บิทคอยน์ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน แต่มีแนวโน้มขาดทุนรายสัปดาห์
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,645-1,680 จุด เราคาดว่า SET มีโอกาส กลับมาฟื้นตัวระยะสั้น หลังคณะกรรมการ FOMC ส่งสัญญาณ Hawkish น้อยกว่าที่ตลาดคาดหมาย รวมไป ถึงการฟื้นตัวของราคาน้ํามัน จากความเชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ หลังประธานเฟดยัง เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ไม่มีสัญญาณต่อการเกิด Recession ประเด็นสําคัญที่น่าติดตามวันนี้ อยู่ที่ รายงานดัชนี PMI ภาคการบริการของจีนจากสถาบัน Caixin (เม.ย.) และผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) โดย Market Consensus คาดว่า BOE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bps มาอยู่ที่ 1% กลยุทธ์การลงทุน เรายังเน้น Selective Buy ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และต้องเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน แข็งแกร่ง และมีผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงต่ํา เรายังให้น้ําหนัก (1) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นของ อัตราดอกเบี้ย เราเลือก BLA และ TIPH รวมทั้งหุ้นในกลุ่มธนาคาร KBANK (BK:KBANK) SCB และ BBL (2) หุ้นในกลุ่มที่ ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า เราเลือก ASIAN SAPPE SMPC และ MEGA และ (3) หุ้นในกลุ่มที่ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS MINT SHR และ VRANDA ขณะที่นักลงทุน ที่รับเสียงสูงได้ แนะนําเก็งกําไร หุ้นในกลุ่มพลังงาน เลือก PTTEP PTT (BK:PTT) SPRC และ BCP เป็นหุ้นเด่น เฟดขึ้นดอกเบี้ย 50bps ตามคาด แต่ส่งสัญญาณที่ Hawkish ที่น้อยกว่าคาด โดยเฉพาะการทํา OT - 5 ข้อความ สําคัญที่ได้จากการประชุม FOMC เมื่อคืนที่ผ่านมา (1) คณะกรรมการกําหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสัน 50bps สู่ระดับ 0.75-1.00% ตามคาด (2) การปรับลดขนาดงบดุล (การทํา QT) เริ่ม มิ.ย. 65 ที่ระดับ 4.75 หมื่นล้านเหรียญต่อเดือน (โดยจะปล่อยให้ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ วงเงิน 3 หมื่นล้านเหรียญ และตราสารหนี้ MBS วงเงิน 1.75 หมื่นล้านเหรียญ ครบอายุ ในแต่ละเดือนโดยไม่มีการซื้อเพิ่มเติม) และจะปรับขึ้นเป็น 9.5 หมื่นล้านเหรียญ ในเดือน ก.ย. 65 ( โดยจะปล่อย ให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ วงเงิน 6 หมื่นล้านเหรียญ และตราสารหนี้ MBS วงเงิน 3.5 หมื่นล้านเหรียญ ครบอายุ ในแต่ละเดือนโดยไม่มีการซื้อเพิ่มเติม) (3) ความเห็นต่อเงินเฟ้อ ประธานเฟดเริ่มต้นด้วยคําว่า “เงินเฟ้อสูงเกินไป” อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75bps จะยังไม่เกิดขึ้นในระยะอันใกล้ แต่ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ (4) เฟดจะยังคงขึ้นดอกเบี้ย 50bps ในอีก 2 ครั้งต่อไป (5) ความเห็นของประธานเฟดมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจ ของสหรัฐฯ “แข็งแกร่ง และไม่มีความเสี่ยงรุนแรง" ที่จะเกิด Recession แต่ยังมีปัจจัยเสียงที่น่าติดตามยังอยู่ที่ (1) สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และ (2) มาตรการล็อกดาวน์ของทางการจีน ตามนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero Covid Policy) ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ประเด็นดังกล่าวยังเป็นบวกต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้น ของอัตราดอกเบี้ย เราเลือก BLA และ TIPH รวมทั้งหุ้นในกลุ่มธนาคาร KBANK SCB และ BBL
