่การล่มสลายขององค์กรดังกล่าว
ประเด็นดังกล่าวหนุนให้ราคาน้ำมันดิบวานนี้ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 0.5% พร้อมกับสร้าง ความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกชะลอจากต้นทุนวัตถุดิบแพง พร้อมกับเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้นได้
แต่ถือว่าเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ทั้งจาก Stock Gain และจากการ ยกเลิกการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากรัสเซีย ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปในตลาด ขาดแคลน หนุนให้ creak spread น้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น โดนเฉพาะน้ำมัน ดีเซล ซึ่งปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 40 เหรียญ/บาร์เรล แนะนำ TOP, PTTGC, IRPC, BCP, SPRC
Fund Flow ยังชะลอไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นเดือน พ.ค. นี้
ในเดือน พ.ค. น่าจะเป็นอีกเดือนที่ตลาดหุ้นเผชิญกับความผันผวน โดยเปิดทำการมาได้ 2 วัน ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยทุกวัน โดยมีมูลค่าขายสุทธิ 1.8 พันล้านบาท และเป็นการ ขายสุทธิเกือบทุกแห่งในภูมิภาค (ตลาดหุ้นอินโดฯ หยุดทำการทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นวันเฉลิมฉลองหลังจากถือศีลอด)
การลดสภาพคล่องในระบบการเงินลง รวมถึงค่าเงินบาทที่อยู่ในโซนอ่อนค่า น่าจะ กดดันให้ Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยน้อยกว่าช่วงแรกๆ ของป
โควิดในประเทศดูดีขึ้น ศบค. อาจยกเลิกการใช้ “Thailand Pass” ในอนาคต
สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับทั่วโลก คือ พบผู้ติดเชื้อ ลดลงโดยล่าสุด ผู้ติดเชืแ ATK+RT-PCR ต่ำกว่าระดับ 2 หมื่นราย และพบว่าอัตราการ ครองเตียงของผู้ป่วยอาการปานกลาง และผู้ป่วยหนักลดลงอยู่ที่ 20.1% ต่างกับสัปดาห์ ก่อนที่รายงานอยู่ที่ 25% ขณะที่แนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อ อาการหนัก และใส่ท่อช่วย หายใจทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 1638 คน และ 776 คน ตามลำดับ
จึงทำให้อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีเสนอ ศบค. ยกเลิกการใช้ “Thailand Pass” ในกลุ่มคนไทย ที่เดินทางเข้าประเทศไทย โดยจะเริ่มจากคนไทย แล้วค่อยขยาย ไปสู่ชาวต่างชาติ ที่จะมีการพิจารณาขอให้ยกเลิกการใช้ “Thailand Pass” ในระยะ ถัดไป
โดยประเด็นดังกล่าว ถือเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่ม Reopening ท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน (MINT CENTEL ERW AAV AOT) ห้างสรรพสินค้า (CPN CRC)
ระวัง Block Trade ปิดสถานะ อาจสร้างความผันผวนต่อ SET
ดัชนี Dow Jones ที่ปรับลงแรงวานนี้กว่า -3.12% ซึ่งเป็นระดับที่มากที่สุดในตั้งแต่ มี.ค. 2020 ซึ่งจากสถิติ 10 ปีย้อนหลัง พบว่าหาก Dow Jones ปรับลงแรงในช่วง -3 ถึง -4% มักจะสร้างแรงกดดันต่อ SET Index ปรับลงเฉลี่ย -1.16% ในวันทำการถัดมาด้วยความ น่าจะเป็น 64% พฤติกรรมดังกล่าวน่าจะกดดันทิศทางของ SET Index ในวันนี้ ทั้งนี้ เริ่มเห็นแรงขายทำกำไรของหุ้นในกลุ่มขนาดกลางเล็กวานนี้สะท้อนจากดัชนี sSET และ MAI ที่ปรับลงแรง -0.73% และ -2.13% เทียบกับ SET Index ปรับลง -0.54% มองว่า หุ้นกลุ่มดังกล่าวยังเป็นกลุ่มที่ควรเพิ่มความระมัดระวังในระยะนี้ นอกจากนี้อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ละสายตาไม่ได้คือหุ้นที่สถานะ Block Trade ยังคงค้างในระดับสูงที่หากตลาดเกิด ความผันผวนอาจเห็นสัญญาณเร่วปิดสถานะตามมา โดยฝ่ายวิจัยฯ คัดกรองหุ้นที่มี สถานะคงค้างสูงสุด 15 อันดับแรกมูลค่ารวม 2.24 หมื่นล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 52% ของสถานะคงค้างทั้งหมด
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities
