เงินเอเชียอ่อนค่า ดอลลาร์แข็งค่าหลัง Fed เหยี่ยวจัด ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่ง
ราคา ทองคำ ลดลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดของปีและเราเตรียมพร้อมรับการกลับตัวในระยะกลางทั้งหมดก่อนการประกาศ จำนวนการจ้างงานนอกภาคกสิกรรม ในวันพรุ่งนี้
ตลาดทองคำในช่วงนี้ยังคงคึกคัก จาก การซื้อขายล่าสุดในวันที่ 5 มีนาคม ราคาทองร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ซึ่งเรามองว่ายังควรซื้อช่วงที่ราคาตกสั้นๆ เนื่องจากในระยะกลางยังเป็นขาขึ้นอยู่ ในวันเดียวกันนั้นก็มีการทำแฮมเมอร์ที่ Bottom ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาที่ 3%
ราคาทองคำปัจจุบันปรับตัวลดลง ตามเงินดอลลาร์ ซึ่งตอกย้ำถึงความต้องการทองคำที่ลดน้อยลงอย่างมากในตลาดปัจจุบัน ความสัมพันธ์นี้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ ที่แล้ว การอ่อนตัวอย่างต่อเนื่องของ ดอลลาร์ ยังเป็นที่เข้าใจได้ในบริบทของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่พยายามจะไม่ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ทำไมราคาทองคำจึงตก หรือเป็นเพราะค่าเงินที่ใช้อ้างอิงลดต่ำลง
นักวิเคราะห์ทางเทคนิคอาจอธิบายสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะตอบคำถามที่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานไม่ได้ทั้งหมดก็ตาม

สร้างกราฟด้วย TradingView
ทองคำทำจุดสูงสุด H&S ได้สำเร็จเมื่อผ่านเส้นระดับคอ (Neckline) หรือเส้นที่เชื่อมระหว่างราคาต่ำสุดตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา เส้น Neckline ไม่สามารถรองรับราคาที่คาดการณ์ได้ทำให้ความต้องการและราคาเกิดการกระจายตัว
ในขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นให้เกิดคำสั่งซื้อสำคัญที่กำลังรออยู่ในแนวรับและแนวต้าน จุดเด่นของเส้น Neckline จะเกิดเมื่อราคาทะลุ 100 DMA โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่หยุดนิ่งอยู่ที่ 50 DMA
เส้น Neckline ได้รับการทดสอบเรียบร้อยไปแล้ว โดยแนวรับก่อนหน้านี้ได้กลายไปเป็นแนวต้านในวันจันทร์เมื่อราคาไม่สามารถทรงตัวอยู่เหนือเส้น Neckline ได้ก่อนวันศุกร์
ถึงแม้ว่ารูปแบบกราฟจะมีความสมบูรณ์หากปิดที่ราคาต่ำกว่านั้น โปรดระมัดระวังสัญญาณหลอก เนื่องจากราคาทะลุไปเพียง 1.32% ซึ่งจะเข้าเงื่อนไขเฉพาะตัวกรองแบบสุดโต่งเท่านั้น
นอกจากนี้ เมื่อแปลการวิเคราะห์รูปแบบ Peak-Trough อย่างเข้มงวดแล้วไม่พบว่ามี Peak ของแนวโน้มก่อนหน้า ทำให้ต้องมี Trough อีกจุดหนึ่งเพื่อให้มี Peak และ Trough ครบสองชุดอย่างสมบูรณ์โดยไม่เกี่ยวข้องกับราคาสูงสุดในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ $1,346.79 หรือราคาที่ต่ำกว่าราคาต่ำสุด $$1,266.43 ในวันที่ 23 เมษายน โดยให้ดูแนวรับ 200 DMA เป็นสำคัญ
โดยสรุปคือ Trough ที่ต่ำกว่า $1,266.43 จะเข้าเงื่อนไขการอ่านกราฟขาลงในระยะกลางแบบเข้มงวด และทองคำจะมีแนวรับที่ต่ำกว่า $1,250 ได้อีกเพียง $90 จนถึง $1,160 ซึ่งราคาควรจะไปทดสอบเส้นขาขึ้นระยะยาวอีกครั้งนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2015 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าจะมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดรูปแบบที่สมบูรณ์ได้ไม่ว่าจะใช้หลักการใดก็ตาม
กลยุทธ์การซื้อขาย
นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง อาจรอให้ราคาตกลงไปต่ำกว่า 200 DMA ก่อน ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ว่าได้กลับมาเป็นแนวต้านแล้ว
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง อาจต้องรอจนกว่าจะแปลความหมาย Peak-Trough ในแบบเข้มงวดให้เสร็จก่อน
นักลงทุนที่ชอบเสี่ยง อาจขายเพื่อรอทำกำไรหากยอมรับความเสี่ยงได้ โดยอาจรอให้ราคาไปทดสอบระดับ Neckline อีกครั้งที่ $1,285 หรือตกไปต่ำกว่า Trough ที่ $1,266 ของวันที่ 23 เมษายนเพื่อลดความเสี่ยงด้วยการรอให้ราคาเข้าใกล้ระดับแนวรับแนวต้านเสียก่อน
ตัวอย่างการซื้อขาย
- ราคาเข้า: $1,280 ที่จุด Neckline สูงสุดของกราฟรายชั่วโมง
- Stop-Loss: $1,285 โดยดูจากระดับ Neckline รายวัน
- ความเสี่ยง: $5
- เป้าหมาย: $1,265
- ผลตอบแทน: $15
- อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:3
