สัปดาห์ที่ผันผวน ก่อนผลประชุมเฟด 5 พ.ค.

เผยแพร่ 03/05/2022 10:46

Investment Ideas:

ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET สัปดาห์นี้ (3 และ 5-6 พ.ค.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,645-1,685 จุด สัปดาห์ที่ผ่านมา SET ปิดที่ระดับ 1,667.44 จุด ลดลง 23.15 จุด (-1.37%Wow) ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย ต่อวันอยู่ที่ 75,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1%WoW เราคาดว่า SET สัปดาห์นี้จะยังคงผันผวน จากวันหยุด กลางสัปดาห์ และรอผลการประชุม FOMC (ทราบผลเช้าวันพฤหัสที่ 5 พ.ค.) เราคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ย 50bps และประกาศแผนปรับลดขนาดงบดุล (QT) ครั้งแรก Market Consensus รวมไปถึงการ ประชุม BOE (5 พ.ค.) คาดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25bps เป็น 1.0% ขณะที่ประเด็นทางด้านเศรษฐกิจที่ สําคัญ ติดตาม รายงานดัชนี PMI ของจีน (5 พ.ค.) ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเขตโตเกียว เดือน มี.ค. (6 พ.ค.) การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน เม.ย. (6 พ.ค.) กลยุทธ์การลงทุน เรายังเน้น Selective Buy ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และต้องเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีผลกระทบจากปัจจัยเสียงต่ํา เรายังให้น้ําหนัก (1) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เราเลือก BLA และ TIPH (2) หุ้นใน กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า เราเลือก ASIAN SAPPE SMPC และ MEGA และ (3) หุ้นในกลุ่มที่ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS MINT SHR และ VRANDA สถิติการบินวันแรกของการผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศ เป็นบวกต่อภาพรวมการท่องเที่ยว เลือก BEM AOT SHR BH BDMS CPALL (BK:CPALL) GLOBAL BJC และ MAKRO เป็นหุ้นเด่น - AOT รายงานผลจํานวนนักท่องเที่ยวรวม จากสนามบิน 4 แห่ง (เฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ โดยสนามบินหาดใหญ่และเชียงราย ยังไม่มีการเปิดรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ) วันที่ 1 พ.ค. 65 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้า ประเทศ (ยกเลิกมาตรการ Test & Go) พบว่ามีจํานวนเที่ยวบินรวม 298 เที่ยวบิน และมีจํานวนผู้โดยสารรวม 36,991 คน โดยจํานวนเที่ยวบิน และจํานวนผู้โดยสารรวม ในสัดส่วน 77% และ 79% เป็นการเดินทางผ่าน สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง เรามองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทั้งธุรกิจ สนามบิน ธุรกิจสายการบิน และธุรกิจโรงแรม ได้แก่ AOT BAFS AAV BA MINT CENTEL ERW SHR และ VRANDA รวมทั้งกลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์ทางอ้อม ได้แก่ กลุ่มขนส่งในประเทศ เราเลือก BEM กลุ่มธุรกิจ โรงพยาบาล ได้แก่ BH และ BDMS และกลุ่มค้าปลีก ได้แก่ HMPRO CPALL CRC GLOBAL BJC และ MAKRO อย่างไรก็ตามภาพรวมการลงทุนที่คาดว่าจะเป็นไปอย่างผันผวน ทําให้เราเลือกกลยุทธ์ Selective Buy หุ้นที่มี ความแข็งแกร่งโดดเด่น เราเลือก BEM AOT SHR BH BDMS CPALL GLOBAL BJC และ MAKRO เป็นหุ้นเด่น

• ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม แนะเพียงเก็งกําไร จากปัจจัยพื้นฐานที่ยังอ่อนแอ ให้น้ําหนักหุ้นในกลุ่ม AntiCommodity เลือก PTG DSP CBG BGRIM CPALL และ BJC - ราคาน้ํามันดิบยังคงมีทิศทางที่ผันผวน จากความ กังวลต่อภาวะอุปทานที่ตึงตัว หลังมีความเป็นไปได้ที่เพิ่มมากขึ้นว่า สหภาพยุโรป (EU) เตรียมที่จะผลักดันการ บังคับใช้มาตรการคว่ําบาตรน้ํามันของรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลให้อุปทานน้ํามันในตลาดโลกตึงตัวมากขึ้น ขณะที่ปัจจัย ลดทอนการฟื้นตัวของอุปสงค์อยู่ที่ความไม่แน่นอนของการเติบโตของเศรษฐกิจจีน จากผลของการใช้มาตรการ Zero-Covid รวมไปถึงมาตรการล็อกดาวน์ในเขตเศรษฐกิจสําคัญของประเทศ โดยล่าสุดสํานักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีน รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของภาคการผลิตจีน เดือน เม.ย. อยู่ที่ 47.4 จุด ลดลงจาก เดือน มี.ค. อยู่ที่ 49.5 จุด จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกครั้งในประเทศ ได้ถ่วงกิจกรรมการ ผลิตของโรงงานและอุปสงค์ของตลาด ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการของจีนในเดือน เม.ย. อยู่ที่ 41.9 จุด ลดลงจาก เดือน มี.ค. อยู่ที่ 48.4 จุด ติดตามการประชุม OPEC+ วันที่ 5 พ.ค. เพื่อกําหนดนโยบายการผลิตสําหรับเดือน มิ.ย. 65 ระยะสั้นเรายังให้น้ําหนักอุปสงค์ที่ลดลงจากจีน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยจํากัดการ ฟื้นตัวของราคาน้ํามันดิบ ทําให้การฟื้นตัวของราคาน้ํามันดิบ เราให้น้ําหนักเป็นเพียงการเก็งกําไรเท่านั้น แต่ กลับมาให้น้ําหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่ม Anti-commodity เลือก EPG PTG OSP CBG SCGP BGRIM GPSC GULF CPALL และ BJC

บทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานวันนี้ - Earnings Preview: CRC Company Update: CRC (เก็งกําไร.. ราคาเป้าหมาย 42 บาท) คาดกําไรสุทธิ 1965 เติบโต YoY - คาดกําไร สุทธิ 1Q65 เติบโต YoY แต่อ่อนตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล SSSG เติบโต 12%YoY เติบโตในทุกประเทศและทุก ธุรกิจ อัตรากําไรสูงขึ้น YoY จากสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากําไรสูงเพิ่มขึ้น เดือน เม.ย. 65 ยังมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง ติดตามเงินเฟ้อที่อาจส่งผลกระทบต่อกําลังซื้อของผู้บริโภค แนะนํา “เก็งกําไร” ให้ราคาเป้าหมาย 42.00 บาท

ปัจจัยทางเทคนิค - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,650-1,680 จุด / หุ้นแนะนําปัจจัยทางเทคนิค เราเลือก BGRIM (แนวต้าน 33.75-34.75/ แนวรับ 32.25-31.50 / Stop loss 30.00) TIPH (แนวต้าน 72.2575.75/ แนวรับ 62.00-59.00 / Stop loss 53.75) และ RBF (แนวต้าน 18.6-197/ แนวรับ 17.2-16.6/Stop loss 15.8)

บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย