ผลเลือกตั้งสหรัฐปี 2020 และความหมายต่อตลาดการเงินในไตรมาสที่4

เผยแพร่ 15/10/2020 05:38

ในบทความก่อน ผมได้ชวนคุยถึงกรณีที่เป็นไปได้ และแชร์มุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจที่คาดว่าเกิดขึ้นจากผลการเลือกตั้งแต่ละรูปแบบ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เดือนนี้ผมจะพยากรณ์กันต่อว่าสินทรัพย์ต่างๆ จะตอบรับกับผลการเลือกตั้งแต่ละแบบอย่างไร
          
กรณีแรก ดูจากผลโพลล์ในปัจจุบันก่อน ซึ่งตอนนี้ผลที่คาดว่าจะเกิดคือกรณี DDD ซึ่งผมมองว่า "บวก" กับหุ้นทั่วโลก แต่ "ลบ" กับบอนด์ระยะยาวมากที่สุด

อ้างอิงจาก Simulation 40,000 รูปแบบของ website FiveThirtyEight พบว่า มีถึง 78% ที่โจ ไบเดน สามารถชนะทรัมป์ได้ เช่นเดียวกับความจริงที่ฝั่งเดโมแครตกำลังครองเสียงข้างมากในสภาล่าง และมีโอกาสที่จะชนะในสภาสูง ทำให้ต้องคุยกรณีนี้ก่อน

DDD จะทำให้ตลาดต้องเตรียมตัวกับ "การขึ้นภาษี" และ "การกู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ"

ทั้งสองประเด็นทำให้รายได้ของบริษัทจดทะเบียนผันผวน นักลงทุนอาจต้องกระจายการลงทุนไปนอกสหรัฐ เพื่อหลบผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้น ตลาดหุ้นทั่วโลกจึงมีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่าสหรัฐ เมื่อเงินไหลออก ดอลลาร์ก็จะอ่อนค่า เงินเฟ้อสูงขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัว เมื่อนั้นนักลงทุนก็จะออกจากหลุมหลบภัยอย่างบอนด์ระยะยาว มาสู่การลงทุนปกติ

ส่วนดีที่สุดกับการลงทุน ผมมองว่าคือ DRD หรือแค่เปลี่ยนประธานาธิบดีเป็น "โจ ไบเดน" แต่สภายังเหมือนเดิม

เพราะจุดอ่อนด้านการเมืองของ DRD สามารถทำให้ การผ่านนโยบายใหญ่ในสภาอย่าง "การขึ้นภาษี" กลายเป็นเรื่องยาก บรรดาแรงกดดันบนหุ้นสหรัฐจึงน่าจะน้อยลงทันที นอกจากนี้ แนวโน้มนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะต้องกลับทิศด้วย เพราะ ถ้าการคลังเกิดติดขัดแต่เศรษฐกิจไม่ฟื้น ธนาคารกลางสหรัฐก็จะถูกกดดันให้ต้อง งัดนโยบายการเงินใหม่ๆ ออกมาใช้เพื่อพยุงเศรษฐกิจแทน บอนด์หรือทองคำ จึงจะมีโอกาสขึ้นต่อได้ในกรณีนี้ กดดันให้เงินดอลลาร์ กลายเป็นสินทรัพย์ที่ต้องระวังมากที่สุด จนอาจเป็นเหตุให้เงินบาทแข็งค่าได้มากที่สุดด้วย

ส่วนกรณีเสี่ยง ตอนนี้คือ DRR หรือ RRR การที่ทรัมป์และพรรคริพับลิกัน "ฟื้นไข้" หรือสามารถพลิกกลับมาชนะ

เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ตลาดคงประหลาดใจที่สุด เพราะหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ติดโควิด-19 ความน่าจะเป็นที่จะกลับมาได้ก็ยิ่งน้อยลง ทำให้หลายคนเลิกระวัง ทั้งกรณี DRR และ RRR ไปแล้ว ดังนั้นถ้าฟื้นคืนชีพ ไม่ใช่แค่ผลจากนโยบายเศรษฐกิจในอนาคตที่จะกระทบตลาด แต่อาจมีการปรับพอร์ตของนักลงทุนทั่วโลกเข้ามาผสมโรง

กรณีนี้ ความผันผวนจะสูงขึ้น กดดันให้ตลาดกลับไปปิดรับความเสี่ยง (Risk Off) น่ากลัวที่สุดคือ หุ้นโลกที่อาจกลับไปเป็นจุดอ่อน ทั้งจากปัญหาโควิดและสงครามการค้า ขณะที่หุ้นสหรัฐต้องประคองตัวให้ได้ ด้วยแรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี ส่วน เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่ากลับได้จากตลาดที่ปิดรับความเสี่ยง

นอกจากนี้ ก็อาจมีกรณีที่ควรคิดต่อว่าถ้าการเลือกตั้ง "ไม่มีข้อสรุป" ในระยะสั้น ผลกับตลาดการเงินจะเป็นอย่างไร

เพราะครั้งนี้เป็นช่วงที่ไม่ปกติจึงมีการใช้ "จดหมาย" ในการเลือกตั้งเป็นส่วนใหญ่ แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงโจมตีการเลือกตั้งนอกคูหาว่าเป็นหนทางสู่การทุจริตและอาจไม่ยอมรับถ้าตัวเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ในอดีต ใกล้เคียงที่สุดคือช่วงการเลือกตั้งปี 2000 ระหว่างนายจอร์จ บุช และ นายอัล กอร์ ที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ทันที ผลที่ตามมาคือเงินดอลลาร์แข็งค่าก่อนในช่วงสองสัปดาห์แรกราว 2% แต่อ่อนค่าลง 4-6% ในช่วงสามเดือนหลังจากนั้น ส่วนเงินบาทก็แข็งค่าจาก 43.6 บาทต่อดอลลาร์ ในวันเลือกตั้ง มาที่ 42.6 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2001 หมายความว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นก็อาจต้องระวังความผันผวนที่สูง และทิศทางที่ไม่แน่นอนระยะสั้นเพิ่มเติม

ถึงตรงนี้ คนไทยคงทำได้แค่ลุ้นกันต่อว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาแบบไหน แต่อย่าลืม ทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้บ้าง จะได้ไม่ต้องรับแรงกระแทกจากเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ทั้งหมดครับ

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย