สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ร่วงท่ามกลางความวุ่นวายเรื่องภาษีของทรัมป์ รอผลประกอบการ Nvidia
MAJOR ขายหุ้น SF … กับกำไรที่ไม่ได้หายไปไหน
หลังจากการประกาศขายหุ้น SF ของ MAJOR ราคาหุ้นก็ร่วงต่อเนื่อง วันนี้เริ่มมีแรงซื้อกลับมาปิดที่ 21.30 บาท (SF ที่ผมพูดถึงคือ Siam Future เจ้าของ Mega Bangna นะครับ ไม่ใช่โรงหนัง SF)
หลายคนตั้งคำถามถึงสาเหตุที่ราคาลงหลายวันติดว่า
1. ขายหุ้นที่ 12 บาท คุ้มมั้ย MAJOR ร้อนเงินหรือเปล่า ต้องการ Cash Flow มาช่วยตอนนี้หรือเปล่า
2. ส่วนแบ่งกำไรจาก SF ตกลงว่า 100 หรือ 600 ล้านบาท กันแน่ ทำให้สับสน
3. เงินที่ได้มาเอาไปทำอะไรต่อ คุ้มค่าแค่ไหน ปันผล คืนหนี้ ซื้อหุ้นคืน ซื้อ MJLF ลงทุนต่อยอด
4. ถ้า Lock Down อีกรอบ จะกระทบแค่ไหน
5. NETFLIX, Disney+ กระทบแค่ไหน จะมา Disrupt หรือเปล่า
===============
ตอบคำถามแบบนี้ครับ
1. ต้นทุนตามมูลค่าบัญชีของ MAJOR อยู่ที่ 6.5 บาท ขายได้ 12 บาท ก็เกือบเท่าตัว ถือว่าได้ราคาดี (ต้นทุนจริงอาจจะต่ำกว่านี้ก็ได้เพราะ SF มักจะตีมูลค่ายุติธรรมเรื่อยๆ) แปลว่าขายได้ราคาดีใช้ได้ และถ้าดูงบของ MAJOR ก็ยังมีเงินสดเหลืออยู่ประมาณ 1,800 ล้านบาท D/E ยังไม่ถึง 2 เท่า และมีวงเงินกู้แบงค์ได้ 4,000 ล้านบาท คิดว่าไม่น่าจะร้อนเงินขนาดนั้น
2. ส่วนแบ่งกำไรจากการถือ SF จะเป็น 100 หรือ 600 ล้านบาท ถูกทั้งคู่ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานบัญชีที่ตีมูลค่าสินทรัพย์ของ SF เข้ามาด้วย เรามองได้แบบนี้
ถ้ามองแบบตัวเลขทางบัญชี ส่วนแบ่งกำไรปี 2019 = 556 ล้าน ปี 2020 = 603 ล้านบาท
ถ้ามองแบบเงินสดๆ ที่ได้มา ส่วนแบ่งกำไรปี 2019 = 165 ล้าน ปี 2020 = 109 ล้านบาท
ทีนี้อยู่ที่ว่าเราจะมองแบบไหน ถ้ามองเป็น non cash ก็ 600 ล้านบาท ถ้ามองเป็น cash ที่ใช้ได้จริงก็จะแค่ 100-160 ล้านบาท ที่หายไป
3. ขาย SF ได้เงินมา 7,770 ล้านบาท เอาไปทำ 3 อย่าง
จ่ายหนี้ 5,300 ล้านบาท เทียบกับหนี้ที่มี 5,400 ล้านบาท แปลว่า จะปลอดหนี้ หรือกลายเป็น Debt Free หรือ Net Cash Company ที่สำคัญยังลดภาระดอกเบี้ยได้อีก ผมตีคร่าวๆ ดอกเบี้ยตกปีละ 200 ล้านบาท จะไม่ต้องเสียแลกกับเงินสดที่หายไปปีละ 100-160 ล้านบาทจาก SF
ขยายธุรกิจ 265 ล้านบาท ยังไม่ได้ประกาศว่าจะทำอะไร เพราะยังดีลไม่จบ แต่คงเอาไปต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันและมาทาง digital มากขึ้น ไม่น่าจะซื้อหุ้นคืน หรือ ไม่ซื้อคืน MJLF (เข้าใจว่าติดข้อกฎหมายด้วย)
เงินทุนหมุนเวียน 2,200 ล้านบาท คิดเป็น 2.46 บาท ต่อหุ้น ตรงนี้น่าจะแบ่งมาจ่ายปันผลพิเศษ
4. ถ้า Lock Down อีกรอบ กระทบแน่ๆ อาจจะแค่ขาดทุน แต่ไม่ตาย
