สรุป ราคาทองคําวานนี้ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อเก็งกําไร ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.591% วานนี้ โดยปรับตัวลดลงจากระดับ 1.647% ในวันศุกร์ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี เนื่องจากนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ระมัดระวังในการซื้อขายก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 16-17 มี.ค.นี ทั้งนี้ การปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี สร้างแรงหนุนให้กับทองคําในฐานะสินทัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบ ของดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของทองคําเมื่อคืนนี้ ยังอยู่ในกรอบจํากัด เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ การเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ที่ดีดตัวขึ้น 5.3 จุด สู่ระดับ 17.4 ในเดือนมี.ค. แตะระดับสูงสุดนับตั่งแต่เดือนก.ค.2020 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 15.0 ประกอบกับดัชนีดาวโจนส์ปิ ดพุ่งขึ นทํานิวไฮ ติดต่อกันเป็ นวันที 6 จากแรงบซื้อหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งบันทอนแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ราคาทองคํายังได้รับแรงกดดันเพิ่ม จากกองทุน SPDR ที่ยังคงถือครองทองลดลงอีก -1.75 ตันสู่ระดับ 1,050.32 ตัน ทําให้ในปี 2021 กองทุน SPDR ถือครองทองลดลงแล้วถึง -120.42 ตัน สะท้อนกระแสเงินทุนทียังคงไหลออก จากกองทุน ETF ทองคําซึงส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคํา สําหรับวันนี ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ยอดค้าปลีก, อัตราการใช้กําลังการผลิต, การผลิตภาคอุตสาหกรรม, สต็อก สินค้าคงคลังภาคธุรกิจและดัชนีตลาดทีอยู่อาศัยเดือนมี.ค. โดย NAHB
หากราคาทองคําปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,721-1,719 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีด กลับสั้น ๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้ อมากพอหรือมีปัจจัย ใหม่มาดันราคาขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,740-1,744 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คําแนะนํา ความแข็งแกร่งของราคาทองคําและแรงซื้อน้อย รอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาค่อยเข้าซื้อหรือ ราคาทองคําไม่สามารถยืน 1,740-1,744 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ได้ให้แบ่งทองคําออกขายเพื่อทํากําไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th