ราคาทองคำและเงินลดลงต่อเนื่องเนื่องจากความแข็งแกร่งของดอลลาร์กดดันตลาดโลหะ
-
สัปดาห์ที่ผ่านมา การค้าโลกที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ได้หนุนให้เศรษฐกิจประเทศผู้ส่งออกขยายตัวได้ดีในไตรมาสแรก
-
จับตา ภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ผลการประชุม กนง. และ สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก รวมถึง ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าเฟด
-
เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้น หากตลาดมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯที่แข็งแกร่ง อาจหนุนโอกาสเฟดลดคิวอีปีนี้ โดยเฉพาะในกรณีที่ ยอดการจ้างงานนอกภาคเอกชนเพิ่มขึ้นดีต่อเนื่อง นอกจากนี้ สกุลเงินอื่นๆ โดยเฉพาะ สกุลเงิน EM อาจเผชิญแรงกดดันจาก ปัญหาการระบาดของ COVID-19 ทำให้ค่าเงิน EM ยังคงผันผวนสูงและอ่อนค่าลงได้ หากตลาดปิดรับความเสี่ยงสินทรัพย์ EM
-
กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.10-31.40 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
-
ฝั่งสหรัฐฯ – เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการขยายตัวของภาคการบริการ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (ISM Services PMI) เดือนเมษายน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 64.1 จุด (ดัชนีเกิน 50 จุด หมายถึง ภาวะขยายตัว) ขณะเดียวกัน ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) เดือนเมษายน ก็จะเพิ่มขึ้นกว่า 9.8 แสนคน ส่งผลให้ อัตราว่างงาน (Unemployment rate) ลดลงเหลือ 5.8% อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง อาจทำให้เฟดเริ่มพิจารณาการปรับลดลงอัตราการซื้อสินทรัพย์ (คิวอี) หรือ QE Tapering ได้ ทั้งนี้ ควรติดตามมุมมองต่อเศรษฐกิจและแนวโน้มนโยบายการเงิน ผ่านถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด อาทิ Evans, Rosengren, Mester ในวันพุธ หรือ Williams ในวันพฤหัสฯ
-
ฝั่งยุโรป – ตลาดมองว่า เศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัว โดยยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมีนาคม ปรับตัวขึ้นกว่า 1.6% จากเดือนก่อน (คิดเป็น +9.4%y/y) ส่วนยอดผลผลิตอุตสาหกรรมเยอรมนี (Industrial Production) เดือนมีนาคม จะปรับตัวขึ้นกว่า 2.2%m/m หรือ +5.7%y/y ทั้งนี้ ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.10% เพื่อหนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ
-
ฝั่งเอเชีย – หลายประเทศที่ยังคงมีปัญหาการระบาด COVID-19 ที่รุนแรง อาจเห็นเศรษฐกิจในไตรมาสแรก หดตัว เช่น อินโดนีเซียที่คาดว่า เศรษฐกิจอาจหดตัวราว 0.7%y/y ส่วนมาเลเซียที่ยังมีปัญหาการระบาดหนัก ก็อาจเห็นการคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป โดยธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) จะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75%
-
ฝั่งไทย – ปัญหาการระบาด COVID-19 ที่รุนแรงอยู่จะกดดันให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) เลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% พร้อมกันนั้น อาจมีการปรับลดประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ลง ต่ำกว่า +2.5%y/y ซึ่งต้องติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติว่าจะเริ่มเทขายสินทรัพย์ไทยหรือไม่ หากสถานการณ์การระบาดเลวร้ายลง
