8 หุ้นเก่ง โมเมนตัมแกร่ง SET50 

เผยแพร่ 11/04/2022 08:40

วันนี้จะมาแชร์ไอเดียหาหุ้นโมเมนตัมแข็งแกร่ง แล้วมาเจาะดูงบ กับแนวโน้มกำไรของ Q1 ที่กำลังจะประกาศว่าเป็นอย่างไร

ผมเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยหุ้น SET 50 (จริงๆ จะเป็น SET100, MAI ก็ได้หมดนะ) แล้วมาสร้างเงื่อนไขสแกนหาหุ้นที่ราคายืนเหนือ EMA10, 50, 200 เพราะผมมองว่า

  • EMA10 เป็นตัวแทนโมเมนตั้มระยะสั้น ช่วง 2 สัปดาห์ ซึ่งไม่สั้นและไม่ซิ่งเกินไป

  • EMA50 เป็นตัวแทน งบรายไตรมาส

  • EMA200 เป็นตัวแทน งบปี

เราจะได้หุ้นใน SET50 ออกมา 8 ตัว คือ AOT (BK:AOT), BH, COM7, CPALL (BK:CPALL), CPN, CRC, GLOBAL และ HMPRO ที่ราคายืนเหนือทั้ง 3 เส้น แปลว่า โมเมนตั้มเป็นขาขึ้น และถ้างบที่กำลังจะประกาศออกมาภายในเดือนสองเดือนนี้ดี ราคาก็น่าจะยืนต่อได้ รวมถึงถ้า outlook บริษัทดีต่อเนื่องทั้งปี ราคาก็น่าจะไปได้ต่อ

แต่ความเสี่ยง คือ ราคาขึ้นมาแล้ว โมเมนตัมสวย ถ้าหุ้นตัวไหนขึ้นมาแรงเกินไป แล้วงบดันออกมาไม่ดี หรือแค่ตามคาด โอกาสที่จะถูกขายทำกำไรก็มีได้เช่นกัน เราก็ควรมองจากทั้ง 2 ด้าน เพื่อความไม่ประมาท

วันนี้วิตามินหุ้นจะมาเล่าเรื่องแนวโน้มข้างหน้ามากกว่างบที่ผ่านไปแล้วนะครับของทั้ง 8 หุ้น ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย

1. ท่าอากาศยานไทย จำกัด (BK:AOT)

งบ Q1 (Oct-Dec) ขาดทุนสุทธิ 4,271 ล้านบาท -24.1% YoY +17.2% QoQ

COVID ยังอยู่ แต่เริ่มเปิดประเทศมากขึ้น ผู้โดยสารระหว่างประเทศโดยเฉลี่ยช่วงปลายปีไม่ถึง 5,000 คนต่อวัน พอมาเดือนมีนาคมขยับมาที่ 8,000 คน และเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ 16,000 คนต่อวัน

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะกลับมากำไรเพราะยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน เพราะนักท่องเที่ยวหลักอย่าง คนจีน ยังไม่มากัน และตัวเลขที่หลายสำนักประเมินนักท่องเที่ยวทั้งปีก็น่าจะอยู่ที่ 5-6 ล้านคนไม่เกินนี้

สรุปได้ว่า งบน่าจะขาดทุนลดลง นักท่องเที่ยวมามากขึ้น แต่ต้องติดตามสถานการณ์ COVID และสงครามอย่างใกล้ชิด กว่าจะกลับไปกำไรได้ต้องใช้เวลาอีกหลายไตรมาส หรือข้ามไปถึงปีหน้าได้ ต้องลอง Valuation ราคา กำไร และโมเมนตัมคู่กันไปครับ

2. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (BK:BH)

กำไรสุทธิ Q4 = 612 ล้านบาท +253.9% YoY +106.8% QoQ

คล้ายๆ กับ AOT คือ ได้ประโยชน์จากคนไข้ต่างชาติที่เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะคนไข้จากตะวันออกกลาง (UAE, คูเวต, กาตาร์) ราคาน้ำมันขึ้น ก็อาจจะทำให้คนกลุ่มนี้มี wealth เพิ่ม และการที่ BH เริ่มการปรับราคาขึ้น 3.2% รวมทั้งลดโปรโมชั่นลง เพราะที่ผ่านมาช่วงต่างชาติหาย (สัดส่วนก่อน COVID คือ 67%) มีการให้ส่วนลดเยอะ คนไทยเข้าไปรักษาเพิ่มขึ้น

สรุปได้ว่า งบน่าจะดูดีขึ้นต่อเนื่องจาก Q4 และถ้าคนไข้ต่างชาติเพิ่มมาจริง คนไข้ไทยยังอยู่ ราคาเพิ่ม กำไรก็น่าจะดี แต่ต้องระวังในระยะยาว เพราะประเทศในตะวันออกกลางเองก็มีแผนการสร้างโรงพยาบาลเพื่อดูแลคนในชาติตัวเองเช่นกัน

3. คอมเซเว่น จำกัด (BK:COM7)

กำไรสุทธิ Q4 = 907 ล้านบาท +63.2% YoY +59% QoQ

งบดี surprise ตลาด และก็น่าจะดีได้ต่อจากการขยับขยายไปทำหลากหลายธุรกิจ ต่อยอดมาขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งเป็น Stand Alone และไปเปิดที่ ILM, Big C ล่าสุดจะไปต่อกับ Power Buy

ขณะที่ธุรกิจหลักก็ยังเปิดสาขาเพิ่มเติมเป้าที่ 1,150 สาขา ส่วนออนไลน์เปิด studio7 ราคานักศึกษาใช้ได้ด้วย ผ่อนชำระก็ได้ แนวโน้มการเติบโต Q1 ยังเป็นเลขสองหลัก

สรุปได้ว่า เก่ง หาทางโตต่อยอดได้ตลอด และยังทำมาร์จิ้นให้เพิ่มได้ด้วย แต่ช่วงหลังแจกหุ้นปันผล ราคาอาจจะดูตื้อๆ ไปบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น เรื่องเดียวที่ต้องระวัง คือ ความถูกแพงของหุ้น และการรักษาอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่องอีกนานแค่ไหน

4. ซีพี ออลล์ จำกัด (BK:CPALL)

กำไรสุทธิ Q4 = 6,704 ล้านบาท +87.6% YoY +349% QoQ

แนวโน้มดูฟื้นตัวดี คนเข้าร้านเริ่มมากขึ้น 805 คนต่อวันต่อสาขา ยอดขายต่อบิล 82 บาท Delivery ก็โตดี SSSG Q4 +1.3% และคาดว่า Q1 +10% YoY แปลว่าแนวโน้มเริ่มกลับมาดีทั้งจำนวนคน จำนวนเงิน และยอดขายสาขาเดิม

ส่วน MAKRO ก็ยังโตได้ต่อเนื่อง SSSG Q1 คาดว่า +3% และ Lotus’s ก็ดูเริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้น การรุกเข้าไปทางออนไลน์ อาหารสดมากขึ้น ก็น่าจะเข้ามาช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น

โดยสรุป CPALL อยู่ในทิศทางที่ฟื้นตัว ถ้าจะห่วง คือ เงินเฟ้อมากกว่าว่าจะทำให้การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคลดลงหรือเปล่า และอย่าลืมดูหุ้นที่ขายของใน 7-11 ครับ ถ้า 7 ขายดี สินค้าเหล่านั้นก็น่าจะดีตาม

5. เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (BK:CPN)

กำไรสุทธิ Q4 = 1,816 ล้านบาท -10% YoY +692.4% QoQ

เซ็นทรัล จันทบุรี กำลังจะเปิดเดือนหน้า และมีแผนเปิด เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ Q4 ปีหน้า อยู่บนถนนราชพฤกษ์ พื้นที่ 40 ไร่ แถวนี้กำลังซื้อสูง แต่ห้างก็เยอะและใกล้กันทั้ง The Circle, Crystal, The Walk เป็นต้น โครงการอื่นๆ ในอนาคต มี ดุสิต เซ็นทรัล ปาร์ค, Embassy เฟส 2 และพื้นที่ตรงสกาลา สยามสแควร์

