KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
รีวิวหุ้น Salesforce.com Inc (NYSE:CRM)สุดยอดระบบ CRM ระดับโลก
บริษัท Salesforce.com ก่อตั้งในปี 1999 โดยอดีตผู้บริหาร Oracle ได้แก่ Mark Benioff และกลุ่มเพื่อนอีกสามคน
เพื่อให้บริการระบบ Software as a service (SaaS) ที่ดูแลระบบการขายของลูกค้าองค์กรเป็นหลัก
หลังจากนั้นได้เข้าตลาดหุ้นอเมริกาในปี 2004 ระดมทุนไปได้กว่า $110 ล้าน
ปัจจุบันบริษัทให้บริการหลักๆ ภายใต้แพลตฟอร์ม Customer 360 ที่ดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ประกอบด้วย
1. ระบบการขาย ช่วยให้ลูกค้าขายสินค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีให้บริการตั้งแต่การเก็บข้อมูลของลูกค้า การมอนิเตอร์ลูกค้าที่สนใจ (Leads) การคาดการณ์ยอดขาย จนกระทั่งการใช้เทคโนโลยีเอไอเข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เช่น การแนะนำลูกค้าใหม่ให้กับทีมพนักงานการขาย
2. ระบบบริการหลังการขาย ช่วยให้พนักงานสามารถติดต่อกับลูกค้าเพื่อช่วยเหลือได้ทุกช่องทางได้แก่ โทรศัพท์ อีเมล SMS รวมทั้งมีระบบกระจายงานเพื่อให้ทีมช่างเข้าไปช่วยลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
3. ระบบการตลาดและการค้าขาย ช่วยให้บริษัทสามารถวางแผนทางการตลาดและทำการตลาดส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการติดต่อสื่อสารผ่านทางอีเมล มือถือ โซเชียล เว็บไซต์ นอกจากนั้นยังสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าได้ตามแคมเปญของนักการตลาดอีกด้วย
จุดแข็งของ Salesforce.com คือการมีแพลตฟอร์มที่ครบวงจรและสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบดั้งเดิมของลูกค้าได้ จึงช่วยให้ข้อมูลในองค์กรมีการเชื่อมต่อกันระหว่างการขาย การตลาด และส่วนการสนับสนุนลูกค้า และนำมาวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
Salesforce มีบริษัทคู่ค้าจำนวนมากที่มีโซลูชั่นมาเชื่อมต่อเข้ากับระบบ เช่น หลังจากปิดการขายได้แล้วสามารถเชื่อมต่อมาที่ระบบของ DocuSign เพื่อเซ็นสัญญาออนไลน์ และเชื่อมต่อเข้ากับระบบ SAP เพื่อบันทึกยอดขาย
บริษัทคู่ค้ายังรวมถึงบริษัทที่อยู่ในแต่ละประเทศที่ช่วยทั้งการตลาดและการขาย จึงทำให้ Salesforce บริหารจัดการต้นทุนได้ดีเพราะไม่ต้องการพนักงานจำนวนมากเพื่อมาขายสินค้า บริษัทเหล่านี้จะช่วยปิดการขายและติดตั้งระบบให้
ทั้งหมดนี้ทำให้ธุรกิจของ Salesforce มีความแข็งแกร่ง ลูกค้าใช้งานแล้วมีโอกาสย้ายไปคู่แข่งยาก (High Switching Cost) และบริษัทก็มีโอกาสเพิ่มอัตรารายได้ต่อลูกค้ารายเดิมสูง (Net Dollar Expansion) ด้วยบริการใหม่ๆ ที่ออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของข้อมูลการเงิน ผมใช้ Jitta ในการวิเคราะห์ดังนี้
รายได้ปี 2018 ทำได้ $10,540 ล้าน กำไร (Net Income) $360 ล้าน
รายได้ปี 2019 ทำได้ $13,282 ล้าน กำไร $1,110 ล้าน
รายได้ปี 2020 ทำได้ $17,098 ล้าน กำไร $126 ล้าน
รายได้ไตรมาสแรกของปี 2021 (จบเดือนเมษายน 2020) ทำได้ $4,870 ล้าน กำไร $99 ล้าน
(รอบปีจบวันที่ 31 มกราคมของทุกปี)
บริษัทมีอัตราการเติบโตยอดขายแบบทบต้นตั้งแต่ปี 2018 อยู่ที่ 27.37% ต่อปี เปรียบเทียบกับหุ้นขนาดกลางอย่าง DocuSign ที่มีอัตราการเติบโตที่ 36.68% แล้วถือว่าทางบริษัทมีการเติบโตที่ดีเลยทีเดียว
การบริหารจัดการกระแสเงินสดสุทธิยังทำให้เป็นบวกได้อย่างต่อเนื่องในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยปีล่าสุดทำได้ถึง $1,476 ล้าน
จุดที่น่าสนใจของ Salesforce คือการเป็นผู้ชนะขาดในตลาด CRM ด้วยการมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 18.4% ทิ้งห่างคู่แข่งเบอร์สองอย่าง SAP ที่มีอยู่เพียง 5.3% และ Oracle ที่ 5.2% เท่านั้น
ผมยังเชื่อว่าตลาด CRM ยังมีโอกาสในการเติบโตหลังช่วงโควิด-19 อีกมาก ข้อมูลจากบริษัทวิจัยทางด้านไอทีชั้นนำอย่าง Gartner ยังระบุอีกด้วยว่าตลาดนี้จะมีขนาดใหญ่ถึงประมาณ $174,000 ล้านภายในปี 2024
ทุกวันนี้รายได้ของ Salesforce ยังน้อยกว่า $20,000 ล้านต่อปี ถ้าดูจากขนาดของตลาดแล้ว โอกาสการเติบโตยังมีอีกเยอะมาก
ในส่วนของราคาการหามูลค่าที่เหมาะสมสำหรับบริษัทที่เติบโตสูง คงต้องใช้หลักการหาแบบ Price per Sales มาคิด โดย Salesforce มีค่านี้อยู่เพียง 8.29 เท่า ในขณะที่หุ้นในกลุ่ม SaaS ตัวอื่นๆมีค่าสูงกว่า เช่น Docusign อยู่ที่ 37.64 เท่า และ Zoom อยู่ที่ 86.5 เท่า
บทวิเคราะห์จาก เพจ Billionaire VI









