ราคา Bitcoin วันนี้: อ่อนแอที่ $75k หลังทําจุดต่ําสุดในรอบ 15 เดือน
1% ที่แย่ลงทุกวัน เป็นเวลา 1 ปี คิดเป็น 0.99 ยกกำลัง 365 = 0.03
1% ที่ดีขึ้นทุกวัน เป็นเวลา 1 ปี คิดเป็น 1.01 ยกกำลัง 365 = 37.78
หนังสือเล่มนี้บอกให้เราค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองทีละเล็กละน้อย แต่ทำสม่ำเสมอ นิสัยเราก็จะเปลี่ยนไป และพฤติกรรมจะเปลี่ยนตาม
เปรียบเหมือน “อะตอม” เป็นส่วนประกอบของโมเลกุล นิสัยเล็กๆ ก็เปรียบเสมือนส่วนประกอบของผลลัพธ์ที่น่าทึ่งเช่นกัน จึงเป็นที่มาของชื่อหนังสือ “Atomic Habits”
ตัวอย่างที่น่าสนใจ ที่อยากเล่าสู่กันฟังครับ
กฎ 2 นาที
เมื่อไหร่ก็ตามที่จะเริ่มต้นฝึกนิสัยใหม่ ให้ใช้เวลาน้อยกว่า 2 นาที เช่น อ่านหนังสือ 1 หน้า นั่งสมาธิ 2 นาที เดิน 100 เมตร เหตุผลก็คือ เริ่มให้ง่าย แล้วเราจะรู้สึกว่าเราทำได้ แล้วเราก็จะอยากทำเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ประเด็น คือ ต้องเริ่มให้ได้ก่อน แล้วการสร้างนิสัยที่ดีจะตามมา การลงทุนก็เช่นกัน ผมเคยลองด้วยแนวคิดคล้ายๆ กัน คือ จากที่เคยขาดทุนมาก่อน ก็ค่อยๆ ลงทุน แล้วตั้งเป้าว่า หยุดการขาดทุนให้ได้ก่อน เสร็จแล้วให้เริ่มทำกำไรทีละหลัก เริ่มจากหลักหน่วยก่อนเลย กำไรไม่กี่บาททำได้มั้ย แล้วค่อยทำกำไรหลักสิบบาท หลักร้อยบาท เพิ่มหลักขึ้นไปเรื่อยๆ จนหลักแสน หลักล้าน ลองดูครับ ก้าวเดินทีละก้าว ทำกำไรทีละหลัก
HabitStacking
คือ การต่อยอดนิสัย เช่น หลังจากทำอะไรบางอย่างแล้ว จะต้องทำอย่างอื่นต่อทันที เป็นการสร้างนิสัยใหม่ขึ้นมา เช่น หลังจากตื่นนอน จะนั่งสมาธิ 10 นาที หลังจากชงกาแฟ จะเปิดฟังข่าว หลังจากสตาร์ทรถ จะเปิด podcast
เราอาจทำเป็นซีรีย์เลยก็ได้นะตั้งแต่ตื่นนอน อาบน้ำ กินข้าว ขับรถ ไปทำงาน เราจะทำอะไรบ้าง ให้เกิดเป็นนิสัยติดตัว พอทำแบบนี้จนชิน ทุกวันก็จะเป็น auto pilot แบบนี้ไปเรื่อยๆ การลงทุนก็เช่นกัน ก่อนจะเคาะซื้อ ต้องเปิดกราฟ ต้องดูงบก่อน ต้องประเมินมูลค่าก่อน ไม่งั้นห้ามซื้อ ก็ฝึกให้เป็นนิสัย จะได้ช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น
.หรืออย่างผม ทุกวันตอนเย็น ตลาดปิด ต้องเปิดคอม ดูสรุปภาพรวมตลาด เกิดอะไรขึ้นบ้าง หุ้นตัวไหนขึ้นแรงลงแรง ลองฝึกวิเคราะห์หาเหตุผล ทุกวันศุกร์ตอนเย็น ต้องเปิด excel ใส่ราคาหุ้นที่ตัวเองมี เพื่อทำความเข้าใจพอร์ต หาจุดอ่อนจุดแข็ง ทำการบ้าน วางแผนสำหรับอาทิตย์ถัดไป
สร้างสภาพแวดล้อมสู่ความสำเร็จ
