ให้น้ำหนักกับหุ้นเปิดเมือง ต่อเนื่อง

เผยแพร่ 21/04/2022 09:14

การระบาดของ Covid-19 ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา สร้างภาระต่อฐานการ คลังโดยระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP ปรับขึ้นจากบริเวณ 42% ไปสู่ระดับ 60% ทำให้ต้องปรับเพิ่มกรอบระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP จาก 60% เป็น 70% ประเมินหน้าตักในการก่อหนี้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจปัจจุบันน่าจะสามารถ ทำได้ว่าราว 1 ล้านล้านบาทเศษ ทำให้การจัดสรรการใช้เม็ดเงินต้องพุ่งเป้าไป ที่การเติบโตต่อเศรษฐกิจในระยะกลาง-ยาวมากขึ้น ซึ่งฝ่ายวิจัยเชื่อว่าจะ มุ่งเน้นไปใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ การกระตุ้น ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งในเชิงกลยุทธ์การลงทุน จึงกำหนด Theme ไปในทาง หุ้นเปิดเมืองอย่างท่องเที่ยว และ หุ้น Infrastructure Play

คาดว่า SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1675 – 1690 จุด พอร์ตจำลองวันนี้ ไม่มีการปรับเปลี่ยน โดยยังให้ถือเงินสดสำรอง 5% เพื่อรอจังหวะวื้อ สำหรับ หุ้น Top Pick เลือก AOT (BK:AOT), BH และ THREL

Beige Book รอบนี้ส่งสัญญาณไม่แน่นอนจากสงครามที่ยังยืดเยื้อต่อเนื่อง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯอยู่ในช่วง Earning Release ซึ่งมีทั้งดีกว่าและแย่กว่าคาด ส่งผลให้ ราคาหุ้นผันผวนไปตามผลประกอบการที่ประกาศออกมา ขณะที่รายงาน Beige Book รอบนี้แม้ให้ภาพกิจกรรมทางเศรษฐกิจว่าจะขยายตัวในระดับปานกลางแต่ส่งสัญญาณไป ถึงความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นปัจจัยกดดันต่อเศรษฐกิจรวม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เนื้อหาใน Beige Book กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวในระดับปานกลางตั้งแต่ กลางเดือนกุมภาพันธ์ หลายเขตรายงานว่ามีการจ้างงานปานกลาง, การใช้จ่ายของ ผู้บริโภคเร่งตัวขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ลดลงทั่วประเทศ กิจกรรมการ ผลิตโดยรวมแข็งแกร่งทั่วทั้งเขตส่วนใหญ่ แต่ความตึงตัวของตลาดแรงงาน และต้นทุน การผลิตที่สูงขึ้นยังคงเป็นอุปสรรคของบริษัท ขณะที่ทางด้านอสังหาริมทรัพย์เร่งขึ้น เล็กน้อยตามจำนวนห้องสำนักงานและกิจกรรมค้าปลีกเพิ่มขึ้น ทางฝั่งเกษตรกรได้รับ การสนับสนุนจากราคาพืชผลที่พุ่งสูงขึ้น แต่สภาพภัยแล้งยังเป็นความท้าทายในบาง อำเภอและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นกำลังกดดันส่วนต่างของผู้ผลิตทั่วประเทศ

อย่างก็ตามแนวโน้มการเติบโตในอนาคตถูกบดบังโดยความไม่แน่นอนที่เกิดจากการ พัฒนาด้านภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งล่าสุด รัสเซียได้เริ่มปฏิบัติการระยะ 2 ด้วยการบุกโจมตี ภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครนแล้ว ขณะที่พื้นที่ที่มีการสู้รบหนักอีกแห่งคือ เมืองมารีอูโปลทางตอนใต้ของยูเครนที่รัสเซียเกือบจะยึดพื้นที่ได้ทั้งหมดแล้ว เหลือเพียง สนามบินและพื้นที่รอบโรงงานเหล็กอะซอฟตัลเท่านั้น ซึ่งหากยึดเมืองนี้ได้พื้นที่ทางตอน ใต้เชื่อมแคว้นไครเมีย คลุมไปถึงพื้นที่ภาคตะวันออกสุดของยูเครนก็จะถือว่าตกอยู่ในการ ควบคุมของรัสเซีย

ดยสรุปปัจจัยเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยกดดันต่อเศรษฐกิจรวม และเห็น การปรับลดประมาณการ GDP ของ IMF ที่ปรับลด World GDP Growth ปี 2565 ลงจาก 4.4% มาอยู่ที่ 3.6% ขณะที่ World Bank ก็ปรับลดลด World GDP Growth ปี 2565 ลงจาก 4.1% เหลือ 3.2% เช่นกัน อย่างไรก็ตามยังมีโอกาสเกิด Downside จากสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อ

เดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงินที่จำกัด

แม้วงเงินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดูมีแนวโน้มลดน้อยลง โดยการกู้เงินตาม พ.ร.ก.เงินกู้ ฯ 5 แสนล้านบาท ปัจจุบันเหลือ 7.4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 60% ซึ่งหากกู้เพิ่มจนขึ้นไปที่ 70% ของ GDP ตามกรอบวินัยทางการ คลังที่ปรับปรุงใหม่ ก็อาจกู้เพิ่มได้อีกราว 1 ล้านล้านบาทเศษ ซึ่งประเมินจากสถานการณ์ ปัจจุบันแล้ว เชื่อว่ายังมีความจำเป็นต้องจัดหาเงินกู้เพิ่มเติม เพื่อใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในระยะต่อไป

