จับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นและลุ้นรายงานผลประกอบการต่อ

เผยแพร่ 25/04/2022 08:29
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ความกังวลแนวโน้มเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าคาด ได้กดดันให้ตลาดการเงินปิดรับความเสี่ยงและผันผวนหนัก
  • ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่อาจส่งผลให้ตลาดค่าเงินผันผวนได้ นอกจากนี้ ตลาดจะยังคงติดตามรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยหากผลประกอบการส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด ตลาดหุ้นโดยรวมอาจเริ่มทรงตัวได้

  • เงินดอลลาร์อาจพอมีแรงหนุนอยู่ หากตลาดยังไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยง ซึ่งจะขึ้นกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ ทั้งนี้ เงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าต่อของเงินเยนญี่ปุ่นได้ หาก BOJ ยังคงยืนกรานใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ส่วนเงินบาท มีความเสี่ยงอ่อนค่าทะลุ “34.00” กดดันโดยการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผล ทั้งนี้ ควรติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ เพราะหากนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นและบอนด์ก็อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าต่อได้ อนึ่ง แนวต้านสำคัญเงินบาทอยู่ในโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเราประเมินว่าบรรดาผู้ส่งออกต่างรอขายเงินดอลลาร์อยู่ในโซนดังกล่าว

  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    33.60-34.15
    บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯ – ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจชะลอตัวจนเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) จากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง แต่ภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนผ่านแนวโน้มค่าจ้างที่อยู่ในระดับสูงตามความต้องการแรงงาน จะช่วยหนุนให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Conference Board Consumer Confidence) เดือนเมษายน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 108.5 จุด นอกจากนี้ ตลาดจะรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไป PCE ในเดือนมีนาคม ซึ่งคาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 6.7% ตอกย้ำความจำเป็นที่เฟดจะต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมปัญหาเงินเฟ้อ นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ตลาดจะรอจับตารายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ Alphabet (Google (NASDAQ:GOOGL)), Intel, Microsoft และ Meta (Facebook) เป็นต้น โดยผลประกอบการที่ดีกว่าคาดอาจพอช่วยพยุงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้บ้าง ท่ามกลางความกังวลโอกาสเฟดเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นกว่าคาด

  • ฝั่งยุโรป – สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ หลังยังไม่มีความคืบหน้าใดเพิ่มเติมจากการเจรจาสันติภาพ ซึ่งตลาดมองว่า ผลกระทบจากสงครามจะกดดันให้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Ifo Business Climate) ของเยอรมนีในเดือนเมษายน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 89 จุด นอกจากนี้ ผลกระทบของสงครามที่หนุนให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสุงขึ้น จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของยูโรโซน (CPI) ในเดือนเมษายน พุ่งขึ้นสู่ระดับ 7.5% ซึ่งแนวโน้มเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงจะส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนมองว่า ธนาคากลางยุโรป (ECB) อาจสามารถทยอยขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ได้อย่างน้อย 1-2 ครั้ง เพื่อควบคุมปัญหาเงินเฟ้อ และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มการเงิน/ธนาคาร อาทิ Credit Suisse, UBS, Deutsche Bank โดยหากผลประกอบการส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาดก็อาจช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปไม่ให้ปิดรับความเสี่ยงหนักได้

  • ฝั่งเอเชีย – ไฮไลท์ของฝั่งเอเชียจะอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยตลาดมองว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ -0.10% เพื่อช่วยประคองการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตลาดจะจับตามุมมองของ BOJ ต่อการอ่อนค่ารุนแรงของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมา จากความแตกต่างของแนวโน้มนโยบายการเงินสหรัฐฯ กับ ญี่ปุ่น โดยตลาดมองว่า BOJ อาจยังพอยอมรับได้กับการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งจะสะท้อนผ่านการเดินหน้าซื้อบอนด์ 10 ปี ญี่ปุ่นโดย BOJ เพื่อคุมกรอบของบอนด์ยีลด์ 10 ปี ญี่ปุ่นให้อยู่ในช่วง 0.00%+/-0.25% ทำให้ในระยะสั้นมีโอกาสที่จะเห็นเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าทดสอบระดับ 130 เยนต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ในด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ตลาดคาดว่า ผลกระทบของสงครามและแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นจะกดดันให้ยอดการผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคมจะโตลดลงเหลือ +0.5%m/m ส่วนยอดค้าปลีก (Retail Sales) จะขยายตัวในอัตราดีขึ้น +1.1%m/m จากอานิสงส์ของการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโอมิครอน เช่นเดียวกับฝั่งเวียดนาม ปัญหาการระบาดโอมิครอนที่คลี่คลายลงและการทยอยผ่อนคลายมาตรการ Lockdown จะช่วยให้ ยอดค้าปลีกเวียดนามในเดือนเมษายน อาจโตกว่า +10%y/y ซึ่งจะช่วยหนุนการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจเวียดนาม

  • ฝั่งไทย – แนวโน้มการระบาดของ COVID-19 และการเปิดประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ โดยนักลงทุนต่างชาติอาจยังไม่รีบกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยจนกว่าจะมั่นใจแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

Weekahead carlendar

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย