Rocket Lab ทำข้อตกลงจำหน่ายหุ้นมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์
บริษัทสัญชาติแคนาดาผู้ให้บริการแก่กิจการพาณิชย์ทางอิเล็กทรอนิกส์ Shopify (NYSE:SHOP) ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วหลายครั้งว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ผิดพลาด บริษัท Shopify ซึ่งมีฐานบริษัทอยู่ในเมืองออตตาวา เป็นผู้สร้างเครื่องมือที่ช่วยเหลือให้ธุรกิจขนาดย่อมสามารถสร้างเว็บไซต์เป็นของตนเองและดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางที่หลากหลายได้ แม้ในระยะเวลา 15 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้ตกเป็นเป้าหมายของนักลงทุนแบบทุบหุ้น แต่แรงขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นต่อราคาหุ้นล่าสุดแสดงให้เห็นว่าบริษัทจะยังไม่ชะลอการเจริญเติบโตง่าย ๆ อย่างแน่นอน
ภายหลังจากมีการปรับฐานอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันหุ้นของบริษัท Shopify เริ่มแสดงสัญญาณที่แข็งแกร่งมากขึ้น สวนทางกับการคาดการณ์ที่คาดว่าบริษัทจะชะลอการเติบโต จากราคาปิดเมื่อวันศุกร์อยู่ที่ $189.76 ภายในปีนี้ปีเดียวราคาหุ้นของบริษัทได้ทะยานขึ้นกว่า 38% ทำผลงานได้ดีกว่าบริษัทคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่กว่ามากอย่าง Amazon (NASDAQ:AMZN) ซึ่งราคาปรับตัวขึ้น 5.3% หากนับตั้งแต่การเสนอขายหุ้นครั้งแรกของบริษัทเมื่อปี 2015 จนถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นของ Shopify ได้พุ่งขึ้นมาแล้วถึง 570%

จุดแข็งของ Shopify
หนึ่งในจุดแข็งหลักของ Shopify คือมอบทางเลือกแก่ธุรกิจขนาดย่อมในการสร้างร้านค้าออนไลน์ที่ปลอดภัย ได้ผลและประหยัดต้นทุนอย่างมาก แพลตฟอร์มของบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความปลอดภัยด้านฮาร์ดแวร์ การสำรองข้อมูล และกระบวนการด้านการชำระเงินของธุรกิจ ลดภาระให้ผู้ค้าสามารถดูแลธุรกิจของตนเองได้อย่างเต็มที่
แต่ทว่า ผู้ก่อตั้ง Citron Research นายแอนดรูว์ เลฟท์ ผู้เป็นนักทุบหุ้นที่มีชื่อเสียงกล่าวว่า การเจริญเติบโตอย่างฉับพลันของ Shopify เกิดขึ้นจากผู้ค้ารายย่อย และธุรกิจของกลุ่มผู้ค้าดังกล่าวมักไม่มีความยั่งยืนในระยะยาว เมื่อถึงจุดสูงสุดบริษัทจะเกิดการอิ่มตัวและจะชะลอการเจริญเติบโตในที่สุด
การขายสิทธิ์ในการซื้อของนายเลฟท์เมื่อเดือนตุลาคมปี 2017 ทำให้เกิดขาลงครั้งใหญ่ของหุ้น Shopify ในปีที่แล้ว แต่ทิศทางของราคาในปีนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ลงทุนไม่ได้สนใจหายนะครั้งใหญ่ที่เขาเคยคาดไว้ว่า ราคาหุ้นจะดิ่งลงไปถึงระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ในทางกลับกัน ผู้ลงทุนมองอนาคตของ Shopify ในแง่ดี โดยเหตุผลส่วนใหญ่เนื่องมาจากทิศทางผลประกอบการของบริษัทยังไม่แสดงสัญญาณการชะลอตัวใด ๆ เห็นได้จากการรายงานผลประกอบการประจำ ไตรมาสที่สี่ เมื่อเดือนที่แล้ว Shopify ออกมาประกาศว่ายอดขายพุ่งขึ้นเหนือระดับหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรก และคาดไว้ว่ารายได้ในปี 2019จะเพิ่มขึ้นอีก 36%
ตัวเลขจำนวนผู้ค้าใน Shopify ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตรงกันข้ามกับการคาดการณ์ของ Citron โดยสิ้นเชิง เมื่อปีที่แล้วจำนวนผู้ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของ Shopify ในการดำเนินกิจการผ่านเว็บไซต์และหน้าร้านมีจำนวนมากกว่า 800,000 ราย ซึ่ง 24% ของจำนวนดังกล่าวอยู่ภายนอกตลาดผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก อันได้แก่ อเมริกาเหนือ, สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย
อรรถประโยชน์จากแพลตฟอร์มของ Shopify ไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลางเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดอันดับโลกจำนวนหนึ่ง ได้แก่ Johnson & Johnson (NYSE:JNJ), Unilever (NYSE:UN) และแบรนด์แฟชั่นJones New York เริ่มเลือกใช้ Shopify เพื่อเอื้ออำนวยการขายทางดิจิตอล อีกทั้งยังมีผู้ใช้ Shopify Plus ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรุ่นที่ตอบสนองธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 5,000 ราย และในปีที่ผ่านมาบริษัทได้เพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ให้แก่บริษัทผ่านบริการต่าง ๆ อาทิ สินเชื่อธุรกิจ, การจัดส่ง และบริการปกป้องจากการฉ้อโกง
สรุป
ภายหลังจากขาขึ้นที่น่าประทับใจในปี 2019 นี้ ล่าสุดหุ้นของ Shopify มีราคาปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ แม้ว่ารูปแบบการซื้อขายช่วงก่อนหน้านี้บ่งชี้ว่าหุ้นจะมีการย่อตัวลงเร็ว ๆ นี้ แต่การปรับฐานของหุ้นครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่ดี สำหรับการเข้าลงทุนเปิดสัญญาซื้อระยะยาวในบริษัทที่มีการเจริญเติบโตที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้
หุ้นของ Shopify ทำผลงานได้เกินความคาดหมายอย่างต่อเนื่องและสวนทางกับมุมมองของตลาดโดยสิ้นเชิง บริษัทได้เริ่มต้นปี 2019 ด้วยจุดยืนที่แข็งแกร่ง ผนวกกับกระแสเงินสดมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการเข้าถึงฐานลูกค้ากว่าหนึ่งล้านราย นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ไว้โดยเฉลี่ยว่า ยอดขายของบริษัทในอีกห้าปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ด้วยสัญญาณบวกที่กล่าวมานี้ พวกเราจึงเชื่อว่า Shopify จะเป็นตัวเลือกสำหรับการลงทุนในระยะยาวที่ดี