ราคาน้ํามันดิบตอบรับเชิงบวกระยะสั้น แนะเพียงเก็งกําไร เลือก PTTEP PTT SPRC และ BCP เป็นหุ้นเด่น
- สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTIส่งมอบเดือน มิ.ย. ปิดที่ 107.81 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 5.40 เหรียญ (+5.3%) ตอบรับ 2 ปัจจัยบวก ได้แก่ (1) ความเห็นของประธานเฟดต่อภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ว่าไม่มีความเสี่ยงรุนแรง ที่จะ เกิด Recession และ (2) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) เสนอ ให้ประเทศสมาชิก EU จะระงับการนําเข้าน้ํามันดิบจากรัสเซียภายในเวลา 6 เดือน และระงับน้ําเข้าผลิตภัณฑ์ น้ํามันกลั่นจากรัสเซียภายในสิ้นปี 2565 โดยจะระงับการนําเข้าน้ํามันจากรัสเซียอย่างสิ้นเชิง ซึ่งรวมถึงระงับการ ขนส่งน้ํามันทางทะเลและท่อส่งน้ํามัน น้ํามันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ํามันกลัน ประเด็นดังกล่าว ทําให้หุ้นในกลุ่ม พลังงานกลับมาน่าสนใจในระยะสั้น อย่างไรก็ตามเราให้น้ําหนักเป็นเพียงการเก็งกําไร โดยเลือก PTTEP PTT SPRC และ BCP เป็นหุ้นเด่น อย่างไรก็ตามมาตรการคว่ําบาตรน้ํามันรัสเซียในครั้งนี้ จะต้องได้รับความเห็นชอบ จากสมาชิก EU ทั้งหมด 27 ประเทศ ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะเยอรมนีที่พึ่งพา แหล่งเชื้อเพลิงจากรัสเซียมากถึง 50% ของการใช้เชื้อเพลิงในประเทศ รวมไปถึงการที่ฮังการีและสโลวาเกีย ยังคง ต้องซื้อน้ํามันดิบจากรัสเซีย ภายใต้ข้อตกลงปัจจุบันจนถึงสิ้นปี 2566 ติดตามการประชุม OPEC+ วันนี้ (5 พ.ค.) เพื่อกําหนดนโยบายการผลิต สําหรับเดือน มิ.ย. รายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ รายงาน การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 247,000 ตําแหน่ง ต่ํากว่าที่ Market Consensus คาดไว้ ที่ระดับ 395,000 ตําแหน่ง โดยในเดือย เม.ย. ภาคบริการมีการจ้างงาน 202,000 ตําแหน่ง และภาคการผลิตมี การจ้างงาน 45,000 ตําแหน่ง นอกจากนี้ ADP ได้ปรับตัวเลขการจ้างงาน ในเดือน มี.ค. เป็นเพิ่มขึ้น 479,000 ตําแหน่ง (เดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 455,000 ตําแหน่ง) / สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานดัชนี ภาคบริการของสหรัฐฯ ในเดือน เม.ย. อยู่ที่ระดับ 57.1 จุด ต่ํากว่าที่ Market Consensus คาดไว้ที่ 58.5 จุด ปรับลดลงจากเดือน มี.ค. ที่ระดับ 58.3 จุด ปัจจัยทางเทคนิค
- หุ้นแนะนําปัจจัยทางเทคนิค เราเลือก C) SPRC (แนวต้าน 11.20-11.50 / แนวรับ 10.8010.60 / Stop loss 10.20) © AOT (แนวต้าน 70.00-73.75/ แนวรับ 66.50-66.00 / Stop loss 63.75)
© CPALL (BK:CPALL) (แนวต้าน 67.75-69.00 / แนวรับ 65.25-64.50 / Stop loss 62.25)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities
