KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Top Pick เลือก BAM, MCS และTVO
Sentiment บวกจากตลาดหุ้นต่างประเทศ และราคา Commodity ที่ปรับ ขึ้นน่าจะเป็นแรงหนุนตลาดหุ้นไทยเข้านี้ แต่อย่างไรก็ตามต้องรอติดตาม ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งอาจสร้างความกังวลเรื่องการลดระดับนโยบาย การเงินผ่อนคลายของ Fed ส่วนปัจจัยในประเทศ ภาพรวมมีน้ำหนักในทาง ลบโดยหลายปัจจัยมีความเสี่ยงที่จะสร้าง Downside ให้กับ GDP ไทยในปี 2564 เริ่มจากสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศที่ยังจำเป็นต้องใช้มาตรการ ควบคุมที่เข้มงวดและอาจกินระยะเวลาครอบคลุมทั้ง 3Q64 ประเด็นถัดมา เป็นเรื่องการเมืองที่การชุมนุมเกิดขึ้นเป็นรายวัน และมีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ยังมแรงหน่วงการฟื้นตัวจาก หนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะ ประเมินว่า SET Index น่าจะผันผวนโดยมี 1550 จุด เป็นแนวต้านหลัก ส่วน 1525 จุดเป็นแนวรับ พอร์ตจำลองไม่มีปรับเปลี่ยน โดยยังถือเงินสดสำรอง 15% Top Pick เลือก BAM, MCS และ TVO
ตลาดหุ้นโลกฟื้นช่วงสั้น จากความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ระวัง QE Tapering ด้วย ตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ ดัชนี Dow Jones และ S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) ได้แรงหนุนจากวุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างมาตรการกระตุ้นการลงทุน โครงสร้างฟื้นฐานวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของนาย Jeo Biden ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยขั้นตอนต่อไป วุฒิสภาจะส่งเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎร สหรัฐพิจารณาต่อไป
ASPS มองว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้อาจเป็นการฟื้นตัวเพียงช่วงสั้นๆได้ เนื่องจากในวันนี้สหรัฐจะรายงานอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ เดือน ก.ค. 2564 ซึ่งตลาดคาดว่า จะยังขยายตัวสูงอยู่ หากอัตราเงินเฟ้อสูงจริงตามคาด จะเป็นการตอกย้ำให้การทบทวน วงเงิน QE (QE Tapering) ของธนาคารกลาง (Fed) มีความเป็นไปได้สูงขึ้น โดยให้ น้ำหนักในการประชุม Jackson Hole Symposium ในวันที่ 26-28 ส.ค. 2564
ความเสี่ยงของการ QE Tapering ข้างต้น กดดันให้ตลาดหุ้นโลกและไทยมีความเสี่ยง ขาดแรงหนุนจาก Fund Flow ได้ในระยะต่อไป
COVID-19 ยืดเยื้อ, การเมืองร้อนแรง, หนี้ครัวเรือน-หนี้สาธารณะ อาจทำ Downside เศรษฐกิจไทยกว้างขึ้น
ประมาณการ GDP ไทยปี 2564 Consensus ส่วนใหญ่คาดขยายตัวไม่ถึง 1%yoy (ดัง รูป) ส่วนประมาณการล่าสุดของ ASPS คาดขยายตัว 1.7% แต่คาดจะมีการปรับ ประมาณการลง หลังการรายงาน GDP งวด 2Q64 ในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่าประมาณการที่ต่ำกว่า 1% เช่น 0.7% ของธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) อาจมี Downside เพิ่มเติมได้ จากความเสี่ยงต่างๆดังนี้
COVID-19 ยืดเยื้อ: แม้จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่จะมีแนวโน้มลดลงบ้าง โดย ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อ 21,038 ราย แต่คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เผยว่า การะบาดน่าจะยังไม่ถึงจุดสูงสุด (Peak) โดยคาดว่าสถานการณ์จะอยู่ ในระดับที่ควบคุมได้ในช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค. 2564 ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ ไล่เลี่ยกับการกระจายวัคซีนที่มากพอสมควร โดย ASPS มองการระบาดอาจ ยืดเยื้อ จะส่งผลให้การจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆยืดเยื้อตามออกไป
การเมืองร้อนแรง: สถานการณ์การเมืองของไทยมีแนวโน้มร้อนแรงมากขึ้น หลังเกิดการชุมนุมบ่อยครั้งและมีภาพความรุนแรงปรากฏขึ้นประปรายและ ล่าสุด กลุ่มผู้ชุมนุมนัดชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 11 ส.ค. 2564 (วันนี้) เวลา 15.00 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จะบั่นทอนความเชื่อมั่น และ Sentiment ของนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนใน หรือต่างประเทศ, การ ลงทุนทางตรง (สร้างโรงงานใหม่, ติดตั้งเครื่องจักรเพิ่ม) หรือการลงทุน ทางอ้อม (ลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน) ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นไทยต่อไป
• หนี้ครัวเรือน-หนี้สาธารณะ: ระดับของหนี้ครัวเรือน และหนี้สาธารณะของ ไทยที่ค่อนข้างปรับขึ้นสูงในระยะหลัง จะกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ในระยะข้างหน้าได้
o หนี้ครัวเรือน: ไทยมีหนี้ครัวเรือนในงวด 1Q64 อยู่ที่ระดับ 90.6% ของ GDP โดยหนี้ครัวเรือนที่สูง จะกดดันการฟื้นตัวของการบริโภค ครัวเรือนในอนาคตได้ เพราะแม้ครัวเรือนจะมีรายได้เพิ่มเติม ก็ยัง ต้องสำรองไว้จ่ายหนี้สิน ส่งผลให้การบริโภคฟื้นตัวได้น้อยลง
o หนี้สาธารณะ: ไทยมีหนี้สาธารณะในเดือน มิ.ย. 2564 อยู่ที่ระดับ 56.09% ของ GDP แม้ยังต่ำกว่ากรอบหนี้สาธารณะที่ 60% แต่ นับว่าค่อนข้างใกล้เคียงมาก หนี้สาธารณะที่จ่อใกล้กับกรอบเพดาน จะส่งผลให้การออกมาตรการเยียวยา และกระตุ้นเศรษฐกิจชุด ใหม่ๆของรัฐเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปีงบประมาณ 2565 (ต.ค. 2564 – ก.ย. 2565) หากรัฐไม่พิจารณาปรับเพิ่มกรอบ เพดานหนี้สาธารณะ
โดยสรุป ทั้ง 3 ประเด็นข้างต้น ได้แก่ การรบาด COVID-19 ยืดเยื้อ, การเมืองร้อนแรง, และระดับหนี้ครัวเรือน-หนี้สาธารณะที่สูง มีโอกาสเปิด Downside ของเศรษฐกิจไทย เพิ่มได้อีก และน่าจะส่งผลให้ SET Index ปรับขึ้นได้ลำบาก
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








