S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลัง PPI สหรัฐฯ ชะลอกว่าคาด
ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ เข้าสู่ภาวะ bear market หลังร่วงมากกว่า 20% จากจุดปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9,114.55 จุดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ลงมาที่ 7,246.70 จุดในวันที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับจากเดือนพฤษภาคม ในทางเทคนิค คำว่า bear market มักใช้เมื่อดัชนีปรับตัวลงอย่างน้อย 20% จากจุดสูงสุดล่าสุด และนั่นคือสิ่งที่ภาพนี้กำลังอธิบายอย่างตรงไปตรงมา
(Source: Yahoo Finance, as of July 8, 2026; graphic by Leverage Shares)
สิ่งที่ทำให้การร่วงครั้งนี้น่าสนใจคือ KOSPI ไม่ได้อ่อนแรงเพราะปัจจัยภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ถูกกดดันจากความผันผวนของหุ้นชิปที่เชื่อมโยงกับกระแส AI โดยตรง Reuters รายงานว่าตลาดเกาหลีใต้ถูกกระแทกจากแรงขายใน Samsung Electronics Co., Ltd. และ SK hynix Inc. หลังนักลงทุนเริ่มกังวลว่าการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่ม memory จากกระแส AI อาจไปไกลเกินพื้นฐานระยะสั้นแล้ว
แรงขายรอบนี้ยิ่งชัดเพราะมันเกิดขึ้นแม้พื้นฐานระยะสั้นของธุรกิจ memory ยังดูแข็งแรง Reuters ระบุว่าซัมซุงเพิ่งคาดการณ์กำไรไตรมาสสองเพิ่มขึ้นราว 18 เท่าจากปีก่อน และนักวิเคราะห์ยังมองว่าตลาด memory โดยรวมจะยังตึงตัวอย่างน้อยถึงปีหน้า แต่สิ่งที่ตลาดเริ่มถามไม่ใช่ว่า “กำไรดีไหม” แต่เป็น “กำไรดีพอจะรองรับ valuation ที่ขึ้นมาแรงแล้วหรือยัง”
นั่นคือเหตุผลที่ภาพนี้พูดถึงทั้ง AI spending และ memory pricing พร้อมกัน ฝั่งหนึ่ง นักลงทุนยังเชื่อว่า AI data center buildout จะหนุนดีมานด์หน่วยความจำต่อไป แต่อีกฝั่งเริ่มกลัวว่าจังหวะการเพิ่มขึ้นของราคา memory อาจชะลอลงในครึ่งหลังของปี ซึ่งจะทำให้การเติบโตของกำไรไม่เร่งเท่าเดิม Kiwoom Securities ถึงกับลดราคาเป้าหมายของ Samsung ลง โดยให้เหตุผลว่าต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นกำลังกดดันลูกค้า และอาจทำให้แรงซื้อ memory เพิ่มเติมเริ่มชะลอ
สำหรับ SK hynix ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญเพราะบริษัทถูกมองเป็นหัวใจของ AI memory boom รอบนี้ Reuters เคยรายงานว่า SK hynix กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดของเกาหลีใต้ในเดือนมิถุนายน หลังการลงทุนใน HBM ซึ่งเป็นหน่วยความจำสำคัญต่อ AI accelerators ช่วยยกระดับบริษัทจากหุ้น memory เชิงวัฏจักรไปสู่ผู้เล่นหลักในโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่เมื่อหุ้นที่วิ่งแรงมากเริ่มถูกตั้งคำถามเรื่องความยั่งยืนของรอบขาขึ้น ก็ไม่แปลกที่มันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการขายทำกำไรทั้งกลุ่ม
ในภาพใหญ่ นี่คือภาวะที่ตลาดเริ่มสลับจาก “เชื่อเรื่อง growth” ไปสู่ “เช็กว่าราคาสะท้อนไปไกลแค่ไหนแล้ว” Reuters Breakingviews เขียนชัดว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ SK hynix กำลังพยายามลดความเสี่ยงวัฏจักรด้วยสัญญาระยะยาวหลายปี แต่ก็ยังมีความเสี่ยงว่าภายในปี 2028 ราคาขายเฉลี่ยของ DRAM อาจลดลงแรงเมื่อกำลังการผลิตใหม่เริ่มเข้าสู่ระบบมากขึ้น ดังนั้น การลงแรงของ KOSPI รอบนี้จึงสะท้อนทั้งความกังวลเรื่องระยะสั้นและความระแวงต่อปลายทางของ AI capex cycle ในระยะยาว
อย่างไรก็ดี นักลงทุนไม่ควรมองภาพนี้ในเชิงลบด้านเดียว แม้ KOSPI จะเข้าสู่ bear market แล้ว แต่ Wall Street Journal ระบุว่าดัชนีนี้ยังเป็นหนึ่งในตลาดที่ทำผลงานดีที่สุดของโลกในปีนี้ หลังเคยได้แรงหนุนมหาศาลจากธีม AI มาก่อน นั่นแปลว่าการปรับฐานครั้งนี้อาจเป็นได้ทั้งสัญญาณเตือนเรื่องความร้อนแรงเกินไป และเป็นบททดสอบว่าธีม AI memory ของเกาหลีใต้มีฐานที่แข็งแรงพอจะกลับมายืนได้หรือไม่
สำหรับนักลงทุนไทย รูปนี้จึงสอนสองอย่างพร้อมกัน อย่างแรก ตลาดที่นำขึ้นด้วยหุ้นไม่กี่ตัวสามารถแกว่งลงแรงได้มากเมื่อ sentiment ต่อหุ้นแกนนำเปลี่ยน อย่างที่สอง แม้ธุรกิจพื้นฐานยังดี ตลาดก็สามารถปรับฐานได้ หากความคาดหวังเรื่อง AI spending, pricing power หรือ earnings momentum เริ่มไม่ชัดเหมือนเดิม








