ทรัมป์เผยบรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือเกี่ยวกับกรีนแลนด์ จะไม่เก็บภาษีนำเข้า
สุดปัง! พลังของ Soft Power ไทยสู่ชาวโลก ที่น้องมิลลิ ขึ้นโชว์ความสามารถทางดนตรีพร้อมกินข้าวเหนียวมะม่วง บนเวทีระดับโลก "Coachella 2022" จนติดเทรนด์ และทำให้ข้าวเหนียวมะม่วงขายดิบขายดีกันทั้งประเทศ
วันนี้ชวนไปดูสถิติการส่งออกมะม่วงและข้าวเหนียวของประเทศไทยว่าขายดีแค่ไหน ขายให้ใครบ้าง และหุ้นบริษัทไหนที่เข้าธีมนี้มีข้าวเหนียวมะม่วงขายกันบ้าง
ประเทศไทยมีมะม่วงมากกว่า 170 สายพันธุ์ มีพื้นที่ปลูกมากกว่า 900,000 ไร่ ปลูกมากที่สุดในภาคเหนือ ประมาณ 420,000 ไร่ รองลงมา คือ ภาคอีสาน 170,000 ไร่ ส่วนภาคใต้ปลูกน้อยที่สุด ไม่ถึง 5,000 ไร่ มะม่วงที่ปลูกกันมาก็อาทิเช่น น้ำดอกไม้ เขียวเสวย แรด โชคอนันต์ มหาชนก เป็นต้น
ข้อมูลจาก สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า ปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยส่งออกมะม่วงปริมาณ 149,151 ตัน คิดเป็นมูลค่า 5,997 ล้านบาท และช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน ถือว่าเป็นหน้าขายมะม่วงส่งออก โดยเดือนพฤษภาคมทำยอดส่งออกได้สูงที่สุด เราแบ่งมะม่วงออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
-
มะม่วงสดและแช่แข็ง ปริมาณ 116,850 ตัน มูลค่า 3,367 ล้านบาท เติบโต 42.2%
-
มะม่วงบรรจุกระป๋อง ปริมาณ 26,739 ตัน มูลค่า 1,505 ล้านบาท เติบโต 21.1%
-
มะม่วงอบแห้ง ปริมาณ 5,561 ตัน มูลค่า 1,124 ล้านบาท เติบโต 13.3%
ในส่วนของประเทศที่เราส่งออกมะม่วงสดเยอะที่สุด 5 อันดับแรก คือ
มาเลเซีย 45% เวียดนาม 32% เกาหลีใต้ 6% ญี่ปุ่น 4% และจีน 3%
-
ตัดภาพมาที่ตัวเลขการส่งออกข้าวเหนียวบ้าง สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า ปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยส่งออกข้าวเหนียวปริมาณ 310,866 ตัน เติบโตเพิ่มขึ้น 12.4% แต่ว่ามูลค่า 5,596 ล้านบาท เติบโตลดลง 24.5% ตามราคาขายที่ลดลง (จริงๆ ไม่ใช่แค่ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิก็มูลค่าลดลงเช่นกัน)
-
ในส่วนของประเทศที่เราส่งออกข้าวเหนียวเยอะที่สุด 5 อันดับแรก คือ
จีน 38% สหรัฐ 17% เวียดนาม 5% ลาว 4% และฮ่องกง 3%
ถ้าพูดถึงในมุมของหุ้นบ้าง เราจะพบว่า ไม่ได้มีหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่งที่ขายข้าวเหนียวมะม่วงเป็นยอดขายหลัก แต่ว่าจะมีการออกเมนูประจำฤดูกาลช่วงหน้ามะม่วงมากกว่า ที่เห็นกันชัดๆ ก็จะมี 3 บริษัท คือ
-
AU มีเมนูคากิโกริ ข้าวเหนียวมะม่วง
-
SNP กับเมนูข้าวเหนียวมูนอัญชันใบเตยมะม่วงน้ำดอกไม้
-
MINT นำโดย Swensen’s กับเมนูไอศกรีมมะม่วงอกร่องทอง พร้อมข้าวเหนียวใบเตยหอมๆ ท็อปปิ้งด้วยเยลลี่มะม่วง และซอสมะม่วงเปรี้ยวอมหวาน อีกแบรนด์ คือ Dairy Queen กับบลิซซาร์ดมะม่วง
เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน เราลองมาสำรวจงบและความแข็งแกร่งของหุ้นทั้ง 3 บริษัท โดยการเปิดข้อมูลจาก jitta ดูกันครับ
อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) (BK:AUm)
AU รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 628 ล้านบาท -18.8% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 4.4 ล้านบาท -292% เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID เยอะ ทั้งปิดร้าน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาลดลง
แต่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทำกำไรได้ใน Q4’21 และแนวโน้ม Q1’22 ดูดีต่อเนื่อง SSSG คาดว่าจะโตได้ 8% มีการขยายสาขาทั้ง After You และเน้น Franchise Mikka ทำเลทั้งในห้าง และนอกห้าง ทั้ง BTS และดีลกับ OR จะเปิดในหลายปั๊ม ต่างประเทศก็เปิดที่ฮ่องกงไปแล้ว อาจจะเปิดสาขาเพิ่มได้อีก
-
Jitta Score 2.83
-
Market Cap 8,156 ล้านบาท
-
P/E 1,834 เท่า เพราะเพิ่งจะกลับมามีกำไร และราคา over Jitta Line 265%
เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (BK:SNP)
SNP รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 4,913 ล้านบาท -7% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 340 ล้านบาท +85.8% รายได้ลดไปเยอะจากช่วงที่ Lock Down ยอดขายทั้งกินที่ร้านและซื้อกลับบ้านพวกเบเกอรี่ก็ลดลงเยอะ
แต่สิ่งที่ SNP ทำได้ดีคือ ปรับโครงสร้าง ทั้งลดคน ปรับเมนู ขอลดค่าเช่า ปรับลดพื้นที่ออฟฟิศ เพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน คือ ทำหลายอย่างมาก จนรักษาระดับกำไรไว้ได้ดี
-
Jitta Score 5.56
-
Market Cap 8,388 ล้านบาท
-
P/E 24.7 เท่า และราคา over Jitta Line 87%
ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (BK:MINT)
MINT รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 76,211 ล้านบาท +29.8% แต่ขาดทุนสุทธิอยู่ 13,166 ล้านบาท ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากทั้งโรงแรมและร้านอาหาร แต่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวได้ดีจากโรงแรมในยุโรป (อาจกระทบบ้างใน Q1 จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน) ธุรกิจร้านอาหารเริ่มฟื้นตัวดี SSSG เป็นบวกทั้งตลาดไทย จีน ออสเตรเลีย
-
Jitta Score 3.31
-
Market Cap 180,030 ล้านบาท
-
P/E หาค่าไม่ได้ เพราะขาดทุนอยู่ และราคา over Jitta Line 444%
น่าติดตามว่า ปรากฏการณ์ Soft Power ครั้งนี้จะส่งผลดีต่อการบริโภคและส่งออก ข้าวเหนียวมะม่วง ได้ต่อเนื่องในระยะยาวขนาดไหน
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น
