เอเชีย FX อ่อนค่า รูปีอินเดียแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลน้ำมันจากสงครามอิหร่าน
ทำความรู้จักหุ้นน้ำมันใน 3 กลุ่มธุรกิจ ใครได้ประโยชน์ หรือเสียผลประโยชน์จากราคาน้ำมันแพง
ในช่วงที่ผ่านมา ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน
การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางการลงทุนอย่างมาก เพราะมีผลต่อผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มต่างๆ ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่ได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์
แน่นอนว่าราคาน้ำมันไม่ได้กระทบแค่กลุ่มธุรกิจน้ำมันหรือพลังงานเท่านั้น แต่ยังมีผลทางอ้อมต่อหลายๆ ธุรกิจ เช่น การขนส่งสินค้า เดินเรือ สายการบิน สินค้าอุตสาหกรรม ยานยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป้นต้น
แต่อย่างไรก็ตาม บทความนี้จะขอลงรายละเอียดเฉพาะกลุ่มธุรกิจน้ำมันที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเท่านั้น เพื่อให้เห็นภาพรวมง่ายขึ้น
โดยขอแบ่งหุ้นกลุ่มน้ำมันในตลาดหุ้นไทย เป็น 3 กลุ่มตามวงจรธุรกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำ ดังนี้
1.) กลุ่มต้นน้ำ (Upstream) คือ การสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมันดิบ เช่น หุ้น PTTEP
จะมีความอ่อนไหวกับราคาน้ำมันมากที่สุด เพราะเป็นการออกไปสำรวจหาแหล่งน้ำมันดิบทั้งในทะเลและบนบก แล้วนำผลผลิตที่ได้ออกมาจำหน่ายให้กับกลุ่มโรงกลั่น ดังนั้น จึงมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับราคาน้ำมัน คือ ได้ประโยชน์เมื่อราคาน้ำมันแพง และเสียประโยชน์เมื่อราคาน้ำมันถูก
2.) กลุ่มกลางน้ำ (Midstream) คือ โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมและผลิตปิโตรเคมี เช่น หุ้น TOP, PTTGC, IRPC, BCP, SPRC และ IVL เป็นต้น
นิยามว่าเป็นกลุ่มกลางน้ำ เพราะรับซื้อน้ำมันดิบแล้วนำมาเข้าสู่กระบวนการกลั่นเพื่อผลิตออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันอากาศยาน ฯลฯ รวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติกต่างๆ การวิเคราะห์ราคาน้ำมันกับหุ้นกลุ่มนี้ค่อนข้างมีความซับซ้อน เพราะเป็นทั้งต้นทุนการผลิต และยังมีผลต่อราคาขายผลิตภัณฑ์ในอนาคต แต่สรุปแล้วการที่ราคาน้ำมันเป็นขาขึ้น มักส่งผลดีกว่าผลเสีย ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับการบริหารสต๊อกน้ำมัน และผลิตภัณฑ์การกลั่นของแต่ละบริษัทด้วย
3.) กลุ่มปลายน้ำ (Downstream) คือ ค้าปลีกน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันต่างๆ เช่น หุ้น OR, PTG, SUSCO และ BAFS เป็นต้น
สุดท้ายเป็นกลุ่มที่รับซื้อน้ำมันสำเร็จรูปจากกลุ่มโรงกลั่น เพื่อนำมาจัดจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมัน หรือให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเสียประโยชน์จากการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน เพราะส่งผลต่อปริมาณขาย และส่งผลทางอ้อมต่อค่าการตลาด ซึ่งเป็นมาร์จินของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน เนื่องจากเมื่อราคาน้ำมันแพงขึ้น ภาครัฐมักจะเข้ามาควบคุมราคาด้วยการขอความร่วมมือให้ผู้ค้าปรับลดค่าการตลาดเพื่อพยุงราคาไว้นั่นเอง
สรุปแล้วจะเห็นว่าทั้ง 3 กลุ่ม ได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น ใครที่ยังติดภาพแบบเดิมๆ ว่าหุ้นน้ำมันต้องได้ประโยชน์จากน้ำมันแพงเสมอไป แบบนี้คงต้องปรับมุมองกับใหม่แล้ว
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ The Bangkok Insight
หมายเหตุ : บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำหรือแนะนำให้ซื้อ ถือหรือขายหุ้นแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