เพื่อหวังผลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างตรงจุด เราประเมินว่าว่านโยบายการคลังในช่วงที่ เหลือของปี 2565 นี้ ภาครัฐจะเน้นไปที่ ลดมาตรการเยียวยา แต่จะเพิ่มการกระตุ้น เศรษฐกิจและการลงทุนมากขึ้น หลักๆ ดังนี้

  1. ผ่อนคลายการเดินทาง ฟื้นฟูการท่องเที่ยว เน้นการอยู่ร่วมกับโควิดมากขึ้น จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. มีการยกเลิกการตรวจ RT-PCR ก่อนเข้าไทย 72 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากขึ้นเกินกว่า 60% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. หลังจากนี้น่าจะเห็นมาตการที่ผ่อนคลายมากขึ้น เช่น ยกเลิก Thailand Pass และใช้ ATK แทน RT-PCR หนุนหุ้นเปิดเมืองยังได้ Sentiment บวก ต่อเนื่อง แนะนำหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว MINT ERW หุ้นสถานที่ท่องเที่ยว CPN CRC MAJOR หุ้นเกื่ยวกับการเดินทาง AOT AAV

  2. ขยายการลงทุนโครงการพื้นฐานเพิ่มขึ้น โดยในปีนี้ทาง รฟม. ได้เปิดซองประมูล โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ วงเงินกว่า 8.2 หมื่นล้าน บาท และกระทรวงคมนาคมยังมีแผนผลักดันอีกหลายโครงการ อาทิ โครงการ รถไฟฟ้าสายสีส้ม, สีเหลือง, สีชมพู รวมไปถึงโครงการรถไฟทางคู่เฟสแรก และ อื่นๆอีก 25 โครงการ มูลค่ารวม 9.74 แสนล้านบาท โดยบางโครงการจะเริ่ม ก่อสร้างในปี 2565 เช่น โครงการรถไฟทางคู่ 2 เส้นทางใหม่ ส่วนโครงการใหญ่ ต่อไปที่คาดว่าจะเปิดประมูลคือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกมูลค่ารวม 1.2 แสนล้านบาท มอเตอร์เวย์ บางขุนเทียน-บางบัวทอง (M9) มูลค่า 5.6 หมื่นล้าน บาท เป็นต้น

อย่างไรก็ตามภาระทางการคลังของรัฐเพิ่มขึ้น จะทำให้ระดับหนี้สาธารณะของไทย เพิ่มขึ้นตาม โดยปัจจุบันไทยมีหนี้สาธารณะ 9.83 ล้านล้านบาท ราวระดับ 60.2% ต่อ GDP ถ้าวัดจากเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่ 70% จะเห็นได้ว่ายังมีช่องว่างที่รัฐ สามารถกู้เพิ่มมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ราว 1.6 ล้านล้านบาท

ต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยต่อ โดยเน้นหุ้นเปิดเมืองเป็นหลัก

แม้ในช่วงนี้ นักลงทุนจะอยู่ในช่วงกังวลสภาพคล่องส่วนเกินในสินทรัพย์เสี่ยงจะลดลง แต่ สำหรับตลาดหุ้นไทยยังพอเห็นเม็ดเงินที่ไหลเข้าต่อ โดยใน 2 วันทำการที่ผ่านมา ต่างชาติ ซื้อสุทธิหุ้นไทย 3.4 พันล้านบาท หนุน SET Index ปรับตัวขึ้น 12 จุด หรือ 0.7% รวมถึง หนุนยอดซื้อสุทธิเดือน เม.ย. (mtd) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7.3 พันล้านบาท ถือว่าโดดเด่นเมื่อ เทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ถูกขายสุทธิ ดังตารางทางด้านล่าง

ภายใต้ปัจจัยภายนอกผันผวน ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ ทำการค้นหามีหุ้นอะไรที่ต่างชาติทยอย ซื้อสะสมสุทธิปริมาณมากในเดือน เม.ย. (mtd) ซึ่งน่าจะทำให้เห็นทิศทาง และแรงผลัก ในกลุ่มนั้นๆ Outperform ต่อเนื่องได้ได้ผลลัพธ์15 หุ้น ที่ต่างชาติซื้อสุทธิมากสุดใน เดือน เม.ย. (mtd)

จากผลลัพธ์ดังกล่าว ส่วนใหญ่ต่างชาติยังให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นไทยในหุ้นเปิดเมืองเป็น หลัก โดยฝ่ายวิจัยชื่นชอบ CPALL (BK:CPALL), CPN, BH, AOT, MINT, BDMS, TIDLOR มากสุด

ส่วนวันนี้คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1675 – 1690 จุด กลยุทธ์การลงทุนเลือกหุ้น เปิดเมืองมีแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ อย่าง AOT, BH และยังชื่นชอบหุ้นได้ ประโยชน์จากกระแสการใช้นโยบายการเงินตึงตัว THREL เป็น Toppick ในวันนี้

บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย