ราคาทองคำปรับตัวขึ้นหลังการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยลดลงกดดันดอลลาร์
สรุป ราคาทองคํา วานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 17.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า การเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่มูลค่า 1.9 ล้านล้าน ดอลลาร์ ผ่านแนวทางการจัดทํางบประมาณที่เรียกว่า budget reconciliation ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนจะปูทางให้มาตรการดังกล่าวผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสได้อย่างรวดเร็ว และไร้อุปสรรค เนื่องจากไม่จําเป็นต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่มีแนวโน้มจะผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้ปรับตัวสูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.155% ลดช่วงบวกจากระดับสูงสุดนับตังแต่เดือนมี.ค.ที่ 1.20% ซึ่งขึ้นไปทดสอบในช่วงต้นวัน จนเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคําเพิมเติม อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทน พันธบัตรอายุ 10 ปียังคงแกว่งตัวไม่ไกลจากระดับสูงสุดในรอบ เดือน ขณะที่สินทรัพย์เสียงยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนือง จึงอาจเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของราคาทองคําเอาไว้ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -4.08 ตันสู่ระดับ 1,152.43 ตัน ทําให้ในปี 2021 กองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -18.31 ตัน สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจ ขนาดเล็กจาก NFIB และ JOLTS Job Openings รวมถึงการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ต่าง ๆ ขานรับความคืบหน้าเกียวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ
ระหว่างวันหากราคาทองคําไม่หลุด 1,827-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสเกิดแรงดีดกลับและราคาอาจพยายามจะดีด ตัวขึนไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,844-1,851 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อาจจะเกิดแรง ขายสลับออกมาเพิม
คําแนะนํา เน้นเก็งกําไรการแกว่งตัว โดยเข้าซื้อที่แนวรับบริเวณ 1,827-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทํากําไรบางส่วนหากราคาทองคําไม่ผ่านโซน 1,844-1,851 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
