ราคาทองคำจะสามารถสร้างจุดสูงใหม่ในปีนี้ได้หรือไม่ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

เผยแพร่ 09/01/2020 16:13

แม้ว่าช่วงนี้ข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดของสหรัฐฯ - อิหร่านจะไปไวกว่าบทวิเคราะห์ที่ผมจะสามารถเขียนออกมาได้ทั้งหมด แต่จากข่าวที่ออกมาจนถึงปัจจุบันคำถามที่เกิดขึ้นยังคงเป็นคำเดิมคือ “ราคาทองคำจะขึ้นไปได้ไกลแค่ไหนท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน?”

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาราคาทองคำล่วงหน้าในตลาดนิวยอร์กยังอยู่ที่ $1574.3 ต่อออนซ์แต่ทันทีที่เกิดเหตุอิหร่านเปิดฉากยิงใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในอีรักเป็นชุดราคาทองคำล่วงหน้าในตลาดก็ดีดตัวขึ้นทันที $40 ขึ้นเป็น $1612.95 สร้างจุดสูงสุดของราคาทองคำนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2013

กราฟรายสัปดาห์ของราคาทองคำล่วงหน้า

เมื่ออิหร่านเริ่มลงมือตอบโต้แล้วจากนี้ไปจะเป็นยังไงต่อ?

ก่อนช่วงเที่ยงคืนของวันอังคารราคาทองคำล่วงหน้าได้มีการปรับตัวลดลงมาต่ำกว่าระดับราคา $1590 จากรายงานที่ยังไม่มีการโจมตีก่อนหน้าที่อิหร่านจะเอาจริงเปิดฉากโจมตีเพื่อแก้แค้นให้กับขุนพลที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชาวอิหร่านทั้งประเทศนายพล กัสเซ็ม โซเลมานี

เป็นที่ทราบกันดีในวงการลงทุนอยู่แล้วว่าทันทีที่เกิดสถานการณ์วิกฤติหรืออาจส่อไปทางวิกฤติการโยกเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยจะเป็นสิ่งแรกที่นักลงทุนตัดสินใจซึ่งทองคำคือตัวเลือกอันดับหนึ่งที่นักลงทุนวางใจมาโดยตลอด สถานการณ์ในตอนนี้ที่นักลงทุนไม่อาจประเมินได้ว่าสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่านจะดีขึ้นหรือแย่ลง นักลงทุนจึงตัดสินใจย้ายเงินลงทุนของตนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยต่างๆ เพราะพวกเขาไม่มีทางประเมินความเสี่ยงที่จะตามมาได้เลยหากสถานการณ์เลวร้ายไปมากกว่านี้

ราคาทองคำจะสามารถขึ้นไปสร้างสถิติที่ $1920 ได้หรือไม่

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนถามมากมายในตอนนี้ว่า “ราคาทองคำสปอตจะสามารถขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของราคาที่ $1920 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่ราคาเคยทำได้ในปี 2011 ได้หรือไม่หากสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น?”

ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่ราคาทองคำยังมีราคาอยู่ประมาณ $330 การวิ่งขึ้นมาที่ระดับราคา $1920 นั้นเป็นไปได้ยากมากแต่ราคาทองคำก็เคยทำได้มาแล้วเมื่อครั้งอดีต

กราฟราคาทองคำสปอตรายสัปดาห์

แต่เมื่อปีที่แล้วเราก็ได้เห็นแล้วว่าเพียงมีข่าวสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ - จีน การลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดและสถานการณ์ Brexit เข้ามาเป็นระลอกๆ ราคาทองคำก็พร้อมที่จะปรับตัวสูงขึ้นทันที $40-$50 ภายในวันเดียว

ทองคำมีช่วงเวลาที่น่าประทับใจในปี 2019

แม้ว่าจะต้องผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ก่อนที่ปี 2019 จะสิ้นสุดลง ราคาทองคำก็ยังสามารถพาตัวเองขึ้นมายืนเหนือระดับราคา $1500 ได้สำเร็จก่อนเข้าสู่วันขึ้นปีใหม่เพียงไม่กี่วันในขณะที่คู่แข่งคนสำคัญอย่างสกุลเงินดอลล่าร์ปรับตัวอ่อนลง สาเหตุเป็นเพราะนักลงทุนเลือกที่จะป้องกันตัวเองจากที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อยู่สูงเกินไป

สรุปแล้วปี 2019 ราคาทองคำสปอตปรับตัวขึ้นมาทั้งสิ้น $200 ต่อออนซ์ในขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวขึ้นมา 16% ถ้าจะให้ราคาทองคำต้องปรับตัวขึ้นอีก $300 ในปี 2020 สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่านจะต้องรุนแรงยิ่งขึ้นมากกว่านี้

คุณอีริค สโคล์ นักวางกลยุทธ์การลงทุนในแร่โลหะมีค่าแห่ง RJO Futures ในเมืองชิคาโกกล่าวว่า “แม้แนวโน้มขาขึ้นของทองคำจะยังคงชัดเจนแต่โอกาสที่ราคาทองคำจะผันผวนก็มีเช่นกัน เพราะนอกจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่านแล้วในอาทิตย์หน้าตลาดหุ้นอาจได้รับข่าวดีหากการเซ็นสัญญาทางการค้าขั้นแรกระหว่างสหรัฐฯ - จีนผ่านพ้นไปด้วยดี ราคาทองคำอาจต้องปรับตัวลดลงมาอีกครั้ง”

บริษัท ทีดี ซีเคียวริตี้ (TD Securities) ออกมาพูดถึงสถานการณ์ของราคาทองคำว่า “จะขึ้นต่อหรือลงมาสำหรับราคาทองคำแล้วยังไม่มีอะไรแน่นอน เหมือนกับภูมิรัฐศาสตร์อื่นๆ ผลกระทบที่เข้ามาจะทำให้นักลงทุนต้องประเมินตลาดใหม่อยู่เสมอ”

ก่อนคลื่นลมจะสงบพายุมักจะเกิดก่อนเสมอ...รึเปล่า?

หลังจากที่อิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอีรัก อิหร่านได้ออกมาบอกว่าจะยังมีการโจมตีต่อเนื่องไปอีกจนกว่าทางสหรัฐฯ จะเริ่มตอบโต้กลับ อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ กลับเลือกไม่ตามเกมของอิหร่านแต่เลือกที่จะแสดงความเหนือชั้นกว่าคู่ต่อสู้ด้วยการใช้วาทศิลป์โจมตีผ่านสื่อต่างๆ

หลังจากที่มีการโจมตีจากอิหร่านเกิดขึ้นทางเพนตากอนได้ออกมารายงานว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว หลังจากนั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ได้ออกมาทวีตผ่านสื่อโซเชียลอย่างทวิตเตอร์ว่า “ทุกอย่างยังคงปลอดภัยดี! แม้ว่าอิหร่านจะยิงจรวดมิสไซล์มาเป็นชุดใส่ฐานทัพของเราแต่ทุกอย่างก็ยังปกติดี ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือตายทั้งนั้น ทำไมนะหรอ? เพราะเรามีอาวุธที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในโลกยังไงละ! พรุ่งนี้ (วันพุธ) ผมจะมีแถลงอย่างเป็นทางการ”

ในขณะเดียวกันรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านนาย จาวาด ซารีฟ ได้ออกมาทวีตตอบโต้สหรัฐฯ ว่า “การสหรัฐฯ กล่าวว่าจะโจมตีสถานที่สำคัญ 52 แห่งของอิหร่านนั้นเป็นการกระทำที่ขี้ขลาด เราไม่ได้ต้องการที่จะเป็นผู้เริ่มสงคราม สิ่งที่เราทำไปเป็นเพียงการแสดงให้เห็นว่าอีหร่านจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและประเทศของตนเอง” คำพูดของรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านนั้นสอดคล้องกับนายมาร์ค เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมที่บอกว่า “สหรัฐฯ ไม่ต้องการที่จะเป็นผู้เริ่มสงครามแต่เรามีความจำเป็นที่จะต้องทำให้เรื่องบางอย่างต้องจบลง”

กลับมาที่คำถามเดิมอีกครั้ง....ราคาทองคำจะสามารถขึ้นไปถึง $1900 หรือไปได้ไกลกว่านั้นอีกหรือไม่?

นักวิเคราะห์และสถาบันการเงินเชื่อว่าสถิติใหม่ของทองคำมาแน่

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2020 นายจอห์น โร๊ค นักวิเคราะห์ทางเทคนิคแห่งศูนย์วิจัย Wolfe Research ในนครนิวยอร์กแสดงความคิดเห็นว่า “ปี 2020 จะเป็นปีที่เราได้เห็นสถิติใหม่ของราคาทองคำ เราเชื่อว่าราคาทองคำจะสามารถเจาะแนวต้าน $1557 และวิ่งขึ้นไปยังระดับราคา $1650 ก่อนที่จะสร้างจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time High) ของราคา”

ตอนนี้คำทำนายของเขาเป็นจริงไปแล้ว 1 ข้อคือการเจาะและยืนเหนือแนวต้าน $1557 ได้สำเร็จ ดังนั้นเป้าหมายต่อไปก็ต้องเป็นการทดสอบแนวต้าน $1650

บริษัทด้านการลงทุนอื่นๆ ก็มีความเห็นไปในทางปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำเช่นเดียวกัน ธนาคารสวิตนาม “UBS” มองราคาทองคำไว้ที่ $1600 ในขณะที่บริษัทผู้บริหารดูแลทรัพย์สิน State Street Global Advisors และบริษัทผู้ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ CPM Group มองว่าราคาทองคำอาจสามารถขึ้นไปถึงระดับราคา $1650 ได้

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย