เศรษฐกิจสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง อาจหนุนเงินดอลลาร์!

เผยแพร่ 05/05/2021 07:36

 

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา การค้าโลกที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ได้หนุนให้เศรษฐกิจประเทศผู้ส่งออกขยายตัวได้ดีในไตรมาสแรก

  • จับตา ภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ผลการประชุม กนง. และ สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก รวมถึง ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าเฟด

  • เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้น หากตลาดมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯที่แข็งแกร่ง อาจหนุนโอกาสเฟดลดคิวอีปีนี้ โดยเฉพาะในกรณีที่ ยอดการจ้างงานนอกภาคเอกชนเพิ่มขึ้นดีต่อเนื่อง นอกจากนี้ สกุลเงินอื่นๆ โดยเฉพาะ สกุลเงิน EM อาจเผชิญแรงกดดันจาก ปัญหาการระบาดของ COVID-19 ทำให้ค่าเงิน EM ยังคงผันผวนสูงและอ่อนค่าลงได้ หากตลาดปิดรับความเสี่ยงสินทรัพย์ EM

  • กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.10-31.40 บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯ – เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการขยายตัวของภาคการบริการ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (ISM Services PMI) เดือนเมษายน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 64.1 จุด (ดัชนีเกิน 50 จุด หมายถึง ภาวะขยายตัว) ขณะเดียวกัน ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) เดือนเมษายน ก็จะเพิ่มขึ้นกว่า 9.8 แสนคน ส่งผลให้ อัตราว่างงาน (Unemployment rate) ลดลงเหลือ 5.8% อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง อาจทำให้เฟดเริ่มพิจารณาการปรับลดลงอัตราการซื้อสินทรัพย์ (คิวอี) หรือ QE Tapering ได้ ทั้งนี้ ควรติดตามมุมมองต่อเศรษฐกิจและแนวโน้มนโยบายการเงิน ผ่านถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด อาทิ Evans, Rosengren, Mester ในวันพุธ หรือ Williams ในวันพฤหัสฯ

  • ฝั่งยุโรป – ตลาดมองว่า เศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัว โดยยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมีนาคม ปรับตัวขึ้นกว่า 1.6% จากเดือนก่อน (คิดเป็น +9.4%y/y) ส่วนยอดผลผลิตอุตสาหกรรมเยอรมนี (Industrial Production) เดือนมีนาคม จะปรับตัวขึ้นกว่า 2.2%m/m หรือ +5.7%y/y ทั้งนี้ ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.10% เพื่อหนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

  • ฝั่งเอเชีย – หลายประเทศที่ยังคงมีปัญหาการระบาด COVID-19 ที่รุนแรง อาจเห็นเศรษฐกิจในไตรมาสแรก หดตัว เช่น อินโดนีเซียที่คาดว่า เศรษฐกิจอาจหดตัวราว 0.7%y/y ส่วนมาเลเซียที่ยังมีปัญหาการระบาดหนัก ก็อาจเห็นการคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป โดยธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) จะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75%

  • ฝั่งไทย – ปัญหาการระบาด COVID-19 ที่รุนแรงอยู่จะกดดันให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) เลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% พร้อมกันนั้น อาจมีการปรับลดประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ลง ต่ำกว่า +2.5%y/y ซึ่งต้องติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติว่าจะเริ่มเทขายสินทรัพย์ไทยหรือไม่ หากสถานการณ์การระบาดเลวร้ายลง



ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย