ราคาทองคำเพิ่มขึ้นขณะที่โลหะมีค่าฟื้นตัวจากการล่มสลายสองวัน
ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ Approval Rating หรือ คะแนนความนิยมนั้นค่ำกว่า 50% นับตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง

อย่างที่หลายๆ คนทราบดี ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นมีท่าทียียวน มีเรื่องราวให้ประชาชน และนักการเมืองทั้งหลายโจมตีไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้คะแนนนิยมในตัวของเขานั้น ไม่เคยจะเกิน 50% แม้แต่วันเดียว นับตั้งแต่รับตำแหน่งมา
ต่างจากนักการเมือง หรือประธานาธิบดีหลายๆ คนที่มักจะมีคะแนนความนิยมที่สูงเมื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ หรือ เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเข้ากระทบ อาทิ
- โอบามาที่สูงสุดที่ 65.3% และต่ำสุดในเวลาต่อมาที่ 42% ใกล้เคียงทรัมป์
- จอร์จ บุช (คนลูก) ที่ได้คะแนนสูงสุดถึง 87% ก่อนที่จะหล่นฮวบมาเหลือเพียง 45.4% เท่านั้น
แต่ในความต่ำของทรัมป์นั้น กลับมีความน่าสนใจก็คือ Approval Rating ของทรัมป์ "สม่ำเสมอ" ที่สุด
ด้วยคะแนนสูงสุดของทรัมป์นั้นคือ 47.8% และคะแนนต่ำสุดอยู่ที่ 36.4 เท่านั้นเอง
ซึ่งดูเหมือนจะน้อยสำหรับประเทศที่ใช้การเลือกตั้งเป็นหลักอย่างสหรัฐฯ แต่ประธานาธิบดีทั้ง 2 ที่กล่าวมานั้น ก็ได้รับการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ทั้งคู่
ส่วนหนึ่งนั้น อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นความคลาดเคลื่อนของการสำรวจด้วยส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนที่งานวิจับจากฮาวาร์ดระบุไว้ก็คือ สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั้นมีตัวแปรที่สำคัญอีกปัจจัยหนึ่งก็คือ "เศรษฐกิจ"
เพราะในทุกๆ ยุคสมัยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั้น หากเศรษฐกิจไม่ต้องผจญกับวิกฤติเศรษฐกิจ ประธานาธิบดีคนนั้นได้รับการเลือกตั้งสมัยที่ 2 เสมอ
ไม่ว่า Approval Rating จะเป็นเช่นไรก็ตาม เพราะท้ายที่สุดแล้วนั้นเศรษฐกิจ ปากท้องนั้นเป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์โดยตรงเสมอ ไม่มากก็น้อย ส่งผลให้เมื่อเศรษฐกิจดีแล้ว ประธานาธิบดีคนนั้นๆ มักชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2
แต่สิ่งที่น่าสนใจในคราวนี้ก็คือ ในยุคของทรัมป์ นั้นมีการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่แบบธรรมดาทั่วไป และในแง่ของใช้ความชาตินิยมแบบ America First
และแล้ว COVID-1 9ก็เข้ามากระทบในข่วงเวลาสำคัญ
ไม่ถึง 1 ปีก่อนเลือกตั้ง ทำให้เศรษฐกิจที่เชื่อกันเหลือเกินว่าเป็นช่วงปลายตลาดขาขึ้น (Late Bull Cycle) หรือ ช่วงก่อนที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวนั้น กลายเป็นสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นที่เรียบร้อย
สร้างแรงกดดันไปยังทรัมป์อีกต่อ
ให่้ต้องเดินหมากทางการเมืองให้ดี
หากพลาดพลั้ง Lockdown เมืองนานเกินไปเศรษฐกิจก็พัง
ไม่ Lockdown ก็กลายเป็นว่าผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
ท้ายที่สุดแล้วนั้น ทรัมป์จะใช้นโยบายอย่างไรต่อไป
เขื่อว่าอีกไม่นานคงได้รู้กัน สถานการณ์กำลังเข้มข้นขึ้นทุกที....
#แอดลุง
Source : fivethirtyeight.com
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins-วิตามินหุ้น
ไม่อยากพลาดบทวิเคราะห์ดีๆ อย่าลืมกด "ติดตาม" นะครับ
