🟢 ตอนนี้ตลาดกำลังทะยานขึ้น สมาชิกผู้ใช้บริการของเรากว่า 120K คน ต่างรู้ดีว่าควรทำอย่างไร คุณก็สามารถรู้ได้เช่นกันรับส่วนลด 40%

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 564.50 จุด รับคาดการณ์เฟดปิดฉากขึ้นดอกเบี้ย

เผยแพร่ 03/11/2566 13:31
© Reuters.  ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 564.50 จุด รับคาดการณ์เฟดปิดฉากขึ้นดอกเบี้ย
US500
-
DJI
-
QCOM
-
SBUX
-
PYPL
-
MRNA
-

InfoQuest - ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดในวันพฤหัสบดี (2 พ.ย.) ขานรับคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,839.08 จุด เพิ่มขึ้น 564.50 จุด หรือ +1.70%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,317.78 จุด เพิ่มขึ้น 79.92 จุด หรือ +1.89% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,294.19 จุด เพิ่มขึ้น 232.72 จุด หรือ +1.78%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคึกคัก โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีพุ่งขึ้นกว่า 1% ขานรับมุมมองบวกที่ว่า เฟดได้ยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว หลังจากคณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (1 พ.ย.) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 22 ปี และเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 11 ครั้งนับตั้งแต่ที่เริ่มวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. 2565 ส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 5.25%

นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่งสัญญาณในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า เฟดอาจยุติวงจรการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดที่สุดในรอบ 40 ปี โดยนายพาวเวลรับรู้ถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา และตระหนักว่าภาวะการเงินที่มีความตึงตัวมากขึ้นนั้นได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน

นักลงทุนมองว่าถ้อยแถลงของนายพาวเวลและการที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันในการประชุม 2 ครั้ง ถือเป็นการส่งสัญญาณสิ้นสุดวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงหลุดจากระดับ 4.7% เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ตลาดยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน โดยข้อมูลล่าสุดของ LSEG ระบุว่า มีบริษัทจดทะบียนสูงถึง 80.9% ที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และมีเพียง 14.9% ที่รายงานผลประกอบการต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 3% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 1.3%

หุ้นสตาร์บัคส์ พุ่งขึ้น 9.5% และหุ้นควอลคอมม์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 5.8% หลังจากทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่สูงเกินคาด

หุ้นเพย์พาล ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์รายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 6.6% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการในปีงบการเงิน 2566

อย่างไรก็ดี หุ้นโมเดอร์นา ร่วงลง 6.5% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขขาดทุนสุทธิ 3.63 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3/2566 เทียบกับที่มีกำไรสุทธิ 1.04 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3/2565 โดยได้รับผลกระทบจากยอดจำหน่ายวัคซีนโควิด-19 ที่ตกต่ำ นอกจากนี้ โมเดอร์นาต้องทำการตัดมูลค่าทางบัญชีของสต็อกวัคซีนโควิด-19 คิดเป็นวงเงิน 1.3 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากวัคซีนหมดอายุโดยไม่มีการจำหน่าย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 5,000 ราย สู่ระดับ 217,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนต.ค.ของสหรัฐในวันนี้ เวลาประมาณ 19.30 น.ตามเวลาไทย

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 188,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 336,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. นอกจากนี้ คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.8% ในเดือนต.ค.

กดอ่านข่าวต้นฉบับจาก InfoQuest

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย