ราคาน้ำมันลดลงกว่า 1% ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านอยู่ในความสนใจ
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,670-1,690 จุด เราคาดว่า SET มี โอกาสตอบรับเชิงลบต่อการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟดในการประชุม IMF โดยเฉพาะการดําเนิน นโยบายการเงินเชิงรุก เพื่อลดผลกระทบจากเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มในอัตราเร่ง กลยุทธ์การลงทุนยังคงเป็น ลักษณะ Selective buy ในกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเราเริ่มต้นให้น้ําหนักกลุ่มหุ้นที่ได้ ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า หลังค่าเงินบาทในเดือน เม.ย. อ่อนค่าลง 0.52 บาท (1.6%) จากสิน 1Q65 กลยุทธ์การลงทุน เรายังให้น้ําหนักหุ้นในกลุ่ม Domestic play เลือก SAPPE HMPRO และ MAKRO เป็นหุ้นเด่น รวมไปถึง หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เราเลือก BLA หุ้น ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า เราเลือก ASIAN SMPC EPG และ MEGA หุ้นในกลุ่มที่ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS MINT และ SHR , ประธานเฟด มีจุดยืนขึ้นดอกเบี้ย 50bps เดือน พ.ค. และขึ้นดอกเบี้ยเป็น 2.50% ภายในสิ้นปี 2566 เลือก BLA เป็นหุ้นเด่น
- Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้กล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยเศรษฐกิจ โลกในการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อคืนที่ผ่านมา มีประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ที่มีความชัดเจนมากขึ้นว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC ระหว่างวันที่ 3-4 พ.ค. 50bps ซึ่งจะทําให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 0.75%-1.0% เพื่อลด ผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง พร้อมเป้าหมายที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 2.5% ภายในสิ้นปี 2566 ซึ่งเท่ากับว่าการประชุม 5 ครั้งที่เหลือของปี 2566 หลังการประชุมเดือน พ.ค. เฟูด จะทําการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1.5% ซึ่งจะทําให้มีอีกอย่างน้อย 1 ครั้งที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 50bps และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในการประชุมเดือน มิ.ย. (14-15 มิ.ย.) ทันทีที่การกล่าวสุนทรพจน์ สิ้นสุดลง Market Consensus เพิ่มน้ําหนักความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 50bps ในเดือน พ.ค. โดย FedWatch Tool ของ CME Group ให้น้ําหนักมากถึง 97.6% ขณะที่ FedWatch ประเมินว่าการ ประชุมเดือน มิ.ย. มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 50bps มากถึง 28.9% และขึ้นดอกเบี้ย 75bps มาก ถึง 70.4% ประเด็นดังกล่าว เรามองเป็น Sentiment เชิงลบต่อตลาดหุ้น แต่หุ้นที่ได้ประโยชน์ เราเลือก BLA เป็นหุ้นเด่น ติดตามที่ประชุม ศบค. วันนี้ (22 เม.ย.) เตรียมยกเลิก RT-PCR เหลือเพียง ATK มองเป็นบวกต่อ AOT BAFS MINT และ SHR
- ติดตามการประชุม ศบค. วันนี้ (22 เม.ย.) โดยปัจจุบันการเดินทางเข้าประเทศ แบ่งเป็น 2 ประเภท (1) ระบบการกักตัว สําหรับผู้เดินทางที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และ (2) ระบบ test and go สําหรับผู้ เดินทางที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว โดยในกรณีผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีน ศบค. มีการเสนอหลายแนวทาง โดยเฉพาะ ยกเลิกการตรวจ RT-PCR ให้เหลือแต่การตรวจ ATK หรือไม่ตรวจ ATK ซึ่งหากที่ประชุม ศบค. อนุมัติจะ สามารถเริ่มได้ในวันที่ 1 พ.ค. 65 เรามองเป็นบวกต่อ (1) หุ้นในกลุ่มธุรกิจการบิน ได้แก่ AOT BAFS AAV และ BA และ (2) หุ้นในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ได้แก่ MINT CENTEL SHR ERW และ VRANDA
• ราคาน้ำมันดิบตอบรับเชิงบวกต่ออุปทานน้ํามันที่คาดว่าจะลดลง แนะเก็งกําไร เลือก PTTEP BANPU SPRC BCP และ TOP
- สัญญาน้ํามันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค. ปิดที่ 103.79 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.6 เหรียญ (+1.6%) โดย EU อยู่ระหว่างการดําเนินการที่จะห้ามการนําเข้าผลิตภัณฑ์น้ํามันจากรัสเซีย โดย ประเทศสมาชิก Eบุ จะเจรจาเกี่ยวกับการคว่ําบาตรน้ํามัน หลังการเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบสุดท้ายในวันที่ 24 เม.ย. ประเด็นเรื่องการคว่ําบาตรในช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ํามันของรัสเซียไม่มาก แต่ เป็นประเด็นที่ OPEC ออกมาเตือนหลายครั้ง โดยมองว่ามาตรการคว่ําบาตรรัสเซียที่มีการบังคับใช้ในปัจจุบัน และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะทําให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ํามันอย่างรุนแรง และไม่มีทางที่จะทดแทนปริมาณ น้ํามันที่ขาดหายไป นอกจากนี้ราคาน้ํามันดิบยังด้รับแรงหนุนจากการผลิตน้ํามันในลิเบียที่ลดลงกว่า 5.5 แสน บาร์เรลต่อวัน จากการปิดล้อมบ่อน้ํามันและสถานีส่งออกน้ํามัน รวมไปถึงรายงานการผลิตน้ํามันของรัสเซีย และกลุ่ม OPEC ที่ต่ํากว่าเป้าหมายในเดือน มี.ค. เราแนะนํา เก็งกําไร หุ้นในกลุ่มพลังงาน เลือก PTTEP BANPU SPRC BCP และ TOP เป็นหุ้นเด่น บทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานวันนี้ - Earrings Preview: CPALL (BK:CPALL) Earnings Preview: CPALL (เก็งกําไร; ราคาเป้าหมาย 70 บาท) คาดกําไรสุทธิ 1Q65 เติบโต YoY - คาด กําไรปกติ 1Q65 เติบโต YoY และ QoQ เป็นผลมาจาก (1) ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากโครงการช้อปดีมีคืน ในช่วง 1Q65 (2) การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ (3) การขยายสาขายเพิ่ม และ (4) รับรู้รายได้จากโลตัส เต็มไตรมาสครั้งแรก ปัจจัยบวกที่หนุนผลประกอบการ สะท้อนจากจํานวนลูกค้าที่เพิ่ม และ SSSG ที่กลับมา เติบโต 10%YoY แนวโน้มผลประกอบการยังได้ปัจจัยบวกหนุนจากมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์และการ เปิดประเทศ ประมาณการกําไรสุทธิปี 2565 เติบโต 31%YoY ยังมีความเป็นไปได้ ขณะที่คาดการณ์กําไรสุทธิ 1Q65 คิดเป็น 19% ของทั้งปี ราคาหุ้นปรับเพิ่มมาก จน Upside เริ่มจํากัด แต่แนวโน้มกําไรยังเติบโตดี แนะนํา “เก็งกําไร”
มุมมองทางเทคนิค – หุ้นแนะนําปัจจัยทางเทคนิค เราเลือก ASIAN BH และ CBG
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities
