สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังขาดทุนหนักจากภาษีศุลกากรและความกังวลเรื่อง AI
สรุป ราคาทองคําช่วงเช้าวันนี้ ร่วงทําระดับตํ่าสุดใหม่จากวันก่อนหน้าที่บริเวณ 1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคําได้รับแรงกดดันจากปัจจัยหลักคือการแข็งค่าของ Dollar Index ที่ดีดตัวขึ้นมาทดสอบ 91.26 จุดในระหว่างการซื้อขาย ถือเป็นการยืนระดับแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 2 เดือน ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐ อายุ 10 ปีดีดตัวขึ้นแรงมาอยู่ที่ 1.148% ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังวานนี้ ADP Non-farm ดีเกินคาดในเดือนม.ค. สะท้อน บริษัทสหรัฐจ้างงานเพิ่ม ขณะที่ PMI ภาคบริการเดือนม.ค.จากทังมาร์กิตและ ISM ออกมาแข็งแกร่งเช่นกัน นอกจากนี้ตลาดยังมีความหวังเกี่ยวกับมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังสหรัฐ โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดนจะพบปะกับสมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคเดโมแครตทีทําเนียบขาวในวันนี้
แนะนําติดตามความคืบหน้า
หากเป็นไปในเชิงบวกอาจส่งผลให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัวขึ้นต่อ ซึ่งจะส่งผลกดดันราคาทองคําเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ แนะนําติดตามการ เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ อาทิ จํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครังแรกรายสัปดาห์, ประสิทธิภาพการผลิตต่อหน่วย, ประสิทธิภาพต้นทุนแรงงาน ต่อหน่วย และยอดสังซื้อภาคโรงงานของสหรัฐ พร้อมติดตามแรงซื้อขายของกองทุน SPDR ต่อไป โดยในช่วงปีนี้(2564) SPDR ขายทองคําแล้ว -13.24 ตัน ซึ่ง สะท้อนมุมมองเชิงลบของนักลงทุนที่มีต่อราคาทองคํา
ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า ในระยะสั้นราคาเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway โดยหากไม่สามารถ ทะลุแนวต้าน 1,850-1,856 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ 1,821-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว จะเห็น แรงขายทางเทคนิคออกมาประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนะนํากลยุทธ์การลงทุน
หากสามารถยืนเหนือ 1,821-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จึงเข้าซื้อ ตัดขาดทุนหากหลุดระดับ 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแบ่งขายหากราคาไม่ผ่านบริเวณ 1,850-1,856 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนำ: เข้าซื้อเพื่อเก็งกําไรระยะสั้นหากราคาทองคําสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,821-1,818 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ได้และทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทํากําไรบางส่วนเพื่อรอซื้อใหม่หากราคาไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,850-1,856 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