ในปีปกติ รายได้จากตั๋วหนังคิดเป็น 55% ขายป๊อบคอร์น 20% โฆษณา 15% แปลว่า รายได้เหล่านี้จะหายไปเกือบหมด ยกเว้นส่งป๊อบคอร์น Delivery ที่ขายได้ประมาณ 8-12 ล้านบาทต่อเดือน
ทีนี้ถ้าเรามาลองดูค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน จะเป็นแบบนี้
ถ้าหนังไม่เข้า ไม่มีภาระไม่ต้องจ่ายค่าหนัง แต่ก็ขาดรายได้ไปเยอะ โดยเฉพาะช่วงที่หนังฟอร์มใหญ่เข้าฉาย
แต่ถ้าหนังเข้าได้เมื่อไหร่ หนังใหญ่ก็จะมาติดๆ กันทุกสัปดาห์ ถ้าวัคซีนฉีดได้ไว เปิดประเทศได้ไว ก็น่าจะมีหลายคนกลับมาดูหนังกันเยอะ เหมือนที่เราเห็นเรื่อง Kong vs. Godzilla ที่รายได้เกินร้อยล้านบาท
ต้นทุนค่าเช่า ส่วนใหญ่เป็น Revenue Sharing กับห้างเช่น Lotus, Big C ไม่มีรายได้ก็ไม่ต้องเสีย ส่วนบางห้างที่เก็บค่าเช่า ก็ได้ส่วนลดอยู่
-
SG&A ตอนนี้มี part time 70% ก็ช่วยได้เยอะ
-
ต้นทุนการเงินถ้าคืนหนี้ได้เร็ว ภาระดอกเบี้ยจะลดลงเร็ว
5. NETFLIX, Disney+ จะมาแย่งลูกค้ามั้ย จะมา Disrupt มั้ย คิดว่ามีทั้งดีและเสีย
ถ้าเป็นหนังใหญ่ มองระยะสั้น ต้นทุนสูงยังต้องพึ่งโรงหนัง ไม่งั้นจะไม่คุ้มทุน ที่เห็นว่าเข้าฉายพร้อมกัน ส่วนมากจะเป็น pay per view ที่ต้องเสียเงิน (อันนี้ไม่นับที่แอบโหลดกันนะครับ อันนั้นก็น่าจะมีผลอยู่)
แต่การมี NETFLIX, Disney+ จะทำให้หนังเข้า streaming เร็วขึ้น บางคนก็อาจจะรอได้ 1-2 เดือนเอง มาดูที่บ้านได้ ไม่ต้องเข้าโรง ก็อาจจะมีคนกลุ่มนี้อยู่
การทำงานร่วมกันของ MAJOR กับ NETFLX, Disney+ อันนี้น่าสนใจ เพราะมองเป็นคู่ค่ากันได้ และใช้ประโยชน์ของ Local Content ที่น่าจะ win-win ทั้งสองฝ่าย
แต่ในระยะยาว เชื่อว่าพัฒนาการของ NETFLIX, Disney+ หรือเจ้าอื่นๆ คงมีมากขึ้น ในราคาที่ถูกลง ก็จะกระทบกับ MAJOR ได้ ต้องตามกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร
โดยสรุปครับ
ดีล MAJOR ขาย SF ในราคาที่สูง ส่วนแบ่งกำไรหายไปจริง แต่ก็จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย และมีเงินไปต่อยอด ทีนี้ก็ต้องดูละว่า จะเอาเงินไปทำอะไรที่ได้ผลตอบแทนมากกว่าเดิมหรือเปล่า แต่อย่างน้อยปีนี้น่าจะได้ปันผลพิเศษก่อน
ส่วนเรื่อง lock down เจ็บแน่นอน ถ้าไม่ยืดเยื้อเป็นปี คงไม่เจ๊ง งบปกติอาจจะขาดทุน แต่ถ้าเปิดเมืองเมื่อไหร่ จะมีทั้ง pent up demand และ supply รออยู่
ระยะยาว โดน disrupt มีโอกาส อยู่ที่ว่า MAJOR จะเปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้าได้มากแค่ไหน และรีบหาทางปรับตัวให้ไดไว
เพื่อนๆ คนไหนสนใจ ลองพิจารณาข้อมูลกันต่อครับ วิตามินหุ้นเพียงให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง โปรดพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น
