ราคา Bitcoin วันนี้: ดิ่งต่ํากว่า $71k เมื่อการเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกกระทบสินทรัพย์เสี่ยง
- สัปดาห์ที่ผ่านมา รายงานข้อมูลเศรษฐกิจทั่วโลกต่างเริ่มสะท้อนผลกระทบของการระบาด COVID-19 ชัดเจนมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐฯ ที่ยังคงเพิ่มขึ้นกว่า 6.6 ล้านราย
- ติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีนโดยตลาดอาจเปิดรับความเสี่ยงสินทรัพย์ในฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะ จีนได้ในระยะสั้น หากข้อมูลเศรษฐกิจไม่ได้เลวร้ายกว่าที่คาดไว้
- อย่างไรก็ดี เรามองว่า สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ยังป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงินโดยตลาดพร้อมกลับไปปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) หากการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกและไทยยังไม่สงบลง นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรกที่จะเริ่มทยอยออกก็สามารถกดดันตลาดได้เช่นกัน
- กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 32.40-32.90 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
- ฝั่งสหรัฐฯ –ประเด็นสำคัญที่ตลาดจะให้ความสนใจ คือแนวโน้มยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนมีนาคม เพื่อประมินผลกระทบของมาตรการควบคุมการระบาด COVID-19 ต่อแนวโน้มการบริโภคครัวเรือนและภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยตลาดมองว่า ยอดค้าปลีกในเดือนมีนาคมจะหดตัวลง 3% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งป็นผลจากมาตรการ Lock Down ที่ได้ส่งผลให้ คนสหรัฐฯจำนวนมากตกงาน สะท้อนผ่านยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน (Weekly Initial Jobless Claims) ที่ยังคงเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 5ล้านราย นอกจากนี้ มาตรการควบคุมการระบาดของ COVID-19 ยังจะส่งผลต่อภาคการผลิตอุตสาหกรรม ชี้จากดัชนีภาวะการผลิตอุตสาหกรรม ซึ่งสำรวจโดยเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย (Philly Fed Mfg. Index) ที่ดิ่งลงจากระดับ -12.7จุด สู่ระดับ -30จุด ในเดือนเมษายบ
- ฝั่งยุโรป – ภาพการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงในฝั่งยุโรป ส่งผลให้ตลาดมองว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี (Germany IFO Business Climate) ในเดือนเมษายนจะปรับตัวลดลงจากระดับ 86.1จุด เหลือ 82จุด ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ในเดือนมีนาคมมีแนวโน้มอยู่ที่ระดับ 0.7% ชะลอตัวลงตามภาพการบริโภคที่ซบเซาและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงหนัก
- ฝั่งเอเชีย – ตลาดมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจจีนจะเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวได้ดีขึ้น หลังทางการจีนสามารถคุมการระบาดของ COVID-19 ให้สงบลงได้ ซึ่งแม้ว่า อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกจะหดตัวถึง 6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจซบเซาอย่างรุนแรงจากที่ขยายตัวได้ 6% ในไตรมาสก่อนหน้าแต่ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจสำคัญรายเดือน อาทิ ยอดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset Investment) จะหดตัว 16% ดีขึ้นจากที่ หดตัวถึง 25% ในเดือนก่อน ส่วนยอดค้าปลีก (Retail Sales) และยอดการผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) จะหดตัวราว 10% และ 7% ฟื้นตัวขึ้น จากที่หดตัวถึง 20% และ 14% ในเดือนก่อน ตามลำดับ ชี้ว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น หลังทางการจีนเริ่มเปิดเมือง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ
