เงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 3.8% ในปีนี้ และ 3.4% ในปี 2027 ตามที่หัวหน้า IMF กล่าว
ทรัมป์ขู่ว่าจะตัดงบของ WHO อย่างถาวร ! วันเดียวหลังจากที่ทาง สี จิ้นผิงออกมาแถลงว่าจีนจะให้เงินสนับสนุน WHO 2 พันล้านเหรียญ ! ตราบใดที่ 2 ผู้นำยังมีนโยบายที่ตรงกันข้ามกัน... โลกของเราก็ยังมีความเสี่ยง
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะเลิกให้เงินสนับสนุนองค์การอนามัยโลก (WHO) อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชั่วคราวแต่เป็นการถาวร ! หาก WHO ยังไม่สามารถปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้นได้ภายใน 30 วัน และจะทบทวนบทบาทของสหรัฐใน WHO ด้วยอีก
ทรัมป์ได้ส่งจดหมายถึงองค์การอนามัยโลกนาย Tedros Adhanom Ghebreyesus (สะกดยากมาก ) โดยมีข้อความว่า
"It is clear the repeated missteps by you and your organization in responding to the pandemic have been extremely costly for the world. The only way forward for the World Health Organization is if it can actually demonstrate independence from China,"
แปลได้ว่า "เป็นที่ชัดเจนว่าคุณและองค์กรของคุณกำลังทำผิดซ้ำๆในการรับมือกับการระบาดไวรัสครั้งใหญ่ของโลก ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง และวิธีเดียวที่องค์การอนามัยโลกจะสามารถแก้ตัวได้ก็คือการแสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระจากจีนและไม่ได้เป็นหุ่นเชิดของจีน"
ข้อความของทรัมป์ยังสื่ออย่างชัดเจนว่าเขาเชื่อว่าทางจีนอยู่เบื้องหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 และทาง WHO อาจตั้งใจช่วยจีนปิดความลับนี้...
โลกของเราก็ยังมีความเสี่ยงสูงต่อความขัดแย้งของสหรัฐต่อจีน
ตราบใดที่ความเห็นของสองผู้นำประเทศมหาอำนาจยังไม่ตรงกันโลกเราก็ยังมีความเสี่ยงอยู่เพราะทางสหรัฐมีหลายเครื่องมือที่จะนำมาลงโทษจีนได้ โดยเฉพาะเรื่องสัญญาการค้าที่หลายฝ่ายเชื่อว่าน่าจะเป็นประเด็นแรกที่สหรัฐจะยกขึ้นมาเป็นตัวประกัน
หลังจากที่เรื่องของทรัมป์กับ WHO ได้เงียบลงไปซักพักและมีข่าวว่าทางสหรัฐกำลังพิจารณากลับมาให้งบใหม่อีกครั้ง แต่การที่ ประธานาธิบดีจีนได้ร่วมแถลงต่อสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly) อย่างใหญ่โตว่าว่าจีนจะให้เงินสนับสนุน WHO 2 พันล้านเหรียญในช่วงสองปีข้างหน้าเพื่อช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบและเพื่อพัฒนาวัคซีน อาจเป็นเหตุทำให้ทรัมป์กลับมาฉุนเฉียวอย่างมากอีกครั้ง
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงทรงๆตัวอยู่ในคืนนี้ แต่จ้องจับตามองความเสี่ยงนี้อยู่ตราบใดที่ดัชนีหุ้นหลักๆยังไม่สามารถผ่านแนวรับหลัก (ระดับที่สูงที่สุดในเดือนเมษายน) ไปได้หลังจากที่ได้ทดสอบมาหลายครั้งแล้ว
บทวิเคราะห์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่เพจ Oil Trading - ทันตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลกกับ KP
ไม่อยากพลาดบทวิเคราะห์ดีๆ อย่าลืมกด "ติดตาม" นะครับ
