เงินเอเชียอ่อนค่า ดอลลาร์แข็งค่าหลัง Fed เหยี่ยวจัด ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่ง
หากพิจารณานโยบายทางการเงินของแต่ละธนาคารกลาง จะเห็นว่าธนาคารกลางนิวซีแลนด์และแคนาดาถือเป็นสองธนาคารกลางที่นิยมนโยบายการเงินแบบตึงตัวมากกว่าที่จะผ่อนคลาย ทุกวันนี้ RBNZ หยุดการทำ QE ไปแล้ว ในขณะที่ BoC ก็มีแผนสำหรับการเตรียมลด QE อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ตลาดแรงงานของนิวซีแลนด์ในตอนนี้สามารถฟื้นตัวกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับก่อนเกิดโควิดได้เรียบร้อย ในขณะที่การเร่งระดมกระจายวัคซีนในแคนาดาทำให้ประเทศยังมีความเสี่ยงจากการระบาดของเดลตาอยู่ในระดับต่ำ จนยอดผู้ฉีดวัคซีนใหม่ในแคนาดานั้นสูงกว่าของสหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าจะช่วยให้ตัวเลขการจับจ่ายใช้สอยในแคนาดาฟื้นตัว ที่สำคัญตอนนี้คือทั้งสองประเทศเริ่มมีสัญญาณเงินเฟ้อ ประกอบกับราคาน้ำมันที่กลับมาเป็นขาขึ้นในสัปดาห์นี้ น่าจะยิ่งทำให้นักลงทุนสนใจถือทั้งสองสกุลเงินเอาไว้
ถึงแม้ว่าดอลลาร์ออสเตรเลียจะได้อานิสงส์จากแรงหนุนขาขึ้นในรอบนี้ แต่ปัจจัยพื้นฐานและสถานการณ์ในออสเตรเลียนั้นแตกต่างจากนิวซีแลนด์และแคนาดา สถานการณ์การระบาดของโควิดในออสเตรเลียนั้นรุนแรงกว่า และยอดผู้ติดเชื้อใหม่ก็เพิ่มสูงขึ้น สวนทางกับยอดการฉีดวัคซีน ในตอนนี้ยังไม่เห็นความเป็นไปได้ที่ออสเตรเลียจะคลายล็อกดาวน์ลงในเร็ววัน นายสก็อตต์ มอริสัน นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวว่ามาตรการคุมเข้มทางสังคมจะผ่อนคลายลงได้หากยอดการฉีดวัคซีนสามารถขึ้นแตะ 70% ของจำนวนประชากรทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตอนนี้ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบสองโดสมีเพียง 30% เท่านั้น
สกุลเงินยูโรในวันนี้มีโอกาสที่จะอ่อนค่าลงเมื่อมีการประกาศตัวเลขดัชนีวัดบรรยากาศทางธุรกิจโดย Ifo ของเยอรมัน เพราะเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตัวเลขดัชนี PMI ของเยอรมันก็หดตัวล่วงหน้าไปก่อนเรียบร้อย ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมรายงานตัวเลขสรุปภาวะเศรษฐกิจยุโรปจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) ก็ปรับตัวลดลง ถึงในรายงานนั้นจะระบุว่าเศรษฐกิจของเยอรมันกำลังฟื้นตัว แต่นักลงทุนและภาคธุรกิจก็เป็นกังวลว่าการฟื้นตัวนั้นจะต้องเจอกับความเสี่ยงของการระบาดระลอกใหม่
