ราคาทองคำและเงินลดลงต่อเนื่องเนื่องจากความแข็งแกร่งของดอลลาร์กดดันตลาดโลหะ
Fed Funds Target Range
Actual: 0.00-0.25% Previous: 0.00-0.25%
KTBGM: 0.00-0.25% Consensus: 0.00-0.25%
-
-
คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติให้ “คง” อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% และปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจดีขึ้นหลังการเร่งแจกจ่ายวัคซีนสามารถคุมการระบาดของ COVID-19 ได้ดี ทว่าแนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ทำให้เฟดยังคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปเพื่อหนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เฟดยังคงการซื้อสินทรัพย์ (คิวอี) เดือนละ 1.2 แสนล้านดอลลาร์
-
-
-
ทั้งนี้ในส่วนประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dots Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่มองว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้ง ในปี 2023 ตามภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดี
-
-
-
เราปรับมุมมองว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยได้แน่นอนในปี 2023และเฟดจะเริ่มทยอยลดการทำคิวอีได้ในปี 2022 ซึ่งเราคาดว่าเฟดอาจจะส่งสัญญาณพร้อมลดการทำคิวอีกได้ ในการประชุมสัมมนาประจำปีของเฟด ที่ Jackson Hole ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้
-
-
-
Next FOMC Decision: July 29 2021 (1 AM BKK)
-
คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติให้ “คง” อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25%
-
FOMC มองกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานฟื้นตัวดีขึ้นมาก จากความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี FOMC มองว่าแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนอยู่จากปัจจัยการระบาดของ COVID-19 ทำให้เฟดจำเป็นต้องคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย เพื่อหนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจและส่งผลให้เฟดบรรลุเป้าหมายทั้งการจ้างงานและการรักษาเสถียรภาพด้านราคา (เงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในระยะยาว)
-
นอกจากนี้ FOMC จะเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ในอัตราเดือนละ 1.2 แสนล้านดอลลาร์ต่อไป โดยประธานเฟดได้ชี้ชัดว่า แม้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นมาก แต่ปัจจุบันยังไม่ถึงเวลาที่เฟดจะทำการลดคิวอี และจะสื่อสารกับตลาดล่วงหน้า หากเฟดตัดสินใจจะปรับลดการทำคิวอี อย่างไรก็ดี ประธานเฟดได้ระบุว่า ในการประชุม FOMC ครั้งนี้ ได้เริ่มมีการพูดถึงการลดคิวอี แต่ยังไม่มีการหารือกันอย่างจริงจัง
-
ทั้งนี้ในส่วนประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ย (Dots Plot) คณะกรรมการ FOMC ได้มีมติปรับประมาณการอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปี 2021 เป็น 7.0% ดีขึ้นจากเดิมที่มองไว้ +6.5% พร้อมทั้ง มองว่า อัตราเงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นได้มากกว่าคาดและอาจทรงในตัวระดับสูงนานกว่าที่เฟดเคยประเมินไว้ จึงปรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและพื้นฐาน (PCE & Core PCE) เป็น 3.4% และ 3.0% ตามลำดับ ซึ่งจากมุมมองต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ดีขึ้น ทำให้ คณะกรรมการ FOMC ส่วนใหญ่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในปี 2023 อย่างน้อย 2 ครั้ง หรือ +50bps
เราปรับมุมมองทิศทางดอกเบี้ยเฟด โดยมองว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปี 2023 และ เฟดมีโอกาสปรับลดการทำคิวอี (QE Tapering) ได้ในปี 2022
-
เรามองว่า เฟดอาจทยอยขึ้นดอกเบี้ย ได้ตั้งแต่ ไตรมาสที่ 2 ของปี 2023 หลัง ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้น และเมื่อใช้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 2 ปี จะทำให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยจะสูงกว่า 2% ได้ในปี 2023 พร้อมกับ การจ้างงานที่ดีขึ้นจนอัตราการว่างงานต่ำกว่ามุมมองระยะยาวของเฟดที่ 4% สะท้อนว่า เฟดสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งการจ้างงานและเงินเฟ้อได้ ซึ่งเรามองว่า จังหวะการขึ้นดอกเบี้ย อาจเป็น ขึ้นครั้งแรกในไตรมาสที่ 2 ของปี 2023 และอีกครั้ง ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023
-
อย่างไรก็ดี ก่อนที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย เราจะต้องเห็นการทยอยลดการทำคิวอี (QE Tapering) ซึ่งเรามองว่า หากไม่มีการระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ที่รุนแรงในสหรัฐฯ เช่น สายพันธุ์ Delta+ ระบาดวงกว้าง เศรษฐกิจก็มีแนวโน้มฟื้นตัวแข็งแกร่งต่อเนื่อง ซึ่งอาจสะท้อนผ่าน ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) เดือนละ 4-5 แสนราย ทำให้เฟดอาจใช้จังหวะของการประชุมสัมมนาประจำปีของเฟด ที่ Jackson Hole ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ในการส่งสัญญาณว่าเฟด พร้อมจะลดการทำคิวอี ผ่านการนำเสนอผลการศึกษาแนวทางการลดคิวอี ซึ่งภาพดังกล่าวอาจกดดันบอนด์ยีลด์ระยะยาวได้ในช่วงดังกล่าว และหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เรามองว่า เฟดอาจจะประกาศลดการทำคิวอีได้ ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า หรือ ภายในสิ้นปีนี้ อย่างเร็วที่สุด โดยอัตราการลดคิวอี อาจอยู่ในช่วง 1-2 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่อ เดือน ทำให้ เฟดสามารถยุติการทำคิวอีได้ ในปี 2022 ซึ่งจะเป็นการปูทางไปสู่การทยอยขึ้นดอกเบี้ยได้ ในปี 2023
