สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังขาดทุนหนักจากภาษีศุลกากรและความกังวลเรื่อง AI
ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวลดลงอีก 16.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยปัจจัยสําคัญที่ยังส่งผลกดดันราคาทองคํายังเป็นการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เช่นเดิม ทั้งนี้นักลงทุนยังคงเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย จากความวิตกว่าการระบาดของไวรัส COVID-19 สายพันธ์ใหม่ในอังกฤษจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการอ่อนค่าของเงินปอนด์จากความวิตกที่ว่าอังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่มีการทําข้อตกลง (No-deal Brexit) หลังจากวานนี้ นายมิเชล บาร์นิเยร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้แทนการเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) กล่าวต่อตัวแทนทั้ง 27 ชาติของ EU ว่า ข้อเสนอของอังกฤษเกี่ยวกับการประมงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้สะท้อนความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายได้เป็นอย่างดี นั่นทําให้ความเสี่ยงของ No-deal Brexit เพิ่มขึ้นก่อนที่ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น +0.51% จนเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ราคาทองคําร่วงลงทดสอบระดับตํ่าสุดบริเวณ 1,858.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื ้อขายของวานนี ้ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -2.33 ตัน
สําหรับวันนี้ แนะนําติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่ของสหรัฐ หลังจากเช้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยว่าเขา ต้องการให้สภาคองเกรสแก้ไขเนื ้อหาในร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ของไทย รวมการเปิดเผยยอด สั่งซื้อสินค้าคงทน, ดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล (PCE), การใช้จ่ายส่วนบุคคล และจํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