ส่วนห้างปัจจุบัน มีพระราม 2 ที่ Renovate ดูสวยขึ้น ร้านเยอะขึ้น คนมาเพิ่ม 25% เซ็นทรัล วิลเลจ เฟส 2 ก็เพิ่มลูกค้าได้ 15% และมีแผนปรับปรุงห้างเพิ่มอีกกว่า 10 แห่ง ส่วนลดค่าเช่าก็จะลดน้อยลง และคนเดินห้างก็เริ่มกลับมามากขึ้น 80-85%

โดยสรุป CPN มีแผนทั้ง Renovate กับเปิดห้างใหม่ต่อเนื่องในแต่ละปี แน่นอนว่าลงทุนเยอะ เราต้องคำนวณดีๆ ว่า คุ้มค่าแค่ไหน และก็ต้องติดตามเรื่องการปิดเปิดห้าง โรคระบาด กับจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะมีผลต่อยอดขายเช่นกัน

6. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BK:CRC)

กำไรสุทธิ Q4 = 2,371 ล้านบาท +124.4% YoY +205.8% QoQ

SSSG Q4 +9% คาดว่า Q1 +12% YoY เติบโตจากกลุ่ม Fashion ที่โดน lock down ไปก็กลับมาฟื้นดี และ Hardline ที่โตจาก ไทวัสดุ ตั้งเป้าเปิด 10 สาขา ปีนี้ และที่น่าสนใจ คือ ยอดขาย omni-channel ที่มีสัดส่วน 20% ตั้งเป้าปีนี้เพิ่มเป็น 25% ยอดขายที่อิตาลีฟื้นดี

ที่ดูน่าสนใจ คือ เปิดร้าน Tops Vita, Top Care เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ และมีขายยา ช่วงนี้ตลาดชอบหุ้นที่ขายยา ขายอาหารเสริมกัน

7. สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (BK:GLOBAL)

กำไรสุทธิ Q4 = 746 ล้านบาท +97.7% YoY +13.2% QoQ

แนวโน้มยอดขายดี SSSG Q1 คาดว่าประมาณ 5-9% YoY และมีเปิดสาขาใหม่ที่สมุย รวมเป็น 76 สาขา ส่วนแบ่งกำไรต่างประเทศดีจากพม่าและลาว และจะเริ่มรับรู้จากอินโดเข้ามาครั้งแรก แนวโน้มคงโตต่อไปได้อีก

แต่เรื่องที่ต้องห่วงที่สุด คือ ปีที่แล้วฐานสูงจากสต็อกเหล็กที่เก็บไว้ พอมาปีนี้ประโยชน์ที่ได้จากตรงนั้นจะลดลง ทำให้ต้องมาลองคำนวณดีๆ ว่า กำไรจะสามารถเอาชนะปีที่แล้วไหวมั้ย

8. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (BK:HMPRO)

กำไรสุทธิ Q4 = 1,775 ล้านบาท +14.9% YoY +103.9% QoQ

ต่างจาก GLOBAL, DOHOME คือ ไม่ได้ขายเหล็กเท่าไหร่ และปีที่แล้วปิดห้างด้วยกระทบยอดขาย ทำให้ปีนี้เริ่มฟื้นจากฐานต่ำกว่าคนอื่น และยังมีแผนการเปิด Mega Home 5 แห่ง ที่ชะลอการเปิดไปช่วงก่อนหน้า SSSG Q1 คาดว่าประมาณ 2-3% YoY

รายได้ค่าเช่าเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น งาน Expo ที่สร้างยอดขายเยอะก็คงจัดต่อ รวมถึง House Brand ที่ดูนิ่งๆ ก็น่าจะค่อยๆ เพิ่มได้ มาเลเซียเริ่มฟื้น

โดยรวมน่าสนใจที่จะฟื้นกว่าคนอื่น แต่ว่า HMPRO เองก็อาจจะไม่ใช่หุ้นหวือหวาที่จะโตมากๆ เช่นกัน ต้องลองพิจารณาในมุมของหุ้น VALUE มากกว่าครับ

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย