KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Global manufacturing in details August: ประเมินภาพตลาดหุ้นไทยเดือนสิงหาคมมีโอกาสย่อตัวลงก่อน ในช่วงต้นเดือน เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของการ Lockdown ที่ยาวนานและขยาย เป็นวงกว้างมากขึ้น รวมถึงดัชนีภาคการผลิตทั่วโลกที่เริ่มแผ่วลง (รายละเอียด ด้านล่าง) อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งเดือนหลัง คาดอาจมี Sentiment เพิ่ง บวกขึ้นมาบ้าง หากในที่ประชุมผู้นําธนาคารกลางโลกที่เมือง Jackson Hole ไม่ได้มีการส่งสัญญาณเข้มงวดนโยบายการเงินใดๆออกมา โดยเฉพาะจากทางฝั่ง ของ Fed Strategy: ส่าหรับพอร์ดที่ทยอยสะสมหุ้นมาก่อนหน้านี้ที่บริเวณดัชนีค่า กว่า 1550 จุดลงมา มองว่าสามารถถือครองหุ้นไว้ก่อนได้ ส่วนการเข้า สะสมครั้งใหม่ อาจรอจังหวะการย่อตัวแถวบริเวณแนวรับประจําเดือนนี้ที่ เราให้ไว้ที่ 1480-1500 จุด น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยกว่า เนื่องจากเป็น ระดับที่ Valuation อยู่แล้ว โดยซื้อขายเพียงแค่ Forward PE 15.5 เท่าเท่านั้น ต่ํากว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 17.2 เท่าอยู่พอสมควร Theme: สําหรับธีมการลงทุนที่น่าสนใจประจําเดือนสิงหาคมนี้ ได้แก่ 1) สินค้าในกลุ่มส่งออกจําพวกอาหารและอุตสาหกรรมการเกษตรที่ทนทาน/ได้ประโยชน์จากการระบาดของ Coid-19 ได้แก่ PM, SUN, XO 2) กลุ่ม Logistics ที่ยังคงมี Valuation ถูก ได้แก่ NCL, WICE 3) กลุ่มเครื่องดื่มที่มียอดการส่งออกช่วยหนุนการเติบโต และมี Upside จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้แก่ ICHI, SAPPE
4) กลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่ Laggard และยังคงมีแนวโน้มการเติบโตของศาไรที่ดีได้แก่ SFLEX, ST, UTP 5) กลุ่มการแพทย์ที่ได้อานิสงส์ทางอ้อมจาก Covid-19 ที่รุนแรงต่อเนื่องได้แก่ BDMS, CHG
6) กลุ่มยาและอาหารเสริมที่ได้ประโยชน์จากการที่คนหันมาตระหนักกับสุขภาพมากขึ้น ได้แก่ IP, MEGA
7) กลุ่ม Commodities ตันน้ํา ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์จากราคาน้ํามันที่อยู่สูงต่อไปได้แก่ PTTEP
PMI Update: วานนี้ยูโรโซนรายงานตัวเลข PMI ภาคการผลิตเดือนก.ค.ที่ระดับ 62.8 ใกล้เคียงกับเดือนก่อนและที่ตลาดคาดไว้ ส่วนทางฝั่งของสหรัฐฯนั้น รายงานตัวเลข ISM ภาคการผลิตในเดือนเดียวกันออกมาที่ระดับ 59.5 ต่ากว่าที่ ตลาดคาดที่ 61.0 พอสมควร ซึ่งเป็นภาพเดียวกันกับทางฝั่งจีนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และเป็นสาเหตุที่ทําให้ดัชนี Global PMI ภาคการผลิตย่อตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน (รูปที่ 1) ทั้งนี้ หากเข้าไปดูในรายละเอียดจะพบว่าสาเหตุส่าคัญที่ท่า ให้ตัวเลข ISM ชะลอลงในเดือนนี้ได้แก่กิจกรรมทางด้านการนําเข้า (Import growth activity) ซึ่งในเดือนก.ค.มีสัดส่วนอุตสาหกรรมเพียง 39%8 เท่านั้นที่รายงานว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้น ปัจจัยดังกล่าวตอกย่ามุมมองของเราที่ว่า กระบวนการผลิตทั่วโลก ณ ขณะนี้เริ่มเผชิญกับความเสี่ยงของ Covid-19 มากขึ้น รวมไปถึงปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบที่ยังแก้ไม่ได้ในบางอุตสาหกรรม มอง ประเด็นดังกล่าวมีโอกาสทําให้กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมส่งออกของไทยมีโอกาส เผชิญความเสี่ยงมากขึ้นในช่วงถัดไป อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ยานยนต์ และทําให้เราคงมุมมองว่าการลงทุนในหุ้นกลุ่มส่งออก ณ เวลานี้ จะเป็นทางกลุ่มอาหารและเกษตรแปรรูปน่าจะได้เปรียบและปลอดภัย มากกว่า โดย Top pick ของเราในเดือนนี้ยังคงได้แก่ PM, SUN, XO
แนวรับ 1,509 แนวต้าน 1,529 บทวิเคราะห์วันนี้ • IRPC (คือ ราคาเป้าหมาย 3.80 บาท) IRPC คาดกําไร 2Q21 ที่ 4.5 พันล้านบาท - 19%% QoQ stock gain น้อยลง
Abating inflation: ในอีกด้านหนึ่ง สัญญาณเชิงบวกที่เกิดขึ้นจากตัวเลข ISM สหรัฐฯเมื่อคืนนี้ได้แก่ดัชนี Price paid ซึ่งเป็นดัชนีราคาที่ผู้ผลิตจ่ายไปเพื่อสะท้อน ต้นทุนการผลิตต่างๆ ปรากฏว่าในเดือนก.ค.ที่ผ่านมานั้นปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ําสุดใน รอบ 4 เดือน (รูปที่ 2) มองปัจจัยดังกล่าวจะทําให้แรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อใน ตลาดลดลง ซึ่งน่าจะช่วยให้ Fed สามารถต่อเวลาการผ่อนคลายนโยบาย การเงินออกไปได้ อย่างน้อยๆก็ในช่วงปลายเดือนนี้ที่จะมีการประชุมที่เมือง Jackson Hole ซึ่งเราค่อนข้างมั่นใจว่าจะยังไม่มีข่าวร้ายใดๆออกมาโดยเฉพาะประเด็น QE Tapering ที่หลายคนกังวล ส่งผลให้สภาพคล่องทั่วโลกในเดือนนี้น่าจะอยู่ในระดับสูง ต่อไป
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








