OpenAI ปรับเป้าหมายการเติบโตด้วยงบคอมพิวต์ 600 พันล้านดอลลาร์
เมื่อคืน ไม่ใช่สิ เมื่อเช้า เวลาตี 3 ครึ่ง Mark Minervini กับ David Ryan จัด Free Webinar
ในหัวข้อเรื่อง 11 ข้อผิดพลาดในการเทรด ผมว่าเป็น Mindset ที่น่าสนใจดีครับสายพื้นฐานหรือเทคนิคก็นำไปปรับใช้กันได้หมด อยากสรุปให้ฟังแบบสั้นๆ แต่อาจมีตกหล่นไปบ้าง เพราะฟังไป หลับไปนะครับ
1️. Forcing Trades
คือ การฝีนเทรดในจังหวะที่ไม่ควรทำ เช่น ไม่วางแผนมาก่อน เห็นหุ้นขึ้นเกิดอาการ FOMO กลัวพลาด รีบซื้อตาม ทำให้ขาดทุนได้ หรือมีแผนแล้วแต่ไม่มีวินัย ซื้อในราคาสูงไปที่ไม่ได้ทำตามแผน
David บอกว่า เขาใช้เวลาวันอาทิตย์ ที่ตลาดปิด มีความสงบ ในการไล่ดูหุ้นเป็นร้อยๆ ตัว เพื่อดู set up ของหุ้นแต่ละตัว ตั้ง alert ไว้ แล้วก็วางแผนการลงทุน
2️. Chasing Extended Stocks
เป็นการไล่ซื้อหุ้นในจุดที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ควรจะซื้อ เช่น ราคาวิ่งขึ้นไปมากแล้ว วิธีการแก้คือ อย่าไปไล่ราคา ไม่ทันก็ปล่อยมันไป หาจังหวะใหม่ หรือหาหุ้นตัวใหม่แทน
3️. Trading Too Large
คือ เทรดมากเกินไป ไม่วางแผนความเสี่ยง ไม่ดู position sizing ของตัวเองให้ดี Risk Size ที่เขาแนะนำ คือ 1-1.5% ของ Total Equity (ประเด็นนี้สายพื้นฐานกับเทคนิคอาจจะต่างกัน คงต้องแล้วแต่ความเหมาะสม)
ข้อแนะนำที่ดีอีกข้อคือ เอาเงินสดออกไปห่างๆ หรือเอาเก็บไว้ที่บัญชีธนาคารก่อน วางแผนดีๆ วางสัดส่วนการลงทุนดีๆ แล้วค่อยเทรด
4️. Over Trading
Mark บอกว่า ให้ Hold Cash, Sit back บางครั้งเราอาจถือเงินสดเฉยๆ ถ้ามันไม่มีจังหวะดีๆ ที่เข้าแผนเรา ก็ไม่ต้องเทรด อาจรอเป็นเดือนก็ได้ แต่ก็ดีกว่าซื้อหุ้นโดยที่ไม่รอให้ครบหลักเกณฑ์ของเรา
5️. Not Defining Yourself
ข้อนี้ผมชอบที่สุด ผมขอยกภาษาอังกฤษที่ Mark พูดว่า
“It’s not necessary to be all over the place, you become mediocre”
คือ คุณต้องหาแนวทางของตัวเองให้เจอ หาสไตล์ที่ถนัด โฟกัสไปกับท่านั้น อย่าหลงไปทุกทิศทุกทางแล้วมันจะเป็นได้แค่แบบกลางๆ
Mark บอกว่า ตอนเริ่มต้น อย่าเพิ่งไปคิดถึงเรื่องเงินเยอะ แต่เค้ารู้ว่าเดี๋ยวสุดท้ายเงินจะมาเอง ถ้าเราหาท่าของตัวเองเจอ แล้วเก่งให้สุดทาง
6️. Not Nailing Down Decent Gains
สั้นๆ ง่ายๆ Do The Math! คือ คำนวณไว้ก่อนล่วงหน้าว่า จะซื้อ จะถือ จะขาย ตรงไหนยังไง อย่าปล่อยให้กำไรกลายเป้นขาดทุน มีการทำ Backstop (ไม่แน่ใจว่าคล้ายๆ Trailing Stop มั้ย) เพื่อให้เรารู้ว่าราคาขึ้นมาตรงนี้แล้ว ถอยลงมา เราจะขายตรงไหน.
7️. Not Protecting Break Even
คล้ายๆ ข้อ 6 คือ เราต้องคำนวณตัวเลขที่อยู่เบื้องหลังการเทรดทุกครั้ง ปกป้องจุดคุ้มทุนของเราให้ดี
David บอกว่า พอหุ้นขึ้นมา เขาจะเริ่มใช้เครื่องมือมาช่วย เช่น Trend Line, Moving Average หรือว่าอาจะกำหนดจุด stop ที่ 8%
8️. Not Using Progressive Exposure Properly
คำง่ายๆ คือ Bend with the Wind คือ ไปตามทิศทางลม
ตอนแรกใส่เงินไม่ต้องเยอะ แล้วถ้าหุ้นขึ้น เราเทรดได้ดี เราก็ควรใส่เงินมากขึ้นตามผลงานที่ดี แต่ถ้าหุ้นแนวโน้มไม่ดี ผลงานไม่ดี เราก็ควรลดเงินลงมา
9️. Not Cutting Losses
Mark เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ถ้าเราเป็นเจ้าของร้านเสื้อ ชุดสีน้ำเงินกับแดงขายดี แต่สีเหลืองขายไม่ดี เราจะทำยังไง
เราก็จะลดราคาสีเหลือง ขายเคลียร์ให้หมด เอาเงินมาสั่งสต็อกน้ำเงินกับแดงเพิ่ม เพื่อที่จะทำยอดขาย ได้มากขึ้น
แล้วถ้าเป็นหุ้น 3 ตัว ทำไมเราไม่ cut loss ตัวสีเหลืองที่มันไม่ดี ทำไมไปถัวขาลงล่ะ ทำไมไม่ไปเพิ่มตัวที่ดีแทน
อย่าคิดว่าต้องล้างแค้น ให้ขาดทุนน้อยๆ แล้วค่อยๆ สร้างกำไรขึ้นมาช้าๆ
Keep loss small, build back slowly
No Revenge.
10. Unrealistic Expectations
กว่าที่เราจะเก่ง ต้องใช้เวลา ต้องฝึกฝนให้ดี ให้อดทนสร้างทักษะของเราขึ้นมา อาจใช้เวลาหลายปี แต่เราต้องใช้เวลาในการสร้าง Learning Curve ของตัวเองขึ้นมา เตรียมตัวให้พร้อม แล้วพอโอกาสนั้นมาถึง เราก็จะคว้าไว้ได้
11. Not knowing the Truth About Your Trading
ต้องรู้ Trading Triangle ของเรา คือ Average Gain, Average Loss และ Batting Average เท่าไหร่ คือ รู้ความเก่งของเรา เวลาชนะ และแพ้ ได้เท่าไหร่ เสียเท่าไหร่ โอกาสเป็นอย่างไร เรานำมาคำนวณจะได้วางแผนถูกว่าจะเทรดอย่างไรให้เหมาะสม
และนี่ก็คือ สรุป 11 ข้อผิดพลาดในการเทรด จาก Mark และ David ครับ ผมสังเกตว่าทั้งสองคนก็จะย้ำเสมอเรื่อง ต้องมีแผนการเทรดของตัวเอง มีวินัย ใช้เวลาในการฝึกฝน คำนวณ และทำตามแผนให้ชัดเจน เพื่อนๆ ลองเอาไปปรับใช้กันตามสไตล์ของตัวเองกันนะครับ
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น