คือการสร้างปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดนิสัยนั้นๆ เช่น อยากอ่านหนังสือ ก็วางหนังสือไว้ที่ห้องรับแขก ห้องนอน ไว้ในรถ หน้าห้องน้ำ ก็จะทำให้เราเห็นบ่อยและง่ายต่อการหยิบมาอ่าน หรือเวลาอยากมีสมาธิทำงานมากๆ แต่อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์มาดูบ่อยๆ ก็ให้เอามือถือไปชาร์ตอีกห้องนึง
บริเวณต่างๆ ในบ้านก็สำคัญ โต๊ะตัวนี้ เป็นโต๊ะขยัน เอาไว้ทำงาน นั่งเมื่อไหร่ไฟลุกท่วม เตียงนอนก็เอาไว้นอนอย่างเดียวห้ามมาทำงานที่เตียง พอง่วงปุ๊บก็ให้รีบโดดขึ้นเตียง หรือเก้าอี้ตัวนี้จะเอาไว้เพื่อนั่งอ่านหนังสือ นั่งปุ๊บอ่านปั๊บ พอทำแบบนี้ เราก็จะเกิดการเชื่อมโยงนิสัยเข้ากับโต๊ะ เตียง และเก้าอี้ ในแง่ของการลงทุนก็เหมือนกัน เราต้องพยายามสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับเรา เช่น เข้าไปอยู่ในสังคมคนเก่งๆ ง่ายๆ เลยก็เช่น เข้า Clubhouse ไปห้องที่คนเก่งๆ คุยกัน เราก็จะได้ซึมซับความรู้ดีๆ จากคนเหล่านั้นมา Youtube รายการไหนดีที่น่าสนใจก็รีบเปิดฟังก่อน หนังสือเล่มไหนดีก็รีบหามาอ่าน แล้วก็ต่อยอดไปเรื่อยๆ
จงลืมเป้าหมายแล้วเน้นที่กระบวนการ
เป็นแนวคิดที่ผมชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้ คนเขียนเปรียบเทียบกับการแข่งกีฬา ที่ไม่มีใครมัวแต่มองป้ายคะแนน แต่บอกว่าให้โฟกัสไปที่วิธีการ แผนการเล่นให้ดีที่สุดก่อน ส่วน “คะแนนนั้นจะดูแลตัวมันเอง”
เพราะไม่ว่าผู้แพ้หรือผู้ชนะที่อยู่ในสนามต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันเวลาลงแข่ง แปลว่า เป้าหมายไม่ใช่สิ่งที่แยกคนแพ้กับชนะ แต่กระบวนการสำคัญกว่า
ในแง่ของการลงทุนก็คือ ทำ “เหตุ” ให้ถูกต้อง แล้ว “ผลลัพธ์” ที่ดีจะตามมาเอง
ในแง่ของการลงทุนก็คือ ทำ “เหตุ” ให้ถูกต้อง แล้ว “ผลลัพธ์” ที่ดีจะตามมาเอง
อย่าเพิ่งไปมองที่ราคาหุ้นเยอะว่า ขึ้นลงเท่าไหร่ เราได้กำไรหรือขาดทุนกี่บาทแล้ว แต่ให้พิจารณาก่อนว่า เหตุที่เราซื้อหุ้นตัวนี้เพราะว่าอะไร เรามองเห็นอะไร คนอื่นมองเห็นหรือไม่เห็นอะไร เราเข้าใจว่าราคาหุ้นขึ้นลงเป็นเรื่องปกติ สุดท้ายถ้าเราทำเหตุที่ดีที่ถูกแล้ว ปล่อยให้ผลลัพธ์ของราคาหุ้นดูแลตัวมันเองครับ Atomic Habits หนังสือดีอีกเล่มที่อยากแนะนำครับ อ่านแล้วต้องลงมือทำด้วย ทำทีละนิด ทำทุกวัน ทำสม่ำเสมอ เชื่อว่าจะทำให้เราดีขึ้นทั้งชีวิตส่วนตัว และการลงทุน
.
ส่วนตลาดหุ้นวันจันทร์จะลงหนักตามเพื่อนบ้านมั้ย ให้ผลประกอบการของแต่ละบริษัทดูแลตัวเองครับ
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น
